นิวยอร์ค Bucketlist 2019 – Update New York

นิวยอร์ค ครั้งนี้หลังจากไม่ได้ไปอเมริกามาตั้งนาน ถึงเวลาแล้วที่เราจะไปอัพเดทสถานที่ใหม่ๆตามหาดึกเก๋ๆ ชมศิลปะสร้างแรงบันดาลใจกัน, WHERE DREAMS ARE MADE OF <3


รู้ไว้ก่อนไป นิวยอร์ค

1.การเดินทาง

Subway

MTA pass สามารถซื้อแบบ 7 วัน (Unlimited Pass $33 ) หรือแบบเติมเงินก็ได้ สามารถขึ้นได้ทั้งใต้ดินและรถบัส สำหรับกรณีที่ขึ้นผิดฝั่ง ถ้าติ๊ดบัตรเข้าไปแล้วออกมา จะข้ามไปขึ้นอีกฝั่งสถานีชื่อเดียวกันไม่ได้นะจ๊ะ ทางแก้คือ นั่งเลยไปก่อนแล้วค่อยกลับมา **เพิ่มเติม >> http://web.mta.info/metrocard/mcgtreng.htm

Subway Line/Sign

  • ให้สังเกตุป้ายดีๆตั้งแต่ก่อนลงไปว่าขบวนที่เราจะไปเป็น Uptown หรือ Downtown จะได้ไม่ขึ้นผิดฝั่ง
  • เส้น Local ก็จะช้าหน่อยแวะทุกป้าย ส่วน Express ก็จะข้ามบางป้าย สังเกตุได้ที่ป้านในสถานี และ แอพ
  • เช็คเพื่อความชัวร์ว่าขบวนที่เราขึ้นเป็นสถานีปลายทางทิศเดียวกับที่เราจะไปไหม
  • ช่วง Weekend รถไฟจะวิ่งน้อยกว่าวันปกติ ต้องอ่านป้ายหน้างานดีๆ เพราะบางทางเข้าปิด และบางทีก็ใช้รางเดียวกัน แต่วิ่งคนละทิศ ส่วน Weekday วิ่งปกติ แต่เลี่ยงช่วงเช้าคนไปทำงานเยอะ

Train

เผื่อว่าถ้าอยากออกไปนอกเมืองสามารถมาซื้อตั๋วรถไฟที่สถานีได้เลย มีตู้อัตโนมัติให้กดเอง จ่ายด้วยเงินสด หรือ บัตรเครดิตก็ได้ มีตู้หลายแบบให้ดูดีๆ หรือถ้าเอาชัวร์ๆจะเข้าแถวซื้อกับคนก็ได้ แต่ก็ต้องเผื่อเวลาต่อคิวหน่อยนะ ทางที่ดีควรไปถึงก่อนรอบรถไฟออก อย่างน้อย 30 นาที (กันความงงของตัวเอง) ซื้อตั๋วเสร็จก็ต้องไปเช็คที่ตารางรถออกบนบอร์ดอีกทีว่าไปขึ้นชานชลาไหน

Trip : ไปกลับวันเดียวกันแนะนำให้ซื้อตั๋ว Round Trip แต่ต้องขึ้นลงสถานีเดียวกันนะ มาเปลี่ยนใจกลางทางไม่ได้เด้อ

Off Peak : เพื่อความประหยัดสามารถซื้อตั๋วรอบที่เป็นนอกช่วงเวลาเร่งรีบ (Peak Hours : 6 AM and 10 AM or that depart GCT between 4 PM and 8 PM)

Uber Pool

ถึงแม้ว่าจะไม่มีในไทยแล้ว แต่ พวกเราก็ยังสามารถใช้ Uber ได้ที่อเมริกานะ Feature ใหม่ที่เราชอบมากคือ Pool Car หรือ Shared Ride เวลาเรานั่งจะมีผู้ร่วมเดินทางไปด้วย คนขับเค้าจะแวะรับคนที่มีเส้นทางร่วมกับเรา แวะรับแวะส่งไปเรื่อยๆ วิธีนี้ทำให้ค่าเดินทางถูกลงไปหน่อยเพราะมีคนร่วมหารด้วย แต่ก็ต้องเผื่อเวลาหน่อยนะเพราะมันจะไม่เป๊ะมากว่าเราจะไปถึงปลายทางกี่โมง (เหมาะสำหรับทริปที่ไม่รีบ)

