เจาะลึก เมนูกาแฟยอดฮิต ในแต่ละแก้ว มีความลับอะไรอยู่บ้าง?

เจาะลึก เมนูกาแฟยอดฮิต มากกว่าความขมของกาแฟ ในแต่ละแก้วมีความลับอะไรซ่อนอยู่บ้าง? เมนูนี้มีส่วนผสมอะไร รวมถึงต้นกำเนิดแต่ละเมนู ถูกคิดค้น และมีที่มาที่ไปอย่างไร วันนี้ Go!Graph จะพาไปเจาะลึกกัน

นอกจาก Espresso, Americano, Latte, Cappucino และ Mocha 4 เมนูประจำร้านกาแฟ ที่ไม่ว่าจะเข้าคาเฟ่ หรือร้านอาหารร้านไหนต้องมีให้เลือก อยากลองเมนูอื่นบ้าง ก็ไม่รู้จะดีไหม? เพราะปกติชั้นก็รู้จักอยู่แค่นี้!

เชื่อว่าหลายคนที่ไม่ใช่คอกาแฟตัวยง หรือดื่มกาแฟประจำทุกวัน พอเข้าร้านอาหาร หรือคาเฟ่ แล้วอยากลองสั่งกาแฟมาดื่มชิลล์ๆ บ้าง มีตัวเลือกเยอะแต่ไม่รู้จะสั่งอะไร วันนี้เราขออาสาพาทุกคนเจาะลึกถึงรายละเอียดในแต่ละเมนู เมนูกาแฟยอดฮิต มันมีที่มาที่ไปอย่างไร แต่ละเมนูนี้มีสัดส่วนของกาแฟ และส่วนผสมอะไรบ้าง


รีวิวคาเฟ่จัดเต็ม ปักหมุดตามรอยได้เลย


Espresso

Base กาแฟทุกแก้วเริ่มต้นจาก Espresso ไม่ว่าจะสั่งอะไรดื่ม กาแฟแก้วนั้นจะมี Espresso เป็นตัวตั้งต้น ที่มาของเมนู เกิดขึ้นราวๆ ศตวรรษที่ 20 ที่ประเทศอิตาลี ช่วงนั้นกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่นิยมกันมากในหมู่ชาวเมือง Espresso แปลว่า ‘เร่งด่วน หรือ รวดเร็ว’ เจ้าหน้าตาของเครื่องดื่มตัวนี้จึงออกมาในรูปแบบช็อตแก้วเล็ก อารมณ์ว่าเสิร์ฟแล้วยกดื่มจนหมด พร้อมไปทำงาน ดื่มแล้วตื่นทันที!

ส่วน Es-Yen แบบที่บ้านเรานิยมดื่มกัน สูตรนี้ไม่มีในต่างประเทศนะ มีเฉพาะบ้านเรา ฮ๋าๆ หากไปสั่ง Espresso with Ice ฝรั่งเค้าก็จะเข้าใจว่า อ๋อ…เอากาแฟ และน้ำแข็งแก้วนึง ฉะนั้นถ้าอยากกิน Es-Yen ตอนไปต่างประเทศ หมดสิทธิ์สั่งเมนูนี้โดยปริยาย มีขายเฉพาะบ้านเรา

  • ต้นกำเนิดจากประเทศอิตาลี ราวศตรวรรษที่ 20
  • Espresso Shot คือ กาแฟที่ได้จากการสกัดจากเครื่องชงกาแฟ 1 shot มีปริมาตรเท่ากับ 30 mL หรือ 1 oz
 เมนูกาแฟยอดฮิต

Americano

อเมริกาโน่เย็นแก้วนึง ไม่หวาน ไม่ใส่ไซรัปครับ… คงจะเป็นเสียงที่ได้ยินทุกเช้าสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศ เมื่อเดินเข้าไปสั่งกาแฟก่อนทำงาน หากอธิบายให้เข้าใจง่ายสุดๆ Americano หรือกาแฟดำ ส่วนผสมของมันคือ Espresso + น้ำร้อน เป็นการทำให้กาแฟเจือจางดื่มง่ายกว่า Espresso Shot ส่วนผสม และรสชาติที่ได้ ขึ้นอยู่กับสูตรของทางร้านว่าจะใส่ปริมาณน้ำเยอะน้อย และเมล็ดกาแฟที่ทางร้านเลือกใช้ก็มีผลเช่นกัน

ที่มาของอเมริกาโน่เกิดจาก วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของ ชาวอิตาลี กับอเมริกาที่มีความแตกต่างกัน Espresso Shot ที่คนอิตาลีชอบ มีความเข้มข้น ขม และดื่มยาก เลยปิ้งไอเดียในการทำกาแฟช็อตตั้งต้นผสมกับน้ำร้อน เกิดเป็นกาแฟ Americano ในแบบสไตล์อเมริกันขึ้นมานั้นเอง

