Japan North – South : EP3 Sapporo

4 พฤศจิกายน 2555 (อาทิตย์)

วันนี้ทั้งวันเราวางแผนจะอยู่เที่ยวใน Sapporo ทั้งเมืองค่ะ

ประเด็นหลักคือเมืองนี้มีสถานที่เที่ยวเยอะมาก แต่เรามีเวลาวันเดียว

ก็อยากจะเก็บครบทุกที่แต่คาดว่าคงไม่ได้ งั้นเราขอตามใจอยากที่ที่อยากไปค่ะ /

บรรยากาศเมือง ซัปโปโร ยามเช้า (หิมะยังไม่ตกแต่หนาวค่ะ) ใบไม้เหลืองแล้ว

จากการวางแผนการเดินทางวันนี้เราจะนั่งรถไฟใต้ดินของ ซัปโปโร เยอะ

(ที่ไม่ใช่ JR) เราเลยซื้อ one day pass 1000 เยน นั่งรถไฟใต้ดิน 3 รอบก็คุ้มแล้วค่ะ

บัตรหน้าตาแบบนี้ น่ารักดี แถมเก็บได้ด้วย คุ้มละ

ที่แรกที่เรานั่งใต้ดินไปลงเป็น โรงงานช็อคโกแลตอิชิยะ อีกชื่อคือ Shiroi Koibito Park

ที่ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องไปนั่นแหละค่ะ เราก็เป็นหนึ่งในนั้น อยากไปบ้าง

นั่งใต้ดินลงสถานี Miyanosawa แล้วเดินเอาค่ะ ไม่ไกลตามป้ายเอา หาง่ายค่ะ

แต่ระหว่างทางฝนโปรยตลอดเวลา ลมก็แรง หนาวไปตามๆกัน

ขอเล่าก่อนค่ะ ก่อนหน้าเรามาถึงที่นี่ เราก็เห็นคนใช้แต่ร่มใสเราก็สงสัยว่าทำไม

คิดว่าคนญี่ปุ่นคนอยากมีร่มใสเก๋ๆถือ ตอนนี้เราเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไม เพราะลมมันแรงค่ะ !!

แล้วต้องถือร่มให้ดี ถ้าไม่ดีก็จะเป็นดังรูป ลมมันจะพัดร่มหันอีกด้าน อีกตอนเราเดินฝ่าลืม

เราต้องใช้ร่มบังลมค่ะ ดังนั้นที่เขาใช้ร่มใสเพราะมันเห็นทัศนวิสัยค่ะ !!

ดังนั้นถ้าไปฤดูนี้ แนะนำเก็บเงิน 500 เยนซื้อร่มกากๆตามคอมบินิ (ร้านสะดวกซื้อ) เอาค่ะ จบ

เดินมานิดเดียว ต่อสู้กับลมก็ถึงแล้ว โรงงานช็อคโกแลต!! หอนาฬฺิกาเด่นเป็นสง่า

ด้านนอกโรงงานเป็นสวยค่ะ หยั่งกะอลิซอินวันเดอร์แลนด์ สวยงาม

แต่ตอนนั้นฝนตกและลมแรงค่ะ บรรยากาศเลยร้างเล็กๆ แต่ยังงามอยู่

เข้าชมต้องซื้อตั๋วค่ะ คนละ 600 เยนค่ะ เข้ามาก็เจอเลยฉากถ่ายรูป เสร็จก็มาเป็นจานตามสเต็ปค่ะ

แน่นอนตามสเต็ปเราไม่ซื้อ ขนมนี้ดังมากๆๆๆในญี่ปุ่น

ถือเป็นของฝากอันดับ 1 ในฮอกไกโดเลย ใครไปก็ต้องซื้อ (คือจะเห็นว่ามีขายอยู่เยอะมาก) เราก็ถ่ายเลย

เดินตามทางที่เขาให้ไปเลยค่ะ ห้องแรกเป็นห้องเก็บสมบัติของเก่า สวยและคลาสสิคค่ะ ถ้วยชาม ยุโรปชัดๆ

แพ็คเกจช็อคโกแลตประเทศต่างๆ ดูดีมีชาติสกุลค่ะ

ห้องต่อมาเป็นห้องยาวเล่าเรื่องกว่าจะมาเป็นช็อคโกแลต

ตั้งแต่เป็นผล Cocoa เอามาผ่านกรรมวิธี ก็ไล่ไปเรื่อยค่ะ เขาเข้าใจนำเสนอ ทำมาเป็นโมเดลเลย

มีทีวีฉายให้ดูด้วย ทุกคนก็เพลิดเพลิน ได้สาระด้วย นี่แหละหนาญี่ปุ่น !

