เที่ยวม่อนจอง เส้นทางเดินป่า ทุ่งหญ้าสีทอง

เที่ยวม่อนจอง — ย้อนกลับไปกลางปี 2019 เพื่อนคนนึงในกลุ่มยิงคำถามทิ้งไว้ในแชทไลน์ ไปเดินม่อนจองกันไหม? อันที่จริงเราเห็นภาพม่อนจองมาเยอะมาก ทั้งในรีวิวคนอื่น รวมถึงเพื่อนหลายคนของเรา ต่างไปม่อนจองมาแล้ว จนแล้วจนเล่ายันมกราคม 2020 คำถามที่ถูกทิ้งไว้ แต่ไม่มีคำตอบ ถูก Remind อีกครั้งจากเพื่อนคนเดิม ฮ่าๆ ไม่ต้องสืบเลยว่ามันจะถามอะไร ทริปม่อนจองเริ่มเป็นรูปร่างจากความเร่งรีบ เปิดตี้ชวนเพื่อน ชวนคนที่บ้าน ขับรถจากกรุงเทพ – เชียงใหม่

แผนแรกสุดจากทริปเพื่อนสองคน กลายเป็นแฟมิลี่ทริปแบบงงๆ พร้อมคำถามที่ถูกยิงมาอีกรอบจากผู้ใหญ่ในกรุ๊ป ลงจากม่อนจองพักที่ไหนต่อ เราก็ได้แต่เอ๊ะใจ พร้อมเห็นด้วยกับคำถามนี้ ลงม่อนจองแล้วขับรถกลับกรุงเทพเลยดูจะโหดไป เลยต้องหาที่พักหนึ่งคืนก่อนกลับ หาไปที่พักวนไป จนได้เจอกับ บ่อแก้วโฮมสเตย์ ที่มีบ่อน้ำผุดธรรมชาติ มีสระน้ำให้เล่น แถมเจ้าของใจดีมากกกก เก็บผักในสวนแกทำกับข้าวกินได้ตามใจชอบ เกริ่นกันมาเยอะแล้ว เอาเป็นว่าขอเปิดทริป เที่ยวม่อนจอง อย่างเป็นทางการ เก็บกระเป๋าแล้วไปเที่ยวกันดีกว่า

เตรียมข้อมูลก่อนไปม่อนจอง

ม่อนจองเป็นยอดดอยที่มีความสูงประมาณ 1,929 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นยอดดอยที่สูงอันดับที่ 7 ของประเทศไทย ก่อนที่เราจะไปม่อนจองก็ได้หาข้อมูลเตรียมไปเหมือนกัน หลายสำนักต่างบอกว่า ม่อนจองเดินง่าย ใครๆ ก็ไปได้ จากประสบการณ์ที่เราไปพิสูจน์มา ขอตอบว่าจริง !! เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเดินป่า ใครที่อยากลองดูม่อนจองเป็นตัวเลือกที่ดี ระยะทางจากจุดสตาร์ทขึ้นมาด้านบนประมาณ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก็เดินถึงแล้ว แต่มีบางจุดที่ต้องเดินไต่ความชันอยู่บ้าง ทำเอาเราต้องหยุดพักกันบ่อยเหมือนกัน อีกทั้งยังโดนตัดกำลังจากการนั่งรถกระบะไปยังจุดสตาร์ท ประมาณ 1 ชั่วโมง เส้นทางก่อนไปถึง โยกเยก ครุคระ อบอวลไปด้วยฝุ่น เหนื่อยกันตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดิน ฮ่าๆ