แต่ถ้าอยากถูกลงไปอีก ตอนเรียก Pool Car สามารถเปิด Feature walk to save cost ได้ด้วยนะ คือ เราเดินไปจุดที่ Uber ไม่ต้องอ้อมมารับ งกไปอีก

*จาก สนามบิน ไป > East Villege เรียกตอนห้าทุ่ม $60

*จาก East Villege ไป > สนามบินไป เรียกตอนตีสาม $40

2.การแลกเงิน

จะบอกว่า Cashless Society มีอยู่จริงแม้กระทั่งร้านคาเฟ่เล็กๆ เดี๋ยวนี้บางร้านไม่รับเงินสดเลยนะ ขอเป็นบัตรอย่างเดียวจ้า..เราขอพูดถึงความสะดวกสบายถ้าใครสนใจ ขี้เกียจไปแลกเงินที่สนามบิน กังวลเรื่องเรทเงิน ไม่รู้จะแลกไปเท่าไหร่ SCB เค้ามี Solution ดีๆมาให้จ้า

บัตร PLANET SCB

  • แลกเงินเรทดีเทียบเท่าร้านแลกเงิน ล็อคเรทได้ ภายในบัตรเดียวถึง 13 สกุลเงิน (KRW, TWD, USD, EUR, JPY, SGD, CNY, HKD, GBP, AUD, NZD, CHF และ CAD) แถมยังมีสกุล THB ซึ่งสามารถรูดใช้จ่าย และช้อปออนไลน์ในประเทศไทยได้ด้วย
  • รูด กิน เที่ยว ช้อปคุ้มทั่วโลก ไม่ชาร์จค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงิน 2.5% ทุกสกุลเงิน แตะจ่าย Paywave ได้
  • เงินไม่พอ แลกเงินเข้าบัตรผ่าน แอป SCB Easy ได้เลย แถมให้คนที่บ้านเติมให้ได้อีก แลกที่ไหนก็ได้ แค่มี WIFI
SCB PLANET NEW YORK

สมัครเลย ผ่านแอป SCB EASY เสร็จใน1นาที เที่ยวแบบลงตัว สมัครง่าย ทำเองผ่าน SCB EASY สมัครวันนี้ ฟรี! ค่าธรรมเนียมออกบัตร (มูลค่า 200 บาท) ถึง 31 ธ.ค.62 เท่านั้น นะจ๊ะ


3.ลดราคา

Tourist Pass :

วางแผนดีๆว่าอยากเที่ยวไหนบ้าง และสามารถบีบให้อยู่ใน 1/2/3วัน ตามแพคเกจของบัตรไหม ก็จะทำให้ค่าเข้าสถานที่ต่างๆของเราคุ้มไปอีก เหมือนเหมาจ่าย แต่ก็ต้องลองดูก่อนนะว่าในแพคเกจเค้ามีที่ๆเราอยากไปเยอะไหม ไม่งั้นก็ไม่คุ้มจ้า

Groupon :

ลองเข้าไปเช็ดดูว่าซื้อตั๋วออนไลน์อาจจะมีดีลพิเศษเป็นช่วงๆถูกลงอีกจ้า

**เพิ่มเติม 

บัตรนักเรียน/นักศึกษา :

เหมือนเดิม นำบัตรนักเรียน/นักศึกษา หรือ ใครพาผู้ใหญ่เกิน 65 ปีอย่าลืมยื่นบัตรขอส่วนลดเข้ามิวเซี่ยวต่างๆด้วยจ้า

*มีระบุชื่อ/วดป เป็นภาษาอังกฤษ (บัตรประชาชนแบบใหม่)

Strolling around New York City เที่ยว นิวยอร์ค มีย่านไหนน่าไปบ้าง

Chelsea | Upper West Side

เป็นย่านที่มีทั้งตลาดดังอย่าง Chelsea Market, ย่านตึกทำงาน และ Art Gallery มากมาย อยากแนะนำให้ไปย่านนี้ในวันที่ไม่ใช่วันอาทิตย์นะ เพราะ Gallery ส่วนมากจะหยุดวันอาทิตย์ นอกจากชมศิลปะยังมีตึกสวยงาม ละครเวที ความเจิรญ และแหล่งช็อปปิ้งแบรนด์ดังต่างๆ มี Testla ด้วยนะ

High-line

เดิมเคยเป็นรางรถไฟเก่า รัฐบาลจึงเอามา Renovate ใหม่เป็นสวนลอยฟ้า สามารถเดินเล่นชิวๆเกือบ 4 ไมล์ ยาวๆไปจนถึงตึก Vessel ได้เลย ทางขึ้นสวยลอยฟ้าจะอยู่เป็นระยะๆ