นอกจากนี้ยังมี Long Black ที่เป็นเหมือนพี่น้องของ Americano ต่างกันที่ลำดับในการใส่น้ำร้อน เจ้า Long Black จะใส่น้ำร้อนก่อน แล้วค่อยตามด้วย Espresso Shot ทำให้มี Crema มากกว่า Americano ทำให้ได้กลิ่นอโรม่าที่ชัดเจนกว่า

  • Americano กาแฟดำที่เกิดจาก Espresso Shot + น้ำร้อน ส่วน Long Black สลับขั้นตอนการเติมน้ำร้อนลงไป
  • Long Black เป็นกาแฟที่นิยมมากในออสเตรเลีย
 เมนูกาแฟยอดฮิต

Latte

ที่มาของชื่อ Latte ที่เราเรียกกัน ในภาษาอิตาลีจะเรียกว่า Caffè latte แปลว่า นม ส่วนผสมหลักของ Latte คือ Espresso Shot 1 ส่วน + นม 2 ส่วน ท็อปด้านบนจะมีฟองนมหนาประมาณ 1 ซม. พร้อมลวดลายสวยงามที่บาริสต้าบรรจงสร้างสรรค์ออกมาเป็นลวดลายต่างๆ สิ่งนั้นเรียกว่า Latte Art ต้นกำเนิดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อิตาลีอีกเช่นเคย ด้วยความที่เป็นเมืองแห่งศิลปะ หยิบจับทำอะไรก็ดูเป็นศิลปะไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ในเครื่องดื่มอย่างกาแฟ ทำให้ลาเต้อาร์ตแพร่หลายมากในทวีปยุโรป ก่อนขยับขยายสู่อเมริกา และทั่วโลกอย่างในปัจจุบัน

นอกจากลาเต้ร้อนที่เรารู้จักกัน ยังมี Ice Latte ที่แบ่งสายย่อยลงไปอีก โดยการเติมไซรัปหรือน้ำเชื่อม ให้ได้กลิ่นที่แตกต่างออกไป เช่น Caramel latte, Halzenut latte เป็นต้น

  • Latte ส่วนผสมที่ได้จาก Espresso Shot + นม
  • ท็อปด้านบนด้วยฟองนมที่ไม่หนามาก สร้างสรรค์ลวดลายต่างๆ เรียกว่า Latte Art
 เมนูกาแฟยอดฮิต

Cappucino

Cappucino เมนูสุดฮิตสำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟเย็น ส่วนผสมของเมนูนี้ใกล้เคียงกับ Latte มากๆ คือมี Espresso Shot + นม และท็อปด้วยฟองนมเหมือนกัน ต่างกันที่ Cappucino มีฟองนมที่หนากว่า มักโรยด้วยผง Cinnamon หรืออบเชย ที่บ้านเราเรียกกัน กลิ่นจะฉุนแรง ลูกค้าบางอาจจะเปลี่ยนเป็นโรยผงโกโก้แทน ก็ได้เหมือนกัน

ประวัติของ Cappucino ดูจะแปลกกว่าเพื่อน ดั้งเดิมชื่อของเมนูนี้คือ Kapuziner ซึ่งเป็นกาแฟแบบเวียนนาเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1700 ที่มาของชื่อได้มาจากชุดของนักบวช Capuchin ในกรุงเวียนนา ที่มีชุดคลุมสีน้ำตาล และฮู้ดคลุมด้านบน คำว่า Caphuchin ยังถูกใช้เรียกสัตว์อีกสองชนิดที่มีขนสีน้ำตาลปกคลุม คล้ายกับชุดของนักบวช คือ Capuchin Monkey และ Capuchin Pigeon

  • Cappucino แตกต่างกับ Latte ตรงที่ฟองนมด้านบนหนากว่า และโรยด้วยอบเชย หรือผงโกโก้
  • ชื่อของ Cappucino มีที่มาจาก ชุดของนักบวช Capuchin
เมนูกาแฟยอดฮิตของโลก

Mocha

อีกหนึ่งกาแฟที่ดื่มง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่ รสชาติไม่ขม ดื่มง่าย ท้าวความที่มาของเมนูนี้ Mocha คือ กาแฟอราบิก้าชนิดหนึ่ง ที่ปลูกอยู่บริเวณเมืองท่าโมคา ประเทศเยเมน เอกลักษณ์ของกาแฟชนิดนี้ จะมีกลิ่นคล้ายกับช็อคโกแลต แต่ส่วนประกอบของสายพันธุ์นี้กลับไม่มีช็อคโกแลตเลย จึงเกิดเป็นที่มาของการเลียนแบบกลิ่น และสีของกาแฟให้คล้ายสายพันธุ์ที่ปลูกในเมืองโมคา

