Japan North – South : EP24 Finale Fukuoka

Fukuoka

สวัสดีอีกครั้งค่ะ เผลอแว่บเดียวก็เข้าตอนจบกันแล้ว
ก่อนจะจบกันไป เราก็มาย้อนรอยกันเล็กๆน้อยหน่อย เพื่อร่วมบิ้วอารมณ์
จะได้จบแบบงามๆกันนะเคอะ 55 กับอีพีสุดท้าย Fukuoka ฟุกุโอกะ

01 – ความเดิมตอนที่แล้ว รู้จักกันก่อน

พวกเรากลุ่ม Go!Graph เริ่มต้นออกเดินทางครั้งแรกเมื่อเรียนจบ เป้าหมายแรก
ของการเดินทางไกลในชีวิตด้วยตัวเองคือ นั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปจนถึงทิเบต เราทำสำเร็จไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
การเดินทางครั้งนั้นได้อะไรหลายอย่าง เปิดมุมมองบนโลกใบใหม่ เห็นอะไรที่แตกต่างจากเดิม และมีผลทำให้ความคิด
ชีวิต เราเปลี่ยนไปเยอะเลย แถมมีหลายคนชื่นชอบ เอาเป็นแรงบันดาลใจ พวกเราดีใจมาก
( ติดตามเรื่องราวของ season1 แบบเต็มได้ที่ https://go-graph.com/?cat=3 ค่ะ)

หลังจากนั้นเราจึงมีความตั้งใจว่า สักวันเราจะเห็นโลกให้ครบ จึงเข้าสู่โหมดโลกปกติ ทำงานประจำ เก็บเงิน
เพื่อจะออกเดินทางด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะออกเดินทาง
เป้าหมายสูงสุดในตอนนั้นคือ การได้ไปประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก มันเป็นความฝันมาก
ถ้าไปทั้งทีก็ต้องไปให้อิ่ม เราจึงเลือกออกเดินทางไปญี่ปุ่น 1 เดือน นั่งรถไฟตั้งแต่เหนือจรดใต้ เอาให้เอียนญี่ปุ่นกันไปเลย
งบประมาณทั้งหมด 120,000 / คน ไปทั้งหมด 25 วัน ค่าใช้จ่ายหาเงินกันเองไม่พึ่งพ่อแม่นะคะ อิอิ
และแล้วทริปนี้ก็เริ่มขึ้น ที่กรุงเทพ – เซี่ยงไฮ้ เพราะบินไปต่อเครื่องด้วยราคาสุดประหยัด

01 กรุงเทพ – เซี่ยงไฮ้ – ซัปโปโร

ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=384


เราออกเดินทางแบบประหยัด นั่งเครื่อง ต่อเครื่องกันแบบยาวๆ
เพื่อไปลงสนามบินจิโตเสะ ที่ซัปโปโร บนเกาะฮอกไกโด
เกาะฮอกไกโดถือเป็นความฝันของคนหลายๆ
รวมทั้งคนญี่ปุ่นเองด้วย ไม่น่าเชื่อเนอะว่า เรามีโอกาสไปเหยียบมาแล้ว

02 เมืองโอตารุ ตอน 1และ 2
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=388

พวกเรานั่งรถไฟเลียบทะเลออกไปทางตะวันตกของฮอกไกโด
เมืองโอตารุ เป็นเมืองท่าสำคัญ ของกินดีอยู่ดี
เป็นเมืองเล็กๆ แต่ของน่ารักและมีอะไรน่าสนใจเต็มไปหมด
เป็นเมืองแรกที่ทำให้เราเข้าใจว่า ญี่ปุ่นเขาเป็นแบบนี้

