ถ้าการเมืองดี ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของเรา จะเปลี่ยนไปอย่างไร?

เคยสงสัยไหม ถ้าการเมืองดี ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของเรา จะเปลี่ยนไปอย่างไร? ถนนหนทางดีขึ้น มีขนส่งสาธารณะครอบคลุม การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่กระจุกแต่ในเมือง หรือมีมิวเซียม และอาร์ตแกลเลอรี่เจ๋งๆ แหล่งเรียนรู้ที่คอยสร้างแรงบันดาลใจสำหรับคนทุกวัย

เราเชื่อว่าเด็ก Gen ใหม่ๆ คงต้องเคยตั้งคำถามกับตัวเองประมาณนี้บ้างแหละ ทำไมบ้านเราไม่มีรถไฟ หรือขนส่งสาธารณะแบบญี่ปุ่น ออกไปเที่ยวนอกตัวเมืองเที่ยวต่างจังหวัดได้ง่ายๆ หรือแม้แต่ปัญหารถติดในกรุงเทพ ทำเอาคนไทยเบื่อกับการเดินทางไปไหนเสียเหลือเกิน

หรือจะเป็น Public Space & Museum ออกไปเที่ยวประเทศนั้นประเทศนี้ เห็นสวนสาธารณะใหญ่ๆ เต็มทั่วเมือง คนในเมืองมีมุมพักผ่อนสบายๆ ใกล้บ้าน หรือแม้แต่มิวเซียม แหล่งการเรียนรู้ชั้นเลิศ ที่ทำออกมาดูดีน่าเข้าเสียเหลือเกิน เชื่อว่าคงเป็น Topic ที่อยู่ในหัวของคนรุ่นใหม่ กระทั่งตัวเราเองก็ตาม

เราเลยอยากชวนหาคำตอบให้กับคำถามที่ว่า ถ้าการเมืองดี ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของเรา จะสามารถพัฒนาต่อไปในทิศทางไหนได้บ้าง? บางอย่างเราก็ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองมาแล้ว แบบเอ๊ะ…ถ้ามีแบบนี้ที่บ้านเราก็คงดีเนอะฺ


เราอาจจะโดยสารรถเมล์สะดวกมากขึ้น

สารภาพตามตรงว่าเราเคยนั่งรถเมล์ที่มาเก๊า มันง่ายกว่านั่งรถเมล์บ้านเรามากๆ ใครเคยไปเที่ยวมาเก๊าะจะรู้ดีว่า การโดยสารด้วยรถเมล์ที่นี่ คือหัวใจสำคัญของการเดินทางในเมือง แถมสุดแสนจะง่าย รถสะอาด ตรงเวลาไม่ต้องรอนาน มีรถวิ่งบริการเรื่อยๆ เปิด Google Maps ก็มีบอกเลขรถให้พร้อมว่าต้องขึ้นสายอะไร ไปรอที่ป้ายรถเมล์ไหน

ในมุมมองของนักท่องเที่ยวที่ไปสัมผัสมา รถเมล์เค้าก็ไม่ได้พิเศษอะไรไปกว่าหรอก หน้าตาก็เหมือน ปอ. รถแอร์ บ้านเราเลย สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด คือการจัดการเวลาเดินรถที่ทำได้ดีแถมตรงเวลาสุดๆ อีกทั้งยังมีบัตร Macau Pass เติมตังแตะบัตรจ่าย ใช้งานได้จริง! บนรถเมล์มีแค่คนขับคนเดียว กระเป๋ารถเมล์ไม่ต้องใช้


เราอาจจะมี Pubclic Space สำหรับทุกคน

สำหรับตัวอย่าง Public Space ที่เราชอบมากๆ คือ Streets Beach เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย คงจะสงสัยใช่ไหมว่า Street Beach คืออะไร มันคือชายเทียมที่ตั้งอยู่ในเมืองบริสเบน คนในเมืองเค้าก็จะมาอาบแดดเล่นน้ำ นั่งพักผ่อนอะไรก็ว่ากันไป นอกจากบริเวณที่เป็นชายหาดเทียมที่ว่า เรายังสามารถเดินลัดเลาะย่าน South Bank Parklands ต่อได้เลย

2 ฝั่งแม่น้ำบริสเบน จะมีสวนสาธารณะอยู่เยอะมาก ผลประโยชน์ไม่ได้ตกกับใครที่ไหนนอกจากประชาชนในเมืองนี้นี่แหละ มีพื้นที่ส่วนกลางไว้พักผ่อน มีทติ้งกับเพื่อนๆ ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว อ้างอิงจากเว็บไซต์ Brisbane City Council เค้าบอกว่าบริสเบนมีสวนสาธารณะ มากถึง 2,100 แห่ง สวนเล็กสวนน้อย ยันสวนพฤกษศาสตร์ และเขตป่าสงวน แอบอิจฉาชีวิตคนเมืองที่นั้นจริงๆ


เราอาจจะมีอาร์ตแกลเลอรี่อยู่ทั่วเมือง

หากนับมิวเซียมในบ้านเรา เอาที่ดึงดูดคนให้อยากไปจริงๆ ก็มีเพียงไม่กี่ที่เท่านั้น ถ้านึกออกไวๆ ก็มี หอศิลป์, MOCA Bangkok, Yelo House, The Jam Factory และ River City Bangkok แต่ถ้าขยับออกออกนอกใจกลางกรุงเทพ ดูเหมือนอาร์ตแกลเลอรี่ หรือมิวเซียมเหล่านี้ ก็จะมีจำนวนน้อยลงไปเช่นกัน เราต้องยอมรับว่าหลายๆ ประเทศเค้าให้ความสำคัญเรื่องของศิลปะ และมีพื้นที่สนับสนุนผลงานเหล่านี้

ตัวอย่างเมืองที่สนับสนุนเรื่องของศิลปะที่เราเคยสัมผัสมา คือ Berlin ประเทศเยอรมนี เมืองที่มีมิวเซียม และอาร์ตแกลเลอรี่เยอะมากกกกก เรียกว่าเป็นสวรรค์ของรักศิลปะก็ดูจะไม่เว่อร์เกินไป ในเบอร์ลินเมืองเดียวเค้ามีมิวเซียม และอาร์ตแกลเลอรี่มากกว่า 170 แห่ง คือตอนที่เราไปเที่ยวพร้อมประเมินด้วยสายตา มิวเซียม และอาร์ตแกลเลอรี่จะแตะหลักร้อยคงไม่ใช่อะไรที่ยากนัก ไม่เพียงแต่คนในเมืองที่ใช้บริการสถานที่เหล่านี้ ยังช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมผลงานศิลปะ ทำให้อาร์ตแกลเลอรี่ที่นี่เป็นหนึ่งจุดขายสำหรับการมาเที่ยวเบอร์ลินอีกด้วย


เราอาจจะเดินทางข้ามจังหวัด ด้วยรถไฟความเร็วสูง

การเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดของคนไทยส่วนใหญ่ ตอนนี้จะมีอยู่ 4 ออปชั่นหลักๆ ให้เลือก ขับรถยนต์ นั่งรถบัส ขึ้นเครื่องบิน และนั่งรถไฟ เราเชื่อว่าคนไทยมักไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยการขับรถเอง ไม่ก็นั่งเครื่องบิน ถ้าเป็นคนกรุงเทพ ไกลมากอย่างเชียงใหม่ก็นั่งเครื่อง จังหวัดใกล้เคียงอย่าง ชลบุรี นครนายก ประจวบคีรีขันธ์ ก็ขับรถไป จะเป็นยังไงถ้าบ้านเรามีรถไฟ ความเร็วสูงแบบญี่ปุ่น เป็นหนึ่งออปชั่นสำหรับคนที่อยากเดินทางข้ามจังหวัด และซัพพอร์ตนักท่องเที่ยวต่างชาติ

เสน่ห์ของการไปเที่ยวญี่ปุ่นคือการนั่งรถไฟเที่ยวข้ามจังหวัด ด้วยความที่ญี่ปุ่นมีเส้นทางเดินรถไฟครอบคลุมมากๆ แถมยังมี Pass สำหรับโดยสารรถไฟ นักท่องเที่ยวอย่างเราต้องซื้อทุกครั้งเวลาไปเที่ยว หากบ้านเรามีเส้นทางรถไฟครอบคลุมแบบญี่ปุ่นบ้างจะเป็นยังไง? เราอาจจะหันมานั่งรถไฟเที่ยวภาคเหนือเพียงแค่ซื้อ North Rail Pass ซื้อพาสนี้ทีเดียว เที่ยวภาคเหนือได้ครอบคลุมทุกจังหวัด หรือนั่งรถไฟเที่ยวภาคใต้ สุราษ กระบี่ พังงา ด้วย South Rail Pass ที่มีเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อกับภูมิภาคอื่น ประหยัดเวลาในการเดินทาง และยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเดินทางเที่ยวต่างจังหวัดอีกด้วย

ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของเรา

เราอาจจะไม่ต้องขอวีซ่าเดินทางให้วุ่นว่าย

การที่หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ตของเราทรงพลัง ช่วยให้เราเดินเข้าประเทศอื่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับนักท่องเที่ยวคงเข้าใจประเด็นนี้ดี เวลาจะไปเที่ยวประเทศนั้นประเทศนี้ ต้องเสียเวลา และเสียเงินสำหรับทำวีซ่ากลายเป็น Budget ที่ต้องบวกเพิ่มตั้งแต่ทริปยังไม่เริ่ม

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Passport Index มีการจัดอันดับหนังสือเดินทางแต่ละประเทศเอาไว้ ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่าง Malaysia ถูกจัดอยู่ในอันดับ 21 สามารถเดินเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า (Visa-Free) จำนวน 49 ประเทศ ส่วน Visa on Arrival จำนวน 34 ประเทศ หรือประเทศ Singapore ที่อยู่ในอันดับ 22 มีจำนวนประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า 56 ประเทศ ส่วน Visa on Arrival มีจำนวน 26 ประเทศ

อัปเดตล่าสุด 2020 ประเทศไทยของเราอยู่ในอันดับ 46 (จากทั้งหมด 70 อันดับ) อยู่ร่วมกับประเทศ Ghana, Tanzania, Namibia, Cuba, Azerbaijan, Bolivia ประเทศไทย มีจำนวนประเทศที่สามารถเดินเข้าได้โดยไม่ต้องวีซ่า (Visa-Free) 23 ประเทศ ส่วน Visa on Arrival มีจำนวน 38 ประเทศ และประเทศที่ต้องขอวีซ่าก่อนไป (Visa Required) มีมากถึง 143 ประเทศ

  • หนังสือเดินทางทรงพลังอันดับ 1 ได้แก่ ญี่ปุ่น และ นิวซีแลนด์
  • Global Passport Power Rank 2020 : https://www.passportindex.org/byRank.php?f=
ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของเรา

Scroll Up
logo