เช็คลิสต์ไอเทมห้ามพลาด

มาถึงสิ่งที่ ต้องเตรียมไปเดินม่อนจองบ้าง

  • แว่นกันแดด มาส์กปิดจมูก : ได้ใช้ตอนนั่งรถขึ้นจุดสตาร์ท ฝุ่นเยอะมากๆ ใครเป็นภูมิแพ้ห้ามลืมมาส์กเด็ดขาด
  • ยาดม : ใครเมารถหนักมาก อย่าลืมยาดมเด็ดขาด ตัวช่วยชั้นเลิศ ดมกันตลอดทาง
  • น้ำดื่ม : ควรเตรียมน้ำดื่มติดตัวไว้อย่างน้อย 1 ขวด จิบแก้กระหายระหว่างเดิน ส่วนที่เหลือฝากไว้กับลูกหาบโลด
  • เสื้อกันหนาว : ข้างบนตกเย็นอากาศค่อนข้างหนาวตามประสาบนดอย ได้ใช้แน่ๆ ตอนออกไปดูแสงเช้า ที่ผาหัวสิงห์ ลมแรงแถมหนาวมาก เสื้อกันลมเฉยๆ เอาไม่อยู่นะ
  • ทิชชู่ แห้ง / เปียก : เน้นหนักไปที่สุภาพสตรี ห้องน้ำด้านบนใช้งานค่อนข้างลำบาก มีก็อกน้ำให้ใช้ แต่เราต้องตักเอาเข้าไปเองนะ หรือถ้าใครจะเตรียมทิชชู่อาบน้ำ ไว้เช็ดตัวให้หายเหนอะหนะ อันนี้ดีมากให้หาซื้อติดไว้ด้วยก็ดี
  • ไฟฉาย : ไฟไม่มีเดินในป่ามันมืด อย่าลืมไฟฉาย
  • อาหาร : ในเคสที่เราไม่ได้เตรียมอาหารขึ้นไปทำด้านบน แนะนำให้เตรียมของกินแบบง่ายๆ ขนมปัง แซนวิช นมข้นหวาดขวดบีบ การกินหลักๆ จะแบ่งเป็น 4 มื้อ ก่อนเดินขึ้น / มื้อกลางวัน / มื้อเย็น / มื้อเช้าก่อนเดินลง
  • เต็นท์ : ใครมีเต็นท์เองจะจ้างลูกหาบแบกขึ้นไปก็ได้นะ เราลองนอนเต็นท์เช่าแล้ว สภาพพอใช้ได้ มีฝุ่นนิดหน่อย นอนสองคนแบบพอดีๆ แนะนำให้เอาเต็นท์มาดีกว่า กางไม่เป็นลูกหาบช่วยเรากางได้ ผ้าปูรอง เบาะรองนอน เตรียมมาได้จะดีมาก ลานกางเต็นท์ไม่ค่อยเรียบมากนัก

สุดท้ายไม่ใช่สิ่งที่ต้องเตรียมไป แต่เป็นสิ่งที่ต้องนำกลับมา ขยะต่างๆ พลาสติก กินแล้ว ใช้แล้ว นำกลับลงมาด้วย ไม่สร้างขยะไว้ข้างบนนะ

ค่าใช้จ่ายในการเดินม่อนจอง

เราขับรถส่วนตัวไปจอดไว้ที่ ศูนย์บริการท่องเที่ยวม่อนจอง จอดรถเสร็จสรรพ หยิบของเตรียมตัว เหมารถ 4X4 ไปจุดสตาร์ท พร้อมเช่าลูกหาบ

  • เหมารถ 4×4 ไป – กลับ : กรุ๊ปเรามีประมาณ 13 คน จ่ายไปในราคา 6,000 บาท
  • ค่าลูกหาบ : แบก 20 กิโล / 2 วัน 1 คืน ไปกลับ 600 บาท
  • ค่าเข้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย : ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็ก 10 บาท / เต็นท์หลังไม่เกิน 4 คน 50 บาท / เต็นท์หลังใหญ่เกิน 4 คน 100 บาท
  • โลเคชั่น ศูนย์บริการท่องเที่ยวม่อนจอง : https://goo.gl/maps/5e4KA9qcFL5KLFYL7

ถึงจุดสตาร์ทเรียบร้อย ขนสัมภาระลงจากรถ เบรคทานอะไรรองท้องกันก่อน เพราะนั่งรถมาก็หมดแรงแล้ว

ช่วงแรกของการเดินจะเป็นทางราบ ทางชัน สลับกันไป ปกคลุมไปด้วยป่าไม้ อากาศร่มรื่น ลมพัดอยู่ตลอดทาง สลับไปมาออกกลางแจ้งโดนแดดบ้าง ยาวจนถึง ภูหินช่อ เป็นเหมือนจุดพักแรก (แต่จริงๆ ก็พักมาตลอดทาง) ตรงนั้นจะเป็นพื้นโล่งกว้าง เห็นวิว 360 องศา จะขึ้นไปยืนเท่ๆ บนก้อนหินก็ได้นะ