03 เมืองซัปโปโร
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=392

ศูนย์กลางของฮอกไกโด เมืองใหญ่และขึ้นชื่อทั้งนม เค้ก ขนม สวน
เนื้อย่าง เบียร์ คือของกินอะไรที่ดีดี อยู่ที่นี่ทั้งนั้น
ญี่ปุ่นค่อยๆ บอกเราหลายๆอย่างว่า ประเทศนี้ไม่ใช่แค่ความฝันของ
หลายๆคน ยิ่งเราไปถึง มันเกินกว่าฝันอีก เขาทำทุกอย่างออกมาดี
ญี่ปุ่นที่เรารู้จัก สะอาด ปลอดภัย ทุกอย่างเป็นมากกว่าที่เราคิดด้วยซ้ำ

04 เมืองโนโบริเบทสึ
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=396

การเดินทางยังคงดำเนินต่อไป เราลงใต้เรื่อยๆ เมืองนี้เป็นเมืองบ่อน้ำร้อน
เห็นอะไรหลายอย่างที่น่าจะเอามาพัฒนาประเทศเรามาก
คล้ายๆกับ OTOP แต่ดีกว่านั้นอีก เมืองนีน่ารัก พวกเราก็ได้เข้าป่าญี่ปุ่น
เห็นใบไม้แดง ได้หลงทาง เดินตามหาน้ำพุร้อน สนุกดี

05 เมืองฮาโกดาเตะ 
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=401

ฮาโกดาเตะ อีกเมืองดังของเกาะฮอกไกโด ในหลายประเทศสถานที่ไหนที่คนไปเยอะ
มักจะเน่า เราซึมซับไม่ค่อยได้ แต่ญี่ปุ่นไม่เป็นแบบนั้น เราเข้าใจแล้วว่าทำไมฮาโกดาเตะถึงดัง
ไปกินปลาดิบ ไปกินไอติมเมลอน ไปชิมช็อคโกแลต ไปนั่งกระเช้าขึ้นเขา
ฟินมากเมืองนี้ และสวยมากเช่นกัน

06 เมืองนิกโก้
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=405

นิกโก้เหมือนเป็นเมืองที่เพิ่งได้รับการโปรโมทมาไม่กี่ปี
ประเด็นสำคัญของเมืองนี้น่าจะอยู่ที่ชมวัด ไหว้พระ ถ่ายรูปศาลเจ้า
แต่พวกเรามองว่าการได้ซึมซับธรรมชาติ กลางป่า ใบไม้เขียว
ค่อยๆเดินลัดเลาะไปตามเมือง เข้าร้านหนังสือ ชิมโมจิ ซาลาเปาทอด
นั้นน่ารักดี ไม่แปลกเลยที่เมืองนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเพราะ
มันมีหลายมุมมากที่น่าค้นหา จะเอาธรรมชาติหรือจะเอาวัฒนธรรม

ตอนพิเศษ – รวมมิตรฮอกไกโด
https://go-graph.com/?p=413

หลายอย่างในฮอกไดโดน่าสนใจ ของกินเอย แพ็คเกจเอย กราฟิกเอย

จริงๆ อยากทำเอาไว้
เพื่อรวบรวมให้ตนเองในอนาคตดูก็เลยมาแบ่งปันกัน อิอิ

07 โตเกียว 
โตเกียวตอน 1 – https://go-graph.com/?p=417
โตเกียวตอน 2 – https://go-graph.com/?p=422
โตเกียวตอน 3 – https://go-graph.com/?p=428
โตเกียวตอน 4 – https://go-graph.com/?p=438

ในที่สุดเราก็นั่งรถไฟจากฮอกไกโดมาถึงโตเกียว !!
โตเกียวเมืองใหญ่ มีอะไรให้ทำหลากหลายมาก
ที่สำคัญที่สุด ไอทุกอย่างที่เราเห็นในการ์ตูนผ่านภาพสี
ภาพขาวดำมา ในที่สุดเราก็มาเห็นด้วยตาตัวเอง
ชิบุย่า ชินจูกุ ฮาราจุกุ มิวเซียม ซึกิจิ โตเกียวทาวเวอร์
โอไดบะ และอีกหลายๆอย่าง ทุกอย่างรวมไว้ที่เมืองนี้ โตเกียว