ในที่สุดก็ได้ช็อคโกแลตมา คราวนี้เราก็มาดูสาวโรงงานกันต่อ

ว่ากว่าขนม Shiroi Koibito ชื่อดังมันทำอย่างไร สาวโรงงานก็ปั๊มผลิตใหญ่เลยค่ะ

ดูแล้วคนญี่ปุ่นนี่มุ่งมั่นตั้งใจในการทำงานมาก เหมือนถูกตั้งมาให้ทำงานอะไร

ก็จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ นี่แหละหนาญี่ปุ่น !

กว่าจะมาถึงมือ ต้องคัดเลือก ผ่านมาตรฐาน ความสะอาด รูปร่างหน้าตา

ห่อแพคเกจสวยงาม ห่อแล้วห่ออีก ส่งถึงมือลูกค้า ยิ่งกินแล้วอร่อยนี่จบค่ะ

คุกกี้เอย นอนนิ่งอยู่บนสายพาน

ล้วเราก็เดินมาถึงชั้นบนสุดค่ะ ขายของที่ระลึก เค้กแต่งงาน ช็อคโกแลตสีๆปั้นรูปต่างๆ

แถมยังมีเวิกช็อปให้ทำขนมด้วยค่ะ และตู้กระจกให้เห็นพนักงานคัดเลือกคุณภาพอีก มีอะไรให้ดูเยอะไปหมด

อีกฝั่งเป็นร้านขายเค้ก คนแน่นเชียว กินไปชมวิวริมหน้าต่างไปด้วย

นั่งแล้ว โชว์ตั๋ว 600 เยนค่าบัตรเข้าที่นี่ให้ดูไปก่อนค่ะ

เขาทำเป็นพาสพอร์ตมานะ มีแสตมป์ตามจุดต่างๆด้วย แต่เราหาไม่เจอค่ะ ฮ่า

เค้กงามๆ นมหอมๆ กินไปชมวิวสวยๆ ซัปโปโร ไป อืมมม..

รู้สึกช็อคโกแลตยี่ห้อนี้สนับสนุนทีมฟุตบอลด้วยค่ะ เลยมีสนามของตนเอง

ใครรู้เรื่องนี้โปรดบอกด้วยนะคะ ไขข้อข้องใจได้จะดีมากค่ะ

ไม่ต้องอิจฉานะคะ มันเป็นเค้กอันดับ 1 ของ ซัปโปโร ที่มีชื่อเสียงด้านนมเนย รสชาตินั้นไม่ต้องอธิบายเลย

ทั้งตึกเป็นมู้ดนี้ค่ะ คลาสสิค ชั้นมายุโรปรึเปล่านิ อันนี้เป็นโซนแคชเชียร์หลังกินเค้กเสร็จ

ต่อมาเป็นห้องเก็บแผ่นเสียงเอย ของเล่นเอย ของเล่นเด็ดมาก เท่สุดๆ

เจอโปเกมอนเรียงแถวหน่อย ดิ๊กด้าของฉัน อยากจะจิ๊กมันทุกตัว !!

ของเล่นเยอะจริงค่ะ แนะนำว่ามาที่นี่ได้ครบทุกรส ของเล่น คลาสสิค ของกิน วิวงาม เออถ้วนมาก ญี่ปุ่นยุค Always ก็ยังมี !!

เที่ยวด้านในเสร็จก็ออกมาข้างนอก ฝนก็ยังตกอยู่เรื่อยเอาให้เปียก นาฬิกาข้างนอกตีบอกเวลาพอดี

ก็จะมีตุ๊กตุ่นออกมาร้องรำทำเพลงกัน ชั้นอยู่ในอลิซอินวันเดอร์แลนด์จริงด้วย !

ที่นี่สวยค่ะ ถ้ามาตอนแดดดีคงสวยกว่านี้ แต่เท่านี้ยังสวยเลยค่ะ

ก่อนจากลาที่นี่ค่ะ คนเริ่มทยอยมาดูกันแล้ว ฝนตกก็ไม่หวั่น ซัปโปโร สวยจริงอะไรจริงค่า คอนเฟิร์ม

สนุกสนุกสนุกจัง ที่นี่ เหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกเลย ถ้าฝนไม่ตกมีรถไฟให้นั่งเล่นด้วยนะ โอ้

เราออกจากสวนสนุกหรรษากลับสู่รถไฟใต้ดินค่ะ ต่อไปเราจะไปสวนสาธารณะอันดับ 1

ของสถานที่ท่องเที่ยวใน ซัปโปโร ชื่อสวน Moerenuma ค่ะ วิธีไปก็ง่ายนั่งใต้ดินไปลงสถานี Kanjo-Dori-Higashi

แล้วต่อรถเมล์สาย 79 นั่งไปถึงหน้าสวนค่ะ ใช้เวลาประมาณไปกลับ 1 ชั่วโมง มันคุ้มค่าไหม เดี๊ยวไปดูกัน

ขึ้นจากสถานี Kanjo-Dori-Higashi ก็ต่อรถเมล์ค่ะ จริงๆไปได้ 2 สายแต่เราจำได้แค่ 79

ไปถึงเจอป้ายก็เสร่อไปคุยกับคนขับเขาก็คุยไม่รู้เรื่อง สรุปคือ ต้องไปรอขึ้นที่สถานี(มีที่ให้นั่งรอ)

ตรงนี้เขาจอดพักหมดรอบเฉยๆ คุยกันตั้งนาน

รถบัสขับพาออกนอกเมืองไปเรื่อย เราก็กินข้าวกล่องไปชมวิวนอกเมืองไป

จนถึงแล้วค่ะ ทางเข้าสวน ป้ายโมเดิร์นมาก สวยแน่ !

เห็นฉากนี้แล้ว คุ้มแล้วที่มา จบจริง สวยจริง แดงจริง ตอนนี้ฝนก็ยังปรอยๆอยู่นะคะ ไม่ได้หยุดไปไหน

เราก็เดินไปเรื่อย ซัปโปโร อืมยิ่งเดินยิ่งสวย พอใจแล้วที่ได้มาที่นี่ สวยค่ะคำเดียว

อีกฝั่งของสะพานข้ามแม่น้ำจะเห็นลูฟท์ไกลๆ คล้ายๆกันค่ะ ที่นี่สวยจริง

สายรุ้งครึ่งวง สองคนชุดแดง และ กระจก สวยค่ะ

ฝนยังตก ลมยังแรง หนาวก็หนาวค่ะ แต่ภาพที่เห็นล่อเท้าให้เดินต่อมาก

เราเดินเข้าไปยังลูฟท์กระจกแล้วค่ะ แค่ที่จอดรถยังสวย อิจฉาคนเอารถมาจริงๆ

กระจกตัดกับหญ้า ความกว้างของแผ่นโลกมันไม่มีอะไรสวยไปกว่านี้แล้ว

ท่ามกลางเมฆดำยังมีสายรุ้ง ที่นี่สวยสมกับเป็นที่ 1 ของ ซัปโปโร จริงๆ

เข้ามาข้างในลูฟท์กันบ้าง (เราขอเรียกชื่อนี้ละกัน) สวยค่ะข้างใน โมเดิร์น

เหมือนด้านในจะทำเกี่ยวกับศิลปะ ดีไซน์ มีงานโชว์ให้ดูนิดหน่อยค่ะ

ข้างในใสเลยยิ่งกว้าง ข้างในก็สวย ข้างในก็สวย สวยไปหมดทุกมุม

ดูกันเต็มๆ สามเหลี่ยมกระจก

เห็นภูเขาเทเลทับบีส์มาแล้วที่ทิเบต รอบนี้มาเห็นที่ญี่ปุ่นบ้าง สวยไม่แพ้กัน มหัศจรรย์ใจไม่แพ้กัน โลกนี้สวยจริงๆ

ถ้ามาวันแดดดี (อีกแล้ว) เช่าจักรยานก็ได้นะคะ สนุกน่าดู 200-300 เยนเท่านั้นค่ะ

เปิด 9.00-16.00 นะ มาแล้วก็น่ามาขี่จักรยานที่นี่อีกที ออกซิเจนบริสุทธิ์นัก

เราออกมาจากสวนกันเตรียมนั่งกลับเข้าเมืองค่ะ วิวยังงามอยู่ ลมก็ยังแรง ดูสภาพที่เราต้องต่อสู้กับร่ม อัยย่ะ !

เรานั่งรถเมล์กลับรถไฟใต้ดินและนั่งรถไฟใต้ดินไปลงที่ Higashi Kuyakushomae

ออกมาก็ดูป้ายเอาค่ะ อันนี้เดินไกลนิดหน่อย หนาวก็หนาวหึ้ย จนเจอโรงเบียร์แล้วค่ะ โอเค ร่างกายเราจะอุ่นแล้ว

ถังเบียร์ที่ทุกคนต้องถ่าย สัญลักษณ์ที่นี่ มาตอนใกล้ค่ำยิ่งงาม จะโรแมนติกไปไหน ที่ญี่ปุ่นเขาบิ้วคริสมาสต์กันแล้วนะคะ

ค่าเข้าฟรีค่ะ แต่ถ้าอยากชิมเบียร์ก็เสียเงินกันไป ข้างในอุ่น

ไม่หวั่นแม้หนาว แม้ตากฝน คนไทยรักการถ่ายภาพคู่กับสถานที่ค่ะ จัดไป!