เราแวะพักถ่ายรูปกันพอเป็นพิธี แล้วออกเดินต่อไปยังจุดหมายถัดไป ดอยหมาหอบ สาเหตุที่เรียกว่าดอยหมาหอบ คือความชันเล่นทำเราหอบ (แล้วไหนบอกหมาหอบ) แต่ความตลก ดันมีน้องไซตัวโตเดินป้วนเปี้ยนแถวดอยหมาหอบ คาดว่าคงเป็นสุนัขของเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ทักทายอะไรกันมาก ตอนนี้หอบทั้งคน ทั้งหมาจริงๆ

เที่ยวม่อนจอง

ระหว่างทางขึ้น เราก็สวนลูกหาบ และนักท่องเที่ยวที่เดินลง พ้นดอยหมาหอบไปจะไปราบยาวๆ สบายแล้วจ้า อีกฮึบเดียวเท่านั้น!

มองย้อนลงไปหลังจากเดินขึ้นดอยหมาหอบจนเกือบถึง ตอนนี้กรุ๊ปเราแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ต่างคนต่างเดิน ส่วนคนที่ชวนมาตัวปลิวเดินถึงคนแรกเลย

เที่ยวม่อนจอง

จากดอยหมาหอบ จะมีทางเดินแยกเป็นสองทางไป สนามกอล์ฟช้าง หรือ จุดกางเต็นท์ เราเลือกเดินเลาะตามแนวเขา ซึมซับบรรยากาศทุ่งหญ้าสีทอง ทางเดินราบ ลมพัดเย็นตลอด จนลืมความเหนื่อยของดอยหมาหอบไปจนหมด

เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง

เราเดินมาถึงสนามกอล์ฟช้าง พร้อมพี่ๆ ในกรุ๊ปทยอยเดินตามมาติดๆ ปลดกระเป๋าที่แบกมาวางกองกับพื้น หยุดยืนชมวิวสักพัก ก่อนที่จะเดินลงจุดกางเต็นท์ จัดแจงสัมภาระ กางเต็นท์ รวมถึงเตรียมอาหารสำหรับมือเย็น บริเวณจุดการเต็นท์สามารถก่อกองไฟทำอาหารได้ด้วยนะ ใครที่อยากต้มน้ำร้อน ดื่มชา กาแฟ หรือใช้เตาแก๊สสนามทำกับข้าวได้เหมือนกัน

ข้อแนะนำอย่างหนึ่ง คือพยาพยามขึ้นไปถึงด้านบนก่อนเที่ยง ลานกางเต็นท์มีเนื้อที่จำกัด โซนพื้นเรียบๆ มีนะ แต่เราต้องมาไวหน่อย อย่างของเราเริ่มสตาร์ทเดินประมาณเที่ยงๆ บวกกับวันหยุดยาวคนแน่นมาก ลานเต็นท์เต็มแบบไม่ต้องสืบ

หลังจากผ่านช่วงวุ่นวายหาที่กางเต็นท์ เราก็ชวนน้องๆ ในกรุ๊ปขึ้นมาดูแสงเย็น ลานกว้างสนามกอล์ฟช้าง เต็มไปด้วยผู้คน สารภาพตามตรงรูปที่ทุกคนเห็นโล่งๆ แบบนี้ ผ่านการลบคนออกไป ตอนแรกเราคาดหวังว่ามันคงโล่งเหมือนรูปที่เราเคยเห็นก่อนหน้า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุ่งหญ้าสีทองสวยสมคำร่ำลือจริงๆ

เที่ยวม่อนจอง

ภาพ Silhouette แสงเย็น เป็นมุมยอดฮิตที่ต้องมาถ่าย โชคดีของเราก่อนลงกลับที่เต็นท์ ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีชมพูอมม่วง หลายคน หลายคู่ ยังคงนั่งชมแสงสุดท้ายของวัน

เที่ยวม่อนจอง

ตื่นกันตั้งแต่ฟ้ามืดขึ้นไปดูแสงเช้า และผาหัวสิงห์ จากจุดกางเต็นท์ไปผาหัวสิงห์ ต้องเดินอีกประมาณ 2 กิโลเมตร สภาพอากาศตอนที่เราขึ้นไปช่วง 05:30 ลมแรงมาก เราไม่ได้เดินไปถึงผาหัวสิงห์ เห็นคนออกันอยู่กลุ่มใหญ่ก่อนถึงผาหัวสิงห์ เลยลงหลักปักฐานกันตรงนั้น ประกอบกับสภาพอากาศดูไม่เป็นใจเท่าไหร่ เลยตัดสินใจเดินกลับไปที่เต็นท์เก็บของเตรียมตัวเดินลงแบบเศร้าๆ