08 เมืองคาวากูชิโกะ

ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=452

เชื่อมั๊ยว่าในชีวิตจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ ถ้าตอน 10 ขวบคงไม่ได้คิดหรอก
แต่ดูจากการ์ตูนเอา มาวันนี้เราได้มาเห็นแล้ว
ภูเขาไฟฟูจิยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่กว่าที่คาดคิดไว้ และละแวกทะเลสาบคาวากูชิโกะ
ทุกอย่างสวยงาม น่ารัก อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ อิจฉาคนญี่ปุ่นทั้งหลาย
สถานที่ท่องเที่ยวเขามีให้เลือกเยอะมาก และพึ่งพิงกับธรรมชาติเสมอมา

09 เมืองคามาคุระ – เมืองโยโกสึกะ
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=456

จากโตเกียวเราค่อยๆนั่งรถไฟลงมาอีกเรื่อยๆ ญี่ปุ่นไม่ใช่แค่ตอบสนองเรา
วัยเด็กด้วยการ์ตูน แต่ยังตอบสนองเราด้วยงานดีไซน์
ป้ายของแต่ละเมือง แพ็คเกจแต่ละอัน หนังสือแต่ละเล่ม พิพิธภัณฑ์แต่ละที่
เจอของพวกนี้ทีไร ฟินมาก คามาคุระต่อด้วยเมืองโยโกสึกะ
จากไหว้พระใหญ่มาเดินหนาวเลียบทะเล

10 เมืองโยโกฮาม่า
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=460

เมืองท่าเมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่นั้น บรรยากาศที่ดี การรวมหลากหลายชาติไว้ด้วยกัน
และไฮไลท์สุดๆของพวกเราคือ คัพนูดเดิลมิวเซียม
ขอบอกตามตรงและฟันธง เป็นใครใครก็ชอบมิวเซียมนี้

11 เมืองนาโงย่า ถึง ทาคายาม่า ถึง ชิราคาวาโกะ

ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=464

พวกเรานั่งรถไฟไล่กันลงมาเรื่อย เกือบจะกึ่งกลางประเทศแล้ว
จากนาโงย่า เราเดินเล่นสักนิดและนั่งรถไฟต่อไปยังเมืองทาคายาม่า
เช่ารถจากทาคายาม่า ขับฝ่าหิมะไปจนถึงชิราคาวาโกะ ใบไม้แดงที่ปกคลุม
ด้วยหิมะเป็นภาพที่หายากจริงๆ โชคร้ายที่หิมะตกหนาวสั่น
แต่ในโชคร้ายยังมีโชคดี หิมะสวยจับใจและเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นหิมะของ
จขกท.ด้วย มีความสุขจริงๆ

12 เมืองคานาซาว่า 

ดูต่อ https://go-graph.com/?p=468

เมืองนี้เหมือนเป็นม้ามืดในสายตาเรา จากไม่มีอะไร
ใช้เพื่อเป็นทางผ่านกลับมีอะไรให้ ชิมดูชม เยอะมาก
ตั้งแต่ปลาดิบ อาหารทะเล หมู่บ้านซามูไร เกอิชา เมืองเก่า
มิวเซียมสวยงาม ที่สำคัญเรายังได้เจอโฮสเทลที่เป็นมิตรที่สุดตั้งแต่เดินทางมาด้วย

ตอนพิเศษ รวมมิตรคันโตและชุบุ
https://go-graph.com/?p=478

ตามหลักเดิม จขกท.จะทำเก็บไว้ดูเอง ก็เลยแบ่งปันดีกว่า เผื่อเป็นประโยชน์แก่ใคร
สเตปเดิม ทุกอย่างสวยงาม น่ารัก น่ากิน โอ๊ย อะไรจะญี่ปุ่นขนาดนี้

13 เกียวโต 
เกียวโตตอน 1 – https://go-graph.com/?p=483
เกียวโตตอน 2  – https://go-graph.com/?p=486