นอกจากนี้ยังมีตึกสวยๆให้ชมตลอดเส้นทางเลย

Zaha Hadid’s Office Building

เด็กสถาปัตย์น่าจะรู้จักดี Architecture ดังระดับโลกมีผลงานตึกเจ๋งๆมากมาย อาทิ Dongdaemun Design Plaza ที่เกาหลี, The BMW Central Building  ที่เยอรมัน ส่วนตึกนี้เป็นตึกบริษัทของเค้าเอง สามารถมองเห็นจาก High-line ได้เลย

Vessel

เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ใครๆก็ต้องไปถ่ายรูปที่นี่ สามารถถ่ายจากภายนอกก็ได้ หรือถ้าอยากเข้าไปข้างใน สามารถ Book บัตรเข้าชมฟรีได้ผ่านเว็ป แต่ต้องจองล่วงหน้านานหน่อยนะไม่งั้นหมด ส่วนใครเพิ่งตัดสินใจสามารถซื้อบัตรเข้าได้เลย $10 (Flexible Ticket) แต่ต้องไปตามช่วงเวลาที่ระบุนะ

*เอาตั๋วชมฟรีตอนเช้า

**เพิ่มเติม

Whitney Museum of American Art

บอกเลยว่าใครชอบงานอาร์ท ดีไซน์ แสวงหาแรงบันดาลใจต้องมาที่นี่จริงๆ อยู่ได้ทั้งวัน อย่างน้อย 2 ชม. อะ ตึกนี้มีทั้งหมด 9 ชั้น และมีคาเฟ่อยู่ชั้นบนสุดด้วน ที่นี่มีงานของศิลปินเจ้าพ่อดังๆอย่าง Andy Wahoal, มีทั้งศิลปะ Indoor และ Scluptor outdoor บอกเลยว่าเราอินมาก

ที่นี่ตั้งใจจะสนับสนุน Young American Artist ตั้งแต่ช่วง 1900s เป็นต้นไป รวมถึงงานแนว Contemporary American art & Pop Art และงานของศิลปินที่ยังมีชีวิตอยู่

*บัตรสำหรับผู้ใหญ่ 25$

*ซื้อบัตรหน้างานได้

*กินอาหารไปให้อิ่นตอนเช้าจะได้มีกำลังเดินยาวๆแล้วค่อยออกมากินทีเดียว

**เพิ่มเติม 

Sleep No More, Theater

เป็นการชมละครเวทีในมิติใหม่มากๆๆ ถ้าใครชอบลองของบอกเลยว่าห้ามพลาด การชมละครที่นี่ผู้ชมจะต้องสวมหน้ากากสีขาวเสมือนว่าเราไม่มีตัวตน (Anonymous) โดยมีข้อแม้ว่า ห้ามส่งเสียงคุยกัน แม้มาด้วยกันก็ห้ามคุยกัน ห้ามถอดหน้ากาก และห้ามโดนตัวนักแสดง

ความโดดเด่นของละครเรื่องนี้คือ เราสามารถเลือกได้ว่าอยากจะติดตามตัวละครตัวไหน เพื่อไปดูฉากไหนบ้าง และได้เห็นตัวละครใกล้มากๆ เราสามารถอยู่นานเท่าที่อยากอยู่เพื่อดูให้ครบทุกซีนก็ได้ ราวๆ 2 ชม. คือเราจะเห็นฉากบางซีนซ้ำเพื่อที่จะได้รู้ว่าละครเรื่องนี้มันวนมาอีกรอบ เช่น ฉากโต๊ะกินข้าวรวม หรือ ฉากเต้นที่บอลรูม ส่วนซีนเด็ดที่เราต้องไปเห็นให้ได้คือ ฉากห้องน้ำ ห้องไฟกระพริบ เป็นต้น ซึ่งทุกซีนจะอยู่ในตึกเดียวกัน (The McKittrick Hotel) แต่คนละชั้นไม่อยากสปอยล์เยอะ เอาเป็นว่าแนะนำจริงๆ

ถามว่าดูรู้เรื่องไหม เอาจริงๆ ว่าคิดว่าไปเอาประสบการณ์แปลกใหม่ ส่วนเค้าโครงเรื่องถ้าใครอยากเก็ทไปก่อน สามารถอ่านบทประพันธ์เรื่อง Macbeth ที่เขียนโดย William Shakespeare ได้ โดยเรื่องนี้ถูกตีนำมาตีความใหม่ในแบบร่วมสมัยมากขึ้น