เที่ยวม่อนจอง

หลังจากเคลียร์สัมภาระ เก็บเต็นท์กันเรียบร้อย เดินขึ้นมาสนามกอล์ฟช้าง ถ่ายรูปเล่นอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ ก่อนจะเดินลงแบบยาวๆ เป็นอันจบ เส้นทางเดินป่าดอยม่อนจอง อย่างเป็นทางการ

เที่ยวม่อนจอง

บ่อแก้วโฮมสเตย์

หลังจากเดินลงม่อนจองกลับมาถึงจุดบริการนักท่องเที่ยว ประมาณบ่ายโมง ภารกิจถัดไปคือการขับรถไป บ่อแก้วโฮมสเตย์ ที่พักท่ามกลางหุบเขา พืชผักสวนครัวปลูกกันเต็มแปลง ความดีงามของโฮมสเตย์ที่นี่คือ มีบ่อน้ำผุดธรรมชาติ ลุงเจ้าของแกทำสระน้ำไว้ให้เล่น แถมใจดีมาก ผักที่ปลูกในส่วนเอามาทำกับข้าวได้ตามใจชอบ ด้วยความที่เรามีผู้ใหญ่ในกรุ๊ป เรื่องอาหารการกินกับข้าวต่างๆ จัดเต็ม ใครอยากพักโฮมสเตย์แบบธรรมชาติจริงๆ เราแนะนำที่นี่เลยนะ บรรยากาศร่มรื่นท่ามกลางหุบเขา เห็นดอยอินทนนท์ไกลๆ สนใจก็จองพักกันได้ มีบ้านพัก และเต็นท์เป็นหลัง

  • Facebook Fanpage : บ่อแก้วโฮมสเตย์ Bor-Kaew Homestay
  • ราคาที่พัก : คนละ 300 บาท เราพักบ้านเป็นหลังนะ
  • โลเคชั่น บ่อแก้วโฮมสเตย์ : https://goo.gl/maps/cL7jgM8NAvvrW5gJ6
  • จอดรถตรงแปลงผักด้านนอก ไม่ต้องขับเขาไปถึงตัวที่พัก เพราะต้องข้ามลำธาร รถกระบะ ฟอร์จูนเนอร์ จำพวกนี้ข้ามไปจอดด้านในได้ รถตู้ เก๋ง หรือเล็กกว่านี้ จอดตรงแปลงพักแล้วโทรบอกลุงจะเอารถกระบะมารับ
เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง

อวดกับข้าวหน่อยจ้า บางส่วนเราแวะซื้อก่อนเข้าโฮมสเตย์ บวกกับผักในแปลงของลุง เครื่องครัว จาน ช้อน ลุงมีบริการพร้อม สอบถามและแจ้งลุงก่อนด้วยนะ

PEMA Cafe

เช็คเอาท์ออกจากบ่อแก้วโฮมสเตย์ มาเช็คอินต่อที่ PEMA Cafe (เพมา คาเฟ่) ก่อนขับรถกลับกรุงเทพ คาเฟ่บ้านไม้ บรรยากาศร่มรื่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ สไตล์การตกแต่งที่เรียบง่าย เราสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นตั้งแต่ก่อนเข้า พร้อมรอยยิ้มจากเจ้าของร้านที่กล่าวทักทายเราพลางรับออเดอร์ ใครที่มาแม่แจ่ม หรือพักบ่อแก้วโฮมสเตย์ อย่าลืมมาเช็คอินที่นี่ด้วยนะ

เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง
เที่ยวม่อนจอง

จบแฟมิลี่ทริป เที่ยวม่อนจอง ขับรถกลับกรุงเทพแบบแฮปปี้ ใครที่อยากติดตามการเดินทางของเราไม่ว่าจะเที่ยวในไทย หรือต่างประเทศ พร้อมอ่านรีวิวสนุกๆ ได้ที่เว็บไซต์ : https://go-graph.com/

Scroll Up
logo