Travel Photography Trick

Travel Photography Trick – ถ่ายรูปท่องเที่ยว แบบ Travel Blogger

ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์สูงสุด ช่วงนี้ไม่มีทริปไปเที่ยวไหน มาเติมความรู้เรื่องถ่ายรูปกับ Travel Photography Trick เทคนิคถ่ายรูปท่องเที่ยว แบบ Travel Blogger

แจกเทคนิคเบื้องหลังการได้รูปสวยๆ มาโพสต์ลงเพจ จริงๆ แล้วมันไม่ได้ยากขนาดนั้นนะ ถ้าทุกตั้งใจจริง ฝึกซ้อมถ่ายรูปบ่อยๆ จะค้นพบว่ารูปสวยๆ ที่เขาถ่ายกันเนี่ย มันไม่ได้ยากเลย วันนี้เราจะมาบอกเทคนิคพื้นฐานที่ Travel Blogger เขาใช้กัน อยากได้รูปสวย ตามมาเลยจ้า

01 – กล้อง Mirrorless

คำถามของใครหลายเวลาซื้อกล้อง จะซื้อกล้องแบบไหนดี ฟังก์ชั่นแบบไหนถึงตอบโจทย์ ถ้าให้เราแนะนำแบบเจาะลึกจึงลงดีเทลคงจะยาวมาก เอาเป็นว่าแนะนำแบบคร่าวๆ ชั่วโมงนี้ต้อง กล้อง Mirrorless แล้วแหละ ด้วยเหตุผล หน้าตาบอดี้เป็นมิตรดูไม่เป็นตากล้องจริงจัง น้ำหนักของกล้องใส่กับเลนส์ไม่หนักจนเกินไป ประกอบกับราคากล้อง ราคาเลนส์สมัยนี้ คือถูกมาก มีอุปกรณ์ให้เราเลือกใช้เยอะ คำถามคือแล้วกล้อง DSLR ละใช้ได้ไหม?

Travel Photography Trick

ถ้าให้ตอบจริงๆ กล้องอะไรก็ใช้ได้ ฮ่าๆ แต่ด้วยเหตุผลที่เราบอกไว้ก่อนหน้านี้ อันที่จริงเราก็เคยใช้ DSLR ออกทริปมาเยอะพอสมควร ความต่างที่เห็นได้ชัดสุดคือ น้ำหนักกล้อง สะพายติดตัวไปตลอดทริปก็ทำเอาล้าเหมือนกัน พ่วงด้วยเลนส์ที่ใหญ่ตามทำให้เราเริ่มหันมามอง กล้อง Mirrorless และใช้จนถึงปัจจุบัน

02 – รู้จักเลนส์ระยะต่างๆ

ต่อเนื่องจากซื้อกล้องตัวไหนดี? แล้วเลนส์ต้องใช้ระยะไหนบ้าง? สำหรับเรา แนะนำให้มีอย่างน้อย 2 ระยะ คือ Normal Zoom เลนส์ซูม ถ่ายกว้างได้ ถ่ายแคบดี รูปส่วนใหญ่ในเพจเรามักได้มาจากเลนส์ระยะนี้แหละ หากเทียบสัดส่วนจริงๆ คงสัก 50% ได้ ด้วยความที่มันซูมได้ อเนกประสงค์สุดๆ บางจังหวะไม่มีเวลาเปลี่ยนเลนส์ ก็ได้แต้มบุญจากเลนส์ตัวนี้ช่วยเยอะ ส่วนระยะต่อมาคือเลนส์ Prime หรือ Fix เลนส์หน้าชัดหลังเบลอที่เราเรียกกัน ขอเรียกว่าเลนส์ฟิกแล้วกันนะ สำเราเลนส์ฟิกก็ได้ใช้ถ่ายในคาเฟ่ สแนปเครื่องดื่ม บรรยากาศภายในร้าน หรือถ่ายรูปคนก็ตาม เลนส์ทั้ง 2 ระยะนี้เราแนะนำ มีติดไว้คือได้ใช้แน่