ข้างในก็เป็นประวัติศาสตร์ของเบียร์ซัปโปโร ขวดยุคต่างๆ

วิธีการทำเบียร์ จัดแสดงเรื่อยๆ ยังไม่ใช่ไฮไลท์นัก ดูเอาเพลินค่ะ

พิพิธภัณฑ์นี้เป็นพิพิธภัณฑ์เบียร์แห่งแรกและแห่งเดียวในญี่ปุ่น ทุกอย่างเกี่ยวกับเบียร์หมด หม้อกลั่นเบียร์ยังใหญ่เบิ้ม โอ้

ปรินแอด (print ad) ยุคต่างๆ งามนัก

เราก็เดินลงมาถึงไฮไลท์ของที่นี่ค่ะ ที่ขายเบียร์ เฮ (เด็กต่ำกว่า 18 ปีควรเรียกผปค.มาอ่านด้วยนะ)

ที่นี่มีขายเบียร์แล้วก็นั่งดื่มมันชิวๆในนี้แหละ วิธีซื้อก็เหมือนเดิมตามประสาญี่ปุ่นค่ะ หยอดตู้

แต่มีภาพประกอบมาให้ไม่ต้องกลัว สนุกเลยทีนี้

หยอดเหรียญ เลือกเบียร์ ได้ตั๋วใบเล็กๆมา ก็เอาให้พนง.เขาก็จัดการให้

เบียร์ของเราวันนี้ 3 แก้วเล็ก 500 เยน กับ 0% Alcohol 200 เยน จัดการมันให้หมด !! เขาแถมข้าวโพด(คล้ายๆทวิตตี้) มาให้ด้วยแล

กินเสร็จก็หน้าแดงๆ ตัวอุ่นๆ มีให้ถ่ายรูปกับเบียร์ด้วย สนุกดีนะที่นี่

ออกจากอาคารมิวเซียมก็มาโซนของที่ระลึก ของกินเยอะแยะไปหมด พวงกุญแจ ตุ๊กตา มีครบค่ะ

ญี่ปุ่นนี่เขาคิดให้หมดแล้วนะ คือไม่ต้องกลัวหาไม่เจอ อยากได้ของที่ไหน มีครบทุกผลิตภัณฑ์

เรานั่งรถใต้ดินกลับสู่ ซัปโปโร ที่นี่ทำกราฟิกไม่เหมือนที่อื่นดี เท่าที่สังเกตทุกเมืองที่มีใต้ดินของตนเองต้องทำให้ไม่เหมือนเมืองอื่นด้วย

ไม่งั้นคงไม่เท่ ซัปโปโร ตอบโจทย์ดี ใช้รูปร่างเหลี่ยมมาต่อกันเป็นสถานี

แถมลูกศรยังบอกอีกว่ารถไฟไปทิศไหน อินโฟกราฟิกช่วยคุณได้นะคะ

แล้วเราก็มาลงสถานี Sapporo เดินอีกไกลจนมาถึงที่ยอดฮิตอย่าง ทำเนียบรัฐบาล ทำไมร้างเช่นนี้

ฝนตกหนัก ไม่มีใครมาจ้า มืดขนาดนี้เขาก็ปิดหมดแล้ว เราก็อดเข้า เหมือนมาเช็คอินเห็นให้ครบจ้า

เดินอีกนิด หอนาฬิกา ยอดฮิตเหมือนกัน ถ่ายรูปแสดงถึงการมาหน่อย

ใกล้ๆหอนาฬิกาเราก็จะเห็น TV tower ชัดเป็นสง่า เดินตามทางไปเลย ท่องเที่ยวแบบมืดๆนี่แล

อ้อ !!! มีข่าวดีค่ะ จากคราวที่แล้วที่เราอดเข้ามิวเซียมโดเรมอนกับจิบลิ

คราวนี้เราเลยลองกับ Lawson สาขาใหม่ เผื่อพนักงานจะช่วยบ้าง

ข่าวดีคือ เราได้เข้าโดเรมอนแล้วค่า !!! แต่จิบลิ มีวันว่างหลังจากเราไป 2 วัน

ป่านนั้นเราออกจากโตเกียวไปแล้ว ได้อันใดอันหนึ่งก็ดีกว่าพลาดทั้งสองอย่าง

ขอบคุณคุณพนักงานคนนั้นจริงๆ (นางมีแอพแปลภาษาอังกฤษเป็นญี่ปุ่นในมือถือด้วยนะ)