เสียดายที่ไม่มีรูปมาฝากเพราะเค้าห้ามเอากล้องเข้าไปต้องฝากกระเป๋าข้างหน้าจ้า มีค่าฝากของอีกคนละ $4 แนะนำมามาด้วยกันก่อนเอาของรวมๆกันในกระเป๋าเดียวก่อนเข้าไปก็ดีจ้า

*จองล่วงหน้า


Brooklyn | Dumbo

ย่านฮิปเตอร์ ที่แท้ทรู มีคาเฟ่ และ Food Truck Market วันเสาร์ แต่ก็ยังมีความสงบ และเป็นที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ มีคนวิ่งตอนเช้า พาหมาเดิน ริมน้ำ สามารถไปเดินชิวๆถ่ายรูป Street Art และ ริมน้ำได้เลย

Devocion Cafe

มาย่าน Brooklyn ทั้งทีก็ต้องมาเจิมคาเฟ่ฮิปๆซักหน่อยโน๊ะ ร้านกาแฟร้านนี้เหมาะสำหรับคนชื่นชอบกาแฟสัญชาติโคลอมเบีย เพราะผู้ก่อตั้ง Steven Sutton เป็นผู้นำเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากบ้านเกิดตัวเองเลย

ร้านนี้ยังโดดเด่นที่บรรยากาศของร้านชิวมาก ถึงจะนั่งในร้านแต่ก็มี sun roof ที่เป็นประจกใสมีแดดส่องข้างใน เหมาะแกการมานั่งเซ็ท ชิว และ อ่านหนังสือเป็นที่สุด

Smorgasburg Market

เป็นการรวมตัวของ Food Truck อาหารเด็ด อาหารแปลก มีความ Innovative ที่เอาเมนูดั่งเดิมมา Twist ในไอเดียใหม่ๆ ทั้งอาหารฝรั่ง เอเชีย นานาชาติอะว่าง่ายๆ เห็นแล้วก็แปลกตาดี คิดได้เนอะ เช่น Noodles Buger และ Korean Chicken in cone เป็นต้น

Market นี้ตั้งอยู่ริมน้ำ สามารถซื้ออาหารแล้วมานั่งทานชมวิวชิวๆได้เลยนะ

*เปิดวันเสาร์ อาทิตย์  11.00-18.00 (April-November),วันศุกร์ 11.30- 19.00

Brooklyn Bridge

จุด Check-in ที่ต้องมาถ่ายรูป แนะนำให้เดินบนสะพานตอนกลับจากฝั่ง Brookyln มาฝั่ง Manhattan ตอนเย็นๆ พระอาทิตย์ตกหน่อยๆชิว และสวยงาม

 

Williamsburg Artists & Fleas

ตลาดชิคๆของพวก Artist และ เจ้าของแบรนด์รุ่นใหม่ เอาสินค้ามาขายตั้งแต่ของ แฟชั่น เครื่องประดับ งานอาร์ท ของตกแต่งบ้าน ของวินเทจ และงานดีไซน์ต่างๆ

นอกจากสาขานี้ยังมีที่ Soho, Chelsea ด้วยจ้า

*เปิดวันเสาร์ อาทิตย์  10.00-19.00

**เพิ่มเติม 

Museum of Food and Drink (MOFAD) Lab

มิวเซี่ยวนี้ขนาดไม่ใหญ่แต่ที่น่าสนใจคือ คอนเซปของมิวเซี่ยมที่หลังจากเราเดินชมสาระความรู้เสร็จแล้ว ตอนท้ายจะมีพาร์ทที่เป็นห้องครัว และ Counter Table ให้เราได้สัมผัสรสชาติอาหารจริงๆจากเชฟ

โดยตีมครั้งนี้ที่เราไปเป็นตีมอาหารจีนจริงๆ เชฟคนจีนก็มาทำอาหารให้ชิมเองจริงๆ ใครที่เป็นลูกหลานชาวจีน อยากรู้ว่าอาหารจีนมาดังในอเมริกาได้ยังไง สามารถเข้าไปหาคำตอบได้เลย