อีกเมืองที่เราเคยได้ยินชื่อกันมานาน เกียวโตในแบบของเรามีใบไม้แดง
ฝนตกหนัก รถติด แต่ก็ยังมีความหลอนของวัดกลางคืน วัดยามเช้าที่ไหว้พระ
และมุมมองใหม่ของเกียวโตว่าเกียวโตไม่ได้เก่าและมีวัดเสมอไป
เมืองและของเก่าสามารถอยู่ควบคู่กันได้

14 เมืองนารา

ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=490

นารามีกวาง แน่นอนของขึ้นชื่อ จากการนั่งรถไฟยาวๆ
จากเหนือจนมาถึงเกือบใต้ นาราเป็นจุดแวะพักที่ดี
นั่งถ่ายรูปกวาง ให้อาหารกวาง ฟังนักเรียนแถวนั้นร้องเพลง
ไหว้พระใหญ่ ถือเป็นเมืองเดินชิวที่ดีเลยหล่ะ

15 โอซาก้า
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=494

โอซาก้าจากปากของฮัตโตริ เฮย์จิ เมืองนี้มีเสน่ห์
คันไซไม่เหมือนคันโต มีความห้าวกว่า มันส์กว่า
โอซาก้าเต็มไปด้วยแสงสี พลุกพล่าน แต่สิ่งที่ไม่จางหาย
ไปทั้งประเทศญี่ปุ่นคือ แหล่งเรียนรู้ที่ดี มีทั้งประเทศเลยหล่ะ
คิดแล้วอิจฉาไม่น้อย

16 เกาะมิยาจิมา 
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=498

จากโอซาก้าเรานั่งรถไฟยาวๆ ลงมาต่อเรือไปยังเกาะที่มีภาพถ่าย
โทริอิสีแดงกลางน้ำออกมาเยอะมาก เกาะนี้น่ารักมาก เราสนุกกับมัน
กินลูกชิ้น ให้อาหารกวาง นั่งมองชายทะเล เห็นคนแต่งงาน
และชมพระอาทิตย์ตก ถือเป็นที่น่าไป บรรยากาศดี และไปไม่ยากอย่างที่คิด !

17 เมืองฮิโรชิมา
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=510

เปลี่ยนบรรยากาศจากเที่ยวเมือง เที่ยวธรรมชาติ
มาเที่ยวแบบศึกษาประวัติศาสตร์ ฮิโรชิมาทำหน้าที่ได้อย่างดี
เมืองที่เคยสูญเสียและกลับมารักสันติภาพ หลายอย่างในมิวเซียม
บอกเราว่า สงครามไม่มีอะไรดี

18 เมืองนางาซากิ
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=520

เริ่มใกล้ความจริงแล้ว การเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ นางาซากิ
เมืองแรกของภูมิภาคคิวชู ภาคใต้ของญี่ปุ่นและเป็นอีกเมืองที่ได้รับ
ปรมาณู เราตระหนัก ร่วมไว้อาลัยกับการสูญเสีย แต่ยังไม่ลืมมอง
อีกมุมของนางาซากิว่าตอนนี้เขาฟื้นฟูขึ้นมาได้สวยเพียงใด

19 เมืองคุมาโมโต้
ดูต่อที่ https://go-graph.com/?p=523

เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องหมี เราได้พบกับมาสคอตสุดน่ารัก
เดินเล่นกินไอติมในเมือง นั่งรถไฟไปยังภูเขาไฟที่ปิด
แต่โชคดีที่ได้ลองนั่งรถไฟพิเศษเฉพาะคิวชู
สุดท้ายแล้วแก่นของการเดินทางก็คือ รถไฟนี่เอง

23 พฤศจิกายน 2555
วันรองสุดท้ายของการเดินทาง หลังจากที่พวกเรานั่งรถไฟ ASO BOY จนมาถึงเมือง ฟุกุโอกะแล้ว
เป้าหมายของเรา ตามธรรมเนียมคือ เมืองนี้เจริญมาก ต้องช็อปปิ้งให้หมดตูดไปเลยยยยยยยยย