เดินใกล้ทีวีทาวเวอร์ขึ้นเรื่อยๆ เราจะเดินเล่นในเมืองค่ะ ไม่ได้ขึ้นหอคอยญี่ปุ่นยังมีหอคอยรอให้ขึ้นอีกเยอะ กลัวตังค์หมดว่าง่ายๆ

มาเดินเล่นย่านในเมืองแล้ว เราจะเดินจากนี่ไปสถานี susukino แล้วเดินกลับบ้านเลย ประหยัด

ย่านการค้ายอดฮิตใน ซัปโปโร (จำชื่อไม่ได้ค่ะ) แต่หาง่าย อยู่ในย่านความเจริญนั้นแลค่ะ

คึกคักพอประมาณค่ะ สงสัยวันอาทิตย์พรุ่งนี้เช้าต้องทำงานกัน

ในที่สุดก็ถึง ซุซุกิโนะ ยอดฮิตป้ายไฟโฆษณา สัญลักษณ์ชัดๆ

ภารกิจค่ำคืนนี้ในย่านนี้ของเราคือ หาข้าวกิน ใจจริงอยากกินเนื้อแพะเพราะมีคนบอกว่าดัง

แต่ถ้าได้เนื้อย่างก็จะดี ถ้าหาไม่เจอก็ตรอกราเม็งละกัน ตามนั้นค่ะ เดินตามหาของกิน

เอาให้เห็นแสงสีมันทุกมุม ซัปโปโรเป็นเมืองที่เราชอบนะ เจริญแต่ไม่ขนาดโตเกียว

กำลังพอดี หนาวดี คนดูไม่วุ่นวาย ไม่เร่งรีบจนเกินไป

เบาะแสเนื้อย่างของเราคือ “อยู่ในซุซุกิโนะ” เอ่อะ..กว้างไปไหน เราจึงแอบตัดใจเล็กๆ

เดินแว้บมาตรอกราเม็ง (ตรอกหาง่ายค่ะ เดินตามซอยหลังป้ายโฆษณา NIKKA เข้าไปหน่อยถึงแล้ว)

แต่คิดอีกที เราไม่ควรตัดใจไหนๆมาถึง ดังนั้นเดินหาต่อไป บายราเม็ง

ในที่สุด ในที่สุด ในที่สุด เราก็บังเอิญเจอ ไม่รู้ถูกร้านรึเปล่าแต่โอเคเลย

เราเคยเห็นคนในพันทิพมากินร้านนี้ด้วย (หลังจากที่เรากินไปแล้ว)

ขายโดยสามสาวพี่น้อง ย่างกันเข้าไป

เรามาญี่ปุ่นแบบพูดญี่ปุ่นไม่ได้ และร้านนี้พูดอังกฤษแทบไม่ได้ จึงสื่อสารโดยการจิ้มมั่ว

และทำท่าเอา (เช่นเอาหมูทำเสียงอู้ดๆ ทำท่าจมูกหมูไป เยี่ยม! เป็นเนื้อส่วนไหนก็ชี้ตัวกันไป)

ทุกอย่างสนุกดีค่ะ ไม่เป็นปัญหา พวกเราชอบทำท่าใบ้คำค่ะ อย่าไปเครียดเวลาไปเที่ยวเลย

มื้อนี้ปิ้งกันเลย ชอบชุดที่ใส่มาก เท่จริงๆ

หลังจากกินเสร็จ (ไม่แพงมากค่ะ ยังอยู่ในงบ วันละ 1800 เยน)

เราก็เดินกลับบ้านกัน ย่อยเนื้อ นอนหลับฝันดี ที่พักก็ดี ไปเที่ยวก็สนุก

กินก็อิ่ม แหมชีวิตดีจริง ใช้ชีวิตให้สนุกกันนะคะทุกคน

ค้นหาที่เที่ยวสวยๆใน ซัปโปโร ต่อกันได้ที่

พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ ตอนนี้จัดเต็มสะใจดี

ตอนหน้าเราออกจาก ซัปโปโร กัน แล้ว ไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนกันต่อค่ะ โปรดติดตาม 😀

*****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

3. SAPPORO – NOBORIBETSU 1/2

Tags Cloud

แชร์เนื้อหา
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

RELATED STORIES