*แบบปกติ $14

*แบบชิวฝีมือเชฟด้วย $24

*แต่ละครั้งที่ไปจะมีตีมไปเหมือนกันนะ อย่าลืมเช็คก่อนว่าสนใจไหม

**เพิ่มเติม 

A/D/O Space

เป็น Co-working/ Creative Space ที่เปิดให้คนนอกโผล่หัวเข้าไปดูบรรยากาศการทำงานแบบฝรั่งๆ ด้านหน้าจะมี Selected Shop ที่เอาพวกของสวย มีดีไซน์ เครื่องเขียน แม็กกาซีนมาวางขายด้วย และ Mini Exhibition เล็กๆอยู่

ความจริงพื้นที่นี้สนับสนุนโดย Mini ให้คนได้ทำงานอย่างสร้างสรรค์เพราะเค้าเชื่อว่า “Meaningful design cannot happen in isolation – it needs exchange”

**เพิ่มเติม


Manhattan | Midtown Manhattan

ใจกลางความเจิรญ หรูหรา ทั้งแหล่งShopping, Boutique Shop, Museum, และ 5th Ave รวมถึงตึกเท่ๆมากมายที่ต้องไป Checked-in

Solomon R. Guggenheim Museum

แค่เห็นตึกก็ประทับใจแล้ว ออกแบบโดย Frank Lloyd Wright สามารเดินชมแบบวนขึ้นไปได้เรื่อยๆจนถึงชั้นบนสุดเลย ข้างในแสดงงานศิลปะทั้งภาพวาด รูปถ่าย ปติมากรรม  ยุค ImpressionistPost-Impressionist, Early Modern and Contemporary Art รวมถึงมี Special Exhibitions โดยมีตีมที่แตกต่างกันออกไปตาม Curator

ที่นี่เราประทับใจการนำเสนอ Exhibition ของแต่ละ Curator มากเป็นหัวข้อที่น่าสนใจ ใครชอบงานอาร์ทขอให้แวะไปจ้า

*ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่ 17.00-19.30 สามารถจ่ายค่าเข้าชมเท่าไหร่ก็ได้ แต่ก็แนะนำให้ช่วยสนับสนุนอย่างน้อย $10

**เพิ่มเติม

Central Park

ดูซี่รี่ฝรั่งเยอะๆก็อยากจะมาเหยียบพาร์คนี้ซักครั้ง ที่นี่ใหญ่มากกก ต้องเผื่อเวลาเดิน และ นั่งชิวเยอะๆหน่อย อย่าลืมดูสภาพอาการด้วยนะ บอกตามตรงว่าเราเสียดายมากที่ไม่ได้รีบมาพาร์คตั้งแต่วันแรกๆ ดันเก็บไว้มาวันสุดท้าย ฝนดันตกซะงั้น ฝันพังเบาๆ

จุด Check-in ที่เค้าไปถ่ายรูปกัน Bow Bridge, The Trefoil Arch, Sheep Meadow, Bethesda Fountain & Terrace, Ladies Pavilion, Pinebank Arch, Strawberry Fields And John Lennon Tiles (Central Park)

Flatiron Building

ตึกนี้เป็นตึกบางเฉียบรูปเตารีด(จากมุมบน) ที่ทุกคนต้องมา Check-in ถือเป็นหนึ่งใน Iconic Building ในนิวยอร์คเลย 

อาคารโครงสร้างเหล็กทรง 3 เหลี่ยมตั้งอยู่บนจุดตัด 4 แยกระหว่างถนน 5th Ave. / Broadway เป็นพื้นที่ๆถูกตัดให้เหลือเท่านี้จากสมัยที่อเมริกาทำแผนที่เกาะ Manhattan เป็นครั้งแรกโดย Bernard Ratzer เป็นนักเขียนแผนที่ชาวอังกฤษ Manhattan ส่วนใครอยากเห็นหลักฐานเสาที่ใช้ในการแบ่งเขตทำแผนที่ที่ยังหลงเหลืออยู่ไปดูได้ที่ Central Park จ้า

 

Grand Central Station

อีกซีนในหนังที่เห็นแล้วต้องมา ที่นี่เป็นสถานีหลักไว้ขึ้นรถไฟออกนอกเมือง อารมณ์หัวลำโพงบ้างเราอะเนอะ ใครหิวก่อนขึ้นรถไฟ ที่นี่ก็มี Food Court ขายขนมปัง แซนวิช กาแฟ มานั่งรอรถไฟได้นะ แต่ที่พีคคือ มี Apple Store ด้วยนะ ใครทำหูฟังหล่น แวะมาซื้อที่นี้ได้จ้า