จากโฮสเทลเรา ชื่อข้าวสารสักหนึ่งไม่แนะนำค่ะเพราะเดินไกลจากสถานี Hakata มากและไกลจากรถไฟใต้ดิน ศูนย์กลางต่างๆ
แต่ข้อดีคือ ใกล้สนามบินมากอย่างน่าตกใจ (ไว้มาเล่าต่อ) จากโฮสเทลเราก็เดินกันมาเรื่อยๆจนมาถึงจุดศูนย์กลางของเมือง ฟุกุโอกะ
อย่างห้าง Canel City ที่มีทุกสิ่ง ภาพก็ไม่มีอะไร ถ่ายมาให้ดูบรรยากาศห้าง ตอนนั้นไม่มีมู้ดถ่ายรูปกันแล้ว

ตามสเตป ตกลงกันว่ากี่โมงมาเจอกัน ว่าไป ทุกคนก็แยกย้ายกันไปผลาญเงินกันนะคะ
จขกท.ก็เดินไปเรื่อย คือเงินมีเยอะไง ไม่รู้วจะซื้อไรดี เข้าช็อปนี้ออกช็อปนั้น แลดูรวยกันเลยนะคะวันสุดท้าย

ห้างคลองนี้ก็มีทุกแบรนด์ค่ะ ถามว่าไม่มีอะไรจะง่ายกว่า หลังจากที่ทุกคนกลับมารวมพลกัน
อ้นจูล่อโอนิซึกะไป 2 คู่ ตุ๋ยเสื้อผ้า ฟ้ากระเป๋าเสื้อผ้า ก็เริ่มสัมภาระเยอะละ แต่แค่ชิวๆ ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล

ออกจากห้างคลองพวกเราพร้อมสัมภาระ(ที่จ่ายเงินซื้อมาทั้งนั้น) ก็เดินไปย่านเท็นจินกันต่อ
ย่านนี้ถือว่าพีคสุดของ ฟุกุโอกะ กันเลย อย่าหวังว่ารีวิวเมืองนี้จะมีสาระค่ะ เรามาเพื่อขึ้นเครื่อง ชมเมืองและช็อปปิ้ง
นั่นคือใจความสำคัญ อิอิ

ตามริมคลองก็มีร้านอาหารแผงลอย อยู่บ้านเราเหมือนธรรมดาหนิ แต่ญี่ปุ่นเขาไม่ธรรมดาค่ะ
ฟุกุโอกะ ถือเป็นเมืองที่มีแผงลอยไฮไลท์เลย ไว้เดี๋ยวช็อปเสร็จค่อยมากิน อิอิ

เรามาก็ถึงย่านช็อปปิ้งแล้ว ภารกิจคือ เสื้อหนาวกอม (จากเพื่อนฝากซื้อ) เราก็หาร้านกอมกันใหญ่เลย
จนสุดท้ายสนิทกับพนักงานกอม (ไฮโซปะ?) เอ่อกอมในที่นี้คือ comme des garcons ค่ะ แบรนด์ที่เป็นรูปหัวใจตาๆ
ที่แพงโคตรที่ขายเสื้อยืด ที่บ้านเราฮิตอยู่ช่วงนึง พอหาซื้อได้เสร็จภารกิจ พวกเราก็เดินกลับไปกินราเม็งแผงลอย
แต่ระหว่างนั้น !! เจอ Dr.มาร์ติน ลดราคาอยู่ค่ะ ลัคกี้จริงๆ ว่าแล้วก็จัดมาคนละคู่สองคู่ คุ้มละทริปนี้
ได้เวลาแผงลอย

แผงลอยที่นี่ขายราเม็งกับเบียร์ คนกินเยอะมาก อารมณ์พนักงานเงินเดือนทั้งนั้น
พวกเราก็ไปร่วมวงด้วยละกานนน
ปล.จากภาพจะเห็นว่าคุณภาพภาพถ่ายลดลง อย่าถือสาเลยค่ะ ตากล้องก็ช็อปปิ้งเหมือนกัน 55
ตอนนี้ไม่มีใครมีกระจิตกระใจทั้งนั้น อยากจะกลับไปลองของที่ซื้อมาเหลือเกินนน