Travel Photography Trick
ภาพจากเลนส์ Wide ระยะ 10 – 20 mm

ส่วนระยะอื่นๆ อันนี้ไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีก็ดีฮ่าๆ คือ Wide Angle เลนส์มุมกว้าง (มาก) เหมาะสำหรับถ่ายห้องพัก เก็บครบทุกดีเทลภายใน ถ้าเห็นรูปรีวิวโรงแรม ห้องพักต่างๆ เราจะใช้เลนส์ Wide ถ่ายนี่แหละ หรือจะเป็น Tele Photo เลนส์ซูม (ไกล) ระยะนี้เหมาะสำหรับถ่าย object ที่อยู่ไกลมาก ถ่ายภูเขา นก สัตว์ป่า ถ่ายกีฬา สำหรับ Blogger สายเที่ยว เลนส์ระยะนี้เป็นอะไรที่หยิบมาใช้ไม่บ่อย ต้องเฉพาะกิจจริงๆ

03 – ถ่ายภาพมุมสูงด้วย Drone

รูปมุมสูงจากโดรนปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันสวยจริงนะ ถ่ายรูปจากสถานที่เดียวกัน จากแนวราบปกติ กับโดรนมุมสูง ความสวย ความว้าวที่ได้มันต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งโดรนสมัยนี้ราคาจับต้องได้ มีหลายรุ่น หลายแบบให้เลือกใช้ ตัวเล็กถ่ายชิลล์ๆ ตัวใหญ่ถ่ายจริงจัง อันนี้หารีวิวโดรนแต่ละรุ่นได้เลย ไปเที่ยวอยากได้ภาพมุมแปลกใหม่ โดรนเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเราได้จริงๆ แต่ต้องระวังบางสถานที่ อาจไม่อนุญาตให้บินโดรน ต้องทำการบ้านตรงนี้ไปก่อนด้วยนะจ๊ะ

04 – Smart Phone ตัวช่วยถ่ายรูปชั้นดี

สารภาพกันตรงนี้ บางรูปในรีวิวของเรา มีรูปที่ใช้มือถือถ่ายด้วยนะ เทคโนโลยีกล้องบนมือถือตอนนี้มันพัฒนาไปไกลมาก สมาร์ทโฟนหลายๆ แบรนด์ ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพเป็นอย่างมาก มีโหมดต่างๆ ให้เลือกใช้ หน้าชัดหลังเบลอ พร้อมกับเลนส์ระยะต่างๆ เหมือนกันกับกล้องถ่ายรูปจริงๆ มันทำให้เราต้องหันมามองสมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือของเราใหม่

ส่วนใหญ่ตอนไปเที่ยว คนเราก็จับมือถือไม่น้อยไปกว่าจับกล้อง จังหวะอยากถ่ายรูป ก็หยิบมือถือมาสแนปแทนกล้องในกระเป๋าได้เลย แถมคุณภาพไฟล์ที่ได้ ไม่น้อยหน้าไปกว่ากล้องถ่ายรูปที่เรามี ทำให้สมาร์ทโฟน กลายเป็นหนึ่งอุปกรณ์ชั้นดีที่เราไม่ควรมองข้าม

05 – ทำการบ้านก่อนออกทริป มุมไหนถ่ายรูปสวย

อีกหนึ่งความสำคัญในการเตรียมตัวก่อนออกทริป นอกจากเรื่องของอุปกรณ์ การทำการบ้าน เรื่องจุดถ่ายรูปสวย ก็สำคัญมากเช่นกัน หลังจากแพลนที่เที่ยวเสร็จสรรพ ให้เราลองเช็คใน Instagram ที่ที่เราจะไปคนนิยมไปถ่ายที่ไหน มุมไหนสวยก็เซฟไว้ อันนี้เป็นทริคที่เราใช้ประจำเลยแหละ เลื่อนดูรูปไปเรื่อยๆ ไปถึงสถานที่จริงจะได้รู้ว่าต้องถ่ายมุมไหน ถ่ายยังไง ถึงจะออกมาสวย เวลาไปถึงสถานที่จริง เราจะได้มีเวลาครีเอทช็อตเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน

จบกันไปแล้วกับ Travel Photography Trick เทคนิคถ่ายรูปท่องเที่ยว แบบ Travel Blogger หวังว่าทุกคนจะได้ความรู้ และนำไปปรับใช้กับทริปของตัวเองนะ ข้อมูลที่เรานำมาแชร์ในวันนี้ ล้วนเป็นประสบการณ์จริงจากที่ได้เดินทางมาหลายประเทศ ท้ายสุดขอฝากช่องทางการติดตามของเรา

  • อ่านรีวิวเที่ยว ดูรูปสวยๆ จนอยากเดินทาง ได้ที่ : www.go-graph.com
  • Facebook Page : Go!Graph
  • Instagram : gograph
  • Twitter : @go_graph

Share this story
Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin
Share on pinterest
Scroll Up
logo