New York Library

อันนี้ถือว่าขลัง ห้องสมุดสาธารณะที่ใครๆก็เข้ามาใช้ได้ แถมกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปที่ควรมาแวะมากๆด้วย 

แนะนำว่าให้มาช่วงเย็นๆแดดรำไรๆ แสงลอดหน้าต่างได้ฟิวคลาสิคมากกกก


Lower West

ย่านนี้อยู่ในบริเวณตึก World Trade Center เก่า เค้า Renovate ทุกอย่างใหม่หมด กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทุกคนควรแวะมา

 

The Oculus

เป็นสถานีรถไฟและเป็นกึ่งห้างให้คนมากิน ช็อปได้ ความสวยอยู่ตรงที่สถาปัตยกรรมของตึก กลายเป็นแหล่งฮิปจุดใหม่ที่ทุกคนต้องเอาถ่ายรูปจ้า ออกแบบโดย Santiago Calatrava ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะในเรื่องของการออกแบบ curves ต่างๆ โดยตึกนี้ต้องใช้เหล็กที่ทำพิเศษเพื่อมารองรับโค้งเว้าแบบนี้ ไม่แปลกที่สถานีนี้ถือว่าเป็นสถานีรถไฟที่แพงที่สุดในโลก ใช้งบสร้างไป 4 พันล้านเหรียญสหรัฐเลยจ้า

oculus

ถ้าใครเคยไปเบลเยี่ยม อาจจะรู้จักสถานีรถไฟ Calatrava Train Station ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกคนเดียวกันจึงมีสไตล์ที่คล้ายๆกันจ้า

นิวยอร์ค the oculus gograph

ส่วนรอบๆด้านนอกมี Food Truck Market ให้เลือดสรรค์หลายชาติเลยจ้า

 

9/11 Memorial

หลังจากเหตุการณ์ 9/11 ตึก World Trade Center เดิมถูกทำเป็นสถานที่รำลึกถึงเหตุการณ์วันนั้น สถานนี่ตรงนี้เป็นบริเวณด้านนอกของ 9/11 Memorial ที่เปิดให้สามารถเดินรอบๆได้ แต่ถ้าใครอินกับเหตุการณ์ครั้งนี้ แนะนำว่าให้เข้าไปด้านในตัวตึก ซึ่งต้องซื้อตั๋วเข้าไปชมนะจ้า

ด้านในจะมีการจัดแสดงร่องลอยหลักฐาน หรือ ส่วนของอาคารเดิมที่เป็นจุดเชื่อมโยงในการเล่นเรื่องของเหตุการณ์ในวันนั้น ส่วนพื้นที่ตรงจุดเดิมของตึก World Trade Centre จริงๆถูกทำเป็นที่ค้นหาและแสดงรายชื่อ ประวัติ ของผู้เสียชีวิต รวมถึงบริเวณรอบๆก็ยังมีข้าวของเครื่องใช้ อุปกรณ์และบทสัมภาษณ์ต่างๆมากมาย

*ค่าเข้าผู้ใหญ่ปกติ $26

*เข้าฟรีวันอังคารหลัง 4-5โมง (ต้องไปต่อคิว มาก่อนได้ก่อน)

**เพิ่มเติม

เที่ยว นิวยอร์ค ครั้งนี้ไปคนเดียว เลยไปไหนมาไหนได้เยอะมากราวกับเหาะเหินเดินอากาศ แต่เสียดายที่ไม่มีคนถ่ายรูปให้ เหงาไปหน่อย

แต่ก็ได้เจิมสถานที่ใน Bucklist สมใจฝัน แบบเน้นสายอาร์ท งานดีไซน์ ประวัติศาสตร์ ผสมความเนิร์ดมีสาระกันบ้าง ถ้าใครมีเวลาอยู่ นิวยอร์ค นานกว่า 1 อาทิตย์ เรามีที่อื่นๆที่อยากให้ไปเยือนจ้า

  • Dia Beacon : Art Gallery ขนาดใหญ่นอกเมือง ต้องนั่งรถออไปนอกเมือง (ค่าบัตรเข้าชม $15, ค่ารถไฟ ไป-กลับ $40-50)
  • MOMA PS1 : Art Gallery ใหม่ Contemporary
  • CW Pencil Enterprise : ร้านขายดินสอของคนคลั่งดินสอโดยเฉพาะ ระหว่างทางมี Art Gallery ให้เข้าชม

จาก นิวยอร์ค ไปต่อกันที่ ซานฟราน ได้เล้ย!

Scroll Up
logo