หลักฐานความร่ำรวยของเรา 5555 ถือกันใหญ่

พวกเราก็เดินกลับมาที่สถานี Hakata สำเร็จ อะถ่ายภาพสักหน่อย

เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้วค่ะ คนก็เลยออกมาถ่ายรูป นี่คงเปรียบเสมือนเซ็นทรัลเวิลด์บ้านเราหน่ะ
พวกเราก็ถ่าย ไม่แคร์แม้ของเยอะ 555

ฟุกุโอกะ เป็นเมืองน่ารัก น่าค้นหาค่ะ ถ้าใครอ่านหนังสือ ที่นี่ที่รัก ของพี่ก้องทรงกลด จะอยากมาเมืองนี้กันมาก
พวกเราเหมือนจะตามรอยนะ แต่อะไรที่พี่ก้องบอกนี่ เราไม่ได้ไปสักที่ สนใจแต่ช็อปปิ้งไงชีวิต
แถมพรุ่งนี้ก็ถึงวันกลับซะแล้ว ไว้มาใหม่ละกัน ฟุกุโอกะ…

เช้าที่ 24 พฤศจิกายน 2555 พวกเราแบกของทั้งปวงขึ้นแท็กซี่ไปสนามบิน ฟุกุโอกะ
โฮสเทลใกล้สนามบินมากจนน่าตกใจ 850 เยนเท่านั้น เตรียมตัวกลับบ้านเสียแล้ว

สนามบินนี้มี wifi ให้ใช้ฟรีตลอดค่ะ สบายเลยระหว่างรอ

ไม่น่าเชื่อเนอะว่าการเดินทางเกือบเดือนกำลังจะจบลงแล้ว
พวกเราก็มานั่งคุยกันว่า คิดยังไงกับทริปนี้ เราก็พบว่า ทุกอย่างไม่มีจุดพีคเหมือนทริปทิเบต
อาจเพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เจริญเกินไป ทุกอย่างเลยตรงเวลา เป๊ะหมด สะอาด ปลอดภัย
มันเลยไม่ค่อยมีสีสันของชีวิตนัก ส่วนของธรรมชาติ วัฒนธรรม ทุกอย่างเหมือนที่เราคิดไว้เป๊ะ
สิ่งที่พีคที่สุดในทริปคงเป็นช่วงที่หิมะตก เพราะอะไรที่เราไม่ได้คาดคิดมักจะน่าจดจำเสมอ

เมื่อถึงเวลาเรียกเช็คอิน พวกเราก็เข้าไปค่ะ
เหมือนทุกอย่างจะดำเนินด้วยดี ทริปนี้ แต่แล้วชีวิตก็พลิกผัน !!!!
คิดแล้วฮามากตอนนั้นคือพวกเรา เข้าใจวันเดินทางกลับผิดค่ะ
เรามาเร็วไปวันนึง ทำให้พวกเราบินกลับวันนี้ไม่ได้ 

เหมือนจะดีนะ ได้อยู่ Fukuoka เพิ่มอีกวัน ไม่ได้ดีขนาดนั้นค่ะ เพราะที่พักไม่มีค่ะ
แถมโฮสเทลที่เราจองไปก็เต็มหมดแล้ว ช่วงนี้เป็นไฮซีซันโรงแรมก็เต็มหมดค่ะ
และประเด็นหลักคือ ช็อปปิ้งกันหมดตัวแล้วไงคะ ชิปหายไงคะ คำเดียว !!!!!!!!!

พวกเราก็กลับมาที่ใจกลางเมือง Fukuoka (นั่งรถเมล์กับใต้ดินเอา เงินก็จะไม่มีแล้ว T-T )
ได้เวลาตามรอยพี่ก้องทรงกลด 55555555

ตึกนี้เป็นตึกที่ปลูกต้นไม้ไว้บนดาดฟ้าค่ะ มองๆดูเป็นป่า เราสามารถขึ้นไปชมได้ด้วยนะ
แต่ตอนเราไปเขาดันปิด เลยได้แต่มองห่างๆ สวยอยู่นะ แต่ตอนนั้นในใจพวกเรามีแต่แบบ จะนอนไหนคืนนี้
กลางวันยังชิวได้ แต่ถ้ามืดแล้วน่ากลัวแล้วนะ..