ส่วนประกอบของหลักของกาแฟ Mocha คือ Espresso Shot + ช็อคโกแลต หากเสิร์ฟเป็นกาแฟร้าน ท็อปด้านบนอาจมีฟองนมคล้ายกับลาเต้ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็น Ice Mocha อาจเติมนมข้นหวานหรือไซรัป เพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมได้เช่นกัน

  • Mocha เกิดจากการเลียนแบบกาแฟอราบิก้า ที่ปลูกในเมืองโมคา ประเทศเยเมน

 Affogato

สำหรับคนที่อยากลอง Espresso Shot แต่รู้สึกว่ามันขม กินอยากไปหน่อย แนะนำให้ลอง Affogato อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ Espresso Shot + ไอศกรีม วนิลา ในภาษาอิตาลี Affogato แปลว่า จม หรือ ทำให้จม

ขั้นตอนก็คือ ตักไอศกรีม วนิลา 1 ลูก แล้วเท Espresso Shot ตามลงไป รสชาติที่ได้จะหวาน และดื่มง่ายขึ้นมาก ให้ความรู้สึกเป็นของหวานทานเล่นนิดๆ แต่ได้รสชาติของกาแฟติดมาด้วย

  • Affogato กาแฟที่มีส่วนผสมของ ไอศกรีมวนิลา 1-2 ลูก ตามด้วย Espresso Shot 1 ช็อต ราดลงไปในแก้ว
  • เหมาะสำหรับคนเริ่มดื่มกาแฟ หรืออยากดื่ม Espresso Shot ที่ไม่เข้มข้นมาก
 เมนูกาแฟยอดฮิต

Cold Brew

Cold Brew หรือ กาแฟสกัดเย็น เป็นเมนูที่ดูน่าตาเผินๆ คล้ายกับ Americano มากๆ แต่โปรเซสการทำนั้นแตกต่างจากเมนูอื่นที่ผ่านมา วิธีการทำ Cold Brew ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น ช่วงปี 1960 แต่เพิ่งได้รับความนิยมในบ้านเราเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และเป็นกาแฟที่เราชอบมากเช่นกัน

ขั้นตอนการทำตรงตามชื่อไทย กาแฟสกัดเย็น ใช้เมล็ดกาแฟบด + น้ำเย็น กรองผ่านฟิลเตอร์ แล้วนำไปแช่ตู้เย็น 18 – 24 ชั่วโมง เราก็จะได้กาแฟที่ผ่านการสกัดจากความเย็น เป็นเมนูที่ใช้ระยะเวลาทำค่อนข้างนานเลยทีเดียว

  • Cold Brew กาแฟสกัดเย็น กรรมวิธีการชงกาแฟจากประเทศญี่ปุ่น ช่วงปี 1960
  • เมื่อดื่มไปแล้วจะได้ความเฟรชสดชื่น มากกว่า Americano

Macchiato

เมนูสุดท้ายที่เราจะมาแนะนำให้รู้จักกันกับ Macchiato เริ่มดื่มกาแฟครั้งแรกด้วยเมนูนี้แหละ ภาพจำของเจ้าเมนู คือเลเยอร์กาแฟที่แยกชั้นแบบชัดเจนของ นม + Espresso Shot ขั้นตอนการทำ เทนมลงไปในแก้ว ตามด้วย Espresso Shot ที่มีความหน้าแน่นน้อยกว่า จึงเกิดการแยกเลเยอร์แบบชัดเจน แต่เมื่อคนให้เข้ากันรสชาติที่ได้จะใกล้เคียงกับ Latte

นอกจากนี้ยังมีการปรับสูตรเพิ่มเติม ด้วยกการเติมไซรัปให้ได้รสชาติ และกลิ่นที่ต่างออกไป เช่น Caramel Macchiato ที่มีขายใน Starbucks รสชาติที่ได้ออกหวาน กลมกล่อม และดื่มง่ายขึ้นมากๆ

  • Macchiato กาแฟเลเยอร์แยกชั้นแบบชัดเจน ระหว่าง นม กับ Espresso Shot
  • ปรับสูตรเติมไซรัปลงไปได้เป็น Caramel Macchiato

สำหรับ What’s in a cup เจาะลึก เมนูกาแฟยอดฮิต ทุกคนคงจะได้รู้ถึงที่มาที่ไป และประวัติของแต่ละเมนูแล้ว เพราะกาแฟมันมีมากกว่าความขม บางเมนูนั้นเกิดจากวัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่แตกต่างกัน ปรับรสชาติให้เข้ากับความชอบของตัวเอง กาแฟแต่ละแก้วไม่มีผิด ไม่มีถูก ขอแค่มีความสุขก่อนยกดื่มก็พอ

ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่

Website: https://go-graph.com/
Facebook: https://www.facebook.com/GoGraph/
Instagram: https://www.instagram.com/gograph

Scroll Up
logo