Highland ดินแดนแห่งความสมบูรณ์แบบเพชรน้ำงามของ สก็อตแลนด์

ออกเดินทางตามหาเพชรน้ำงามอันล้ำค่า ไปกับ 5 Hidden Gems in Highland ภูมิภาคที่ถูกยกย่องให้เป็นที่สุดของ สก็อตแลนด์ ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ก้นบึ้งของทะเลสาบไปจนถึงกลางหุบเขา และประวัติศาสตร์อันโด่งดัง อยากที่จะชวนคุณออกมาค้นคว้าหาคำตอบไปด้วยกัน

ความพิเศษของคอนเทนต์นี้ นอกจากจะพาทุกคนไปรู้จักภูมิภาคนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม ยังพาคุณไปรู้จักกับ Johnnie Walker Origin Series Highlands สก็อตวิสกี้แท้ๆ ที่ผ่านการบ่มนานถึง 12 ปี รสชาติวิสกี้ซีรีย์นี้ ถูกผลิตจากภูมิภาคอันอุดมสมบูรณ์ของสก็อตแลนด์ที่มีคาแรคเตอร์สุดเฉพาะตัวไม่เหมือนกับที่อื่นๆ

5 Hidden Gems in Highland

  • Loch Ness – ทะเลสาบล็อกเนสส์หนึ่งในตำนานของ สก็อตแลนด์ ที่เล่าต่อกันอย่างไม่รู้จบ
  • Fort William – เมืองที่มีธรรมชาติวิวทิวเขาสวยงามที่สุดในภูมิภาค
  • Johnnie Walker Origin Series Highlands – หนึ่งใน Hidden Gems ของภูมิภาคนี้ ที่ใช้เวลาบ่มนานถึง 12 ปี เพื่อให้เกิดวิสกี้ที่สะท้อนผ่านรสชาติถึงภูมิภาคนี้อย่างดีที่สุด
  • Isle of Skye – เกาะหนึ่งเดียวบนแผ่นดิน Highland ที่ได้ชื่อว่าเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
  • Jacobite Rail – รถไฟหัวจักรไอน้ำกับเส้นทางวิ่งสุดโด่งดังจากแฮรี่พอตเตอร์

1 – Loch Ness

หนึ่งในสถานที่เป็นตำนานเล่าขานมาอย่างยาวนานอย่าง Loch Ness ทะเลสาบน้ำจืดของสก็อตแลนด์ มาพร้อมภาพถ่ายอันโด่งดังในช่วงปี 1934 ซึ่งถ่ายติดภาพ สัตว์ประหลาด Nessie สัตว์ประหลาดลึกลับที่โชว์ตัวเหนือทะเลสาบ Loch Ness ภาพถ่ายสัตว์ประหลาดปริศนาต่างถูกตีพิมพ์ลงในหน้าหนังสือพิมพ์จากหลายสำนักข่าวจน Nessie โด่งดังไปทั่วโลก! ส่งผลให้ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นจุดสนใจและมีผู้คนอยากมาหาคำตอบว่าจริงๆ แล้วในทะเลสาบ Loch Ness มีสัตว์ประหลาด Nessie อยู่จริงไหม ?

นอกเหนือจากตำนานสัตว์ประหลาดอันโด่งดัง ทะเลสาบ Loch Ness ยังถูกยกให้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในสก็อตแลนด์ รายล้อมด้วยทิวเขามากมาย จนเกิดเป็นภาพแลนด์สเคปอันงดงาม หากมีโอกาสมาเที่ยวสก็อตแลนด์ ต้องลิสต์ทะเล Loch Ness ไว้ในแพลนเลย


2 – Fort William

ซึบซับบรรยากาศเสน่ห์เมืองเก่าของ Fort William เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของภูมิภาค รองจาก Inverness ความพิเศษของ Fort William เป็นเมืองเล็กๆ ที่ถูกรายล้อมด้วยหุบเขามากมาย กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวนอกจากจะได้มาซึบซับบรรยากาศสัมผัสความชิลล์แล้ว ที่นี่ยังเป็น Stop Point สำหรับนักปีนเขาที่ต้องการมาพิชิต Ben Nevis ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในสก็อตแลนด์และอังกฤษอีกด้วย


3 – Johnnie Walker Origin Series Highlands

เหนือสิ่งอื่นใดความพิเศษของดินแดน Highland ภูมิภาคที่ถูกยกย่องให้เป็นที่สุดของสก็อตแลนด์ในหลายๆ ด้าน หนึ่งในนั้นคือ Blended Malt สก็อตวิสกี้ที่ผ่านการบ่มจากโรงกลั่นในสก็อตแลนด์ ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการบ่มวิสกี้ วิสกี้ที่ผลิตจากที่นี่จึงเป็นที่ยอมรับจากนักดื่มทั่วทุกมุมโลก

หนึ่งในแบรนด์ระดับโลกอย่าง Johnnie Walker ที่ภูมิใจนำเสนอ Black Label Origin ซีรีย์นี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของ Johnnie Walker ที่อยากจะพานักดื่มออกไปลิ้มลองรสชาติวิสกี้ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยวิสกี้ที่บ่มนานถึง 12 ปี และมี 4 รสชาติ ซึ่งผลิตจากโรงกลั่นในแต่ละภูมิภาคของสก็อตแลนด์ และได้รับแรงบันดาลใจมาจากลักษณะเด่นของแต่ละภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย

  • Highland : ดินแดนแห่งความอุดุมสมบูรณ์ของพืชพรรณ และความเป็นธรรมชาติ ถูกยกย่องให้เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในการผลิตสก็อตวิสกี้
  • Islay : วิสกี้ที่ผลิตขึ้นบนหมู่เกาะเล็กๆ ในสก็อตแลนด์ ชวนสัมผัสกลิ่นอายของทะเล และรสชาติสุดเฉพาะตัว
  • Lowlands : สัมผัสความอ่อนหวานบางเบาของสก็อตวิสกี้ จากโรงกลั่นในแผ่นดิน Lowlands
  • Speyside : วิสกี้ที่เอกลักษณ์ชัดเจนของผลไม้ พร้อมเนื้อสัมผัสที่นุ่มลึก อีกมิติที่อยากชวนมาลิ้มลอง

Johnnie Walker Origin Series Highlands คือวิสกี้ที่ผ่านการบ่มนานถึง 12 ปี รสชาติวิสกี้ของตัว Highland ที่มาจากภูมิภาคแห่งทิวเขาอันอุดมสมบูรณ์ของสก็อตแลนด์ ซึ่งไม่เหมือนกับที่อื่นๆ มีคาแรคเตอร์ที่เฉพาะตัวมากๆ รสชาติเข้มและเด่นชัดในเรื่องของกลิ่นเปลือกส้ม Marmalade และน้ำผึ้ง แต่ก็ยังมีกลิ่นอายของเครื่องเทศ เบอร์รี่สีแดงและฟรุตตี้อยู่ด้วย

และอีกหนึ่งความ Limited Edition ของซีรีย์นี้คือเค้าผลิตมาจำนวนจำกัดนะ อย่างตัว Islay ที่ออกมาก่อนหน้า ยังพอมีสินค้าให้เหล่านักดื่มได้มีโอกาสลิ้มลองรสชาติอยู่บ้าง อยากสัมผัสความนุ่มลึกของสก็อตวิสกี้แท้ๆ เราแนะนำให้รีบไปซื้อก่อนของจะหมด !!

สำหรับวิธีการดื่มเพื่อให้ได้สัมผัสรสชาติความเป็น Johnnie Walker Origin Series Highlands อย่างแท้จริง !! เราแนะนำให้ ดื่มกับโซดาเพียว หรือดื่มแบบ on the rock ก็ได้ตามแต่สไตล์ของแต่ละคน แต่ไม่ว่าคุณจะชอบดื่มแบบไหน คุณก็จะได้สัมผัสกับรสชาติวิสกี้ที่ไม่เคยได้ลองมาก่อนอย่างแน่นอน บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ !!


4 – Isle of Skye

เกาะหนึ่งเดียวบนแผ่นดิน Highland ที่ได้ชื่อว่าเงียบสงบที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่จะพลาดไปไม่ได้ในการมาเยือน Isle of Syke กับการขับรถมาเที่ยว Neist Point จุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยสดงดงามซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของ Isle of Syke การได้มาเที่ยวที่นีเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ เพราะเราจะได้เสพบรรยากาศแสงเย็นก่อนอาทิตย์ลับขอบฟ้า โดยมีฝูงแกะเล็มหญ้าอยู่ตามแนวเขา พร้อมฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ความโรแมนติกที่รอคุณมาสัมผัส!

สก็อตแลนด์
สก็อตแลนด์
สก็อตแลนด์

5 – Jacobite Rail

Jacobite Rail หรือ Hogwarts Express คือรถไฟหัวแบบหัวจักรไอน้ำ (Steam Train) ที่ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานถ่ายหิน ซึ่งเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1901 หรือเมื่อ 120 ปีที่แล้ว โดยวิ่งให้บริการจากเมือง Fort William – Mallaig โดยผ่านสถานที่สวยงามสำคัญๆ ได้แก่ Loch Eil, Glenfinnan Viaduct และ Arisaig ตลอดการเดินทางเราจะได้เพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่เหมือนถูกเวทมนต์สะกดไว้

หากเสิร์ชชื่อ Jacobite Rail ต้องเจอกับภาพของ Ron Weasley และ Harry สองตัวละครเอกในเรื่อง Harry Potter อย่างแน่นอน ถ้าใครนึกไม่ออก รถไฟเส้นนี้ปรากฏในฉากที่รอนและแฮรี่พยายามจะขึ้นรถไฟเพื่อไป Hogwarts แล้วเข็นรถเข็นชนกำแพง คือซีนนี้นี่แหละ !! และจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม Jacobite Rail ถึงมีอีกชื่อว่า Hogwarts Express นั้นเอง

สก็อตแลนด์
สก็อตแลนด์
สก็อตแลนด์


ติดตามการเดินทางของเราเพิ่มเติมที่ : https://go-graph.com/

Share this story
Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin
Share on pinterest
Scroll Up
logo