ไม้ตายสุดท้าย ถ้าไม่มีที่นอนจริงๆ จะไปหากล่องมานอนที่สวนสาธารณะไม่ก็สถานีรถไฟซะเลย
สุดท้ายพบศพเรา 3 คน นอนแข็งตายอยู่ ไม่ก็กลายเป็น Homeless

พวกเราฝากกระเป๋าและสัมภาระทั้งหมด (รวมถึงที่เมื่อคืนช็อปมาด้วย) ไว้ที่ล็อคเกอร์สนามบินค่ะ
สามารถฝากข้ามคืนได้ แต่ถ้าเกินกี่ชั่วโมงไม่รู้ เขาจะเอาออกและเอาไปเก็บที่อื่น เราก็ไม่มีทางเลือก
ให้แบกของเดินไปทั้งวันก็ไม่ใช่ เลยเสี่ยงฝากไว้ที่สนามบินนี่แหละ ตอนนี้ทำใจให้สงบมาไหว้ศาลเจ้า
ขอให้หนูมีที่นอนคืนนี้ด้วยเถิดดดดดด

พวกเรา 3 คนลงมติกันว่า คืนนี้ไม่คาราโอเกะก็อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ ขอให้หาร้านพวกนี้เจอ
และเช็คอินเข้าตอนดึกๆจะได้ประหยัดราคา ตอนกลางวันพวกเราก็ได้แต่เดินห้างไปเรื่อยๆ
ออกนอกเมืองไปไกลๆก็ไม่ได้(เพราะไม่มีเงิน) นั่งรถไฟไปเมืองอื่นก็ไม่ได้ (เพราะไม่มีเงิน)
รึจะนั่งรถไฟขึ้นไปซัปโปโรเลย คืนนี้จะได้มีที่นอน ก็ไม่ได้ (เพราะ JR PASS หมดอายุแล้ว)
ดังนั้น เดินห้างแถวนี้แหละ ดีที่สุด ประหยัดเงิน T-T

ห้างแรกที่พวกเราเลือกไปสิงคือ PARCO ห้างนี้มีหลายสาขาในหลายๆเมืองมาก
ร้านอาหารก็เยอะ พวกเราต้องค่อยๆเดินให้ถึง 4 โมงเย็นแล้วค่อยกินข้าว
จะได้ประหยัดค่าอาหาร โห ชีวิตจะเศร้าไปไหน
ห้างนี้มีชั้นของเล่น มี Rilakkuma Shop ด้วยที่อ้นจูอยากมา ว่าแล้วก็ไปดูของเล่นให้เกิดกิเลสซะ

สนูปปี้ ขวัญใจ จขกท.ตอนเด็ก ไม่มีเงินนนนนนน

กาจาปอง ไลน์ชัดๆ แอบเห็นอ้นจูหยอดไปเยอะ หมดตูดเลยสิเมิงงงงง

ตุ๊กตาไลน์ บราวน์ โคนี่ มูน น่ารัก ไม่มีเงินนนนนนนนนนนนนน

หลังจากสิงที่ PARCO จนไม่มีอะไรจะทำ จะเดินแล้ว (เดินมากไม่ได้อีก เดี๋ยวหิวข้าว T-T )
เราก็เปลี่ยนไปสิง TSUTAYA แทน ร้านเช่าวิดีโอที่เคยมาเปิดบ้านเรานั่นแหละ
แต่ที่ญี่ปุ่นเขาเหมือน B2S ขายซีดี หนังสือ ก็นั่งอ่านหนังสือกันไปพวกเรา จะได้ไม่หิวนะ โฮโฮ
เจอหนังสือมิรัยจัง อยากซื้อ ไม่มีเงินนนนน

หลังจากเริ่มไม่มีอะไรทำที่ TSUTAYA พวกเราก็เลยคิดขึ้นได้ว่า ควรจะไปหาอินเตอร์เน็ตคาเฟ
โดยการหา wifi เพื่อเอาไว้ search ซึ่งแหล่ง wifi ของเราก็นี่เลย Apple Store
เร่ิมมืดแล้วด้วย จะได้กลายเป็นคนจรจัดแล้ว โฮ (ยังมีคนเงินเหลือซื้อรองเท้าอีกนะ เจริญแล้วพวกเรา)

พวกเราก็เดินตามหาอินเตอร์เน็ตคาเฟ ถ้าเวิกก็นอนที่นั่น ถ้าไม่เวิกเราก็จะไปนอนร้านคาราโอเกะที่เราไปเจอมา
แต่ต้องเช็คอินตอน 3 ทุ่ม เราเดินหาร้านอินเตอร์เนต สภาพเป็นแบบนี้ ราคาจะแพงกว่าร้านคาราโอเกะ
ให้เล่นเน็ตทั้งคืนเพื่อความคุ้มก็ไม่ใช่ พวกเราก็เลยเลือกนอนคาราโอเกะละกัน ว่าแล้วก็ไป

ร้านคาราโอเกะให้เวลาตั้งแต่ 3 ทุ่ม – 6 โมงเช้า  แปลว่า 6 โมงเช้า เราต้องเช็คเอาท์ ราคา 1200 เยน / คน
(เพราะเอาบัตรนักเรียนมา มุกเดิม) ดูชุดพนักงานซะก่อน ถ้าใครอยากมาญี่ปุ่นแบบประหยัด นี่ทางเลือกแบบไม่อาบน้ำนะเคอะ 55 รอดตายแล้วคืนนี้ที่ Fukuoka

พวกเราก็ขึ้นลิฟท์ไป เข้าห้อง ก็เหมือนคาราโอเกะบ็อกซ์ตามมาบุญครอง มีโซฟา เมนูสั่งอาหาร (แน่นอนว่าไม่สั่ง)
ทีวีและไมค์ พวกเราก็แบ่งโซฟากันเลย คืนนี้ที่พำนักของเรา ห้องกาแลกซี่จัง นี่ชั้นไปอวกาศมาหรอ

เพื่อความคุ้มของพวกเรา ไหนๆก็มาคาราโอเกะแล้ว จะให้นอนอย่างเดียวก็ไม่ใช่นะคะ
ว่าแล้วก็เลือกเพลงสักนิด Lady Gaga ไรงี้ ร้องก่อนนอนเบาๆ อิอิ

แล้วพวกเราก็หลับไป คนละโซฟา คับแคบนิดนึง ต้องงอขาเอา หลับๆตื่นๆ เพราะแอร์ก็หนาว ปรับไม่ได้อีก
เสื้อผ้าก็ไม่มีเพิ่ม นอนทั้งอย่างนั้นแหละ เอาชีวิตรอดสุดๆ เพื่อรอตอนเช้าเท่านั้น
แล้วในที่สุดก็เช้า รอเวลารถไฟใต้ดินวิ่งรอบแรก เราก็เช็คเอาท์ออก สถานีรถไฟตอนเช้าๆ แบบร้างๆ
หนาวก็หนาว ชีวิตต้องสู้จัง ทำไมมาทรมานวันสุดท้ายเนี่ย 555

เราว่าพวกเรารอดจากเมื่อคืนมาได้นี่ ถือว่าเก่งมาแล้ว ต่อไปนี้ไม่มีอะไรต้องกลัวที่ญี่ปุ่นแล้ว
คราวหน้าจะนอนคาราโอเกะมันทุกวันเลยมั๊ย (แต่พวกเมนูร้านเกะกับพนักงานพูดอังกฤษไม่ค่อยได้นะคะ ต้องทำใจนิดนึง)
เรานั่งรถไฟมาที่สนามบินที่เดิมอีกครั้ง ของในล็อคเกอร์ยังอยู่ ก็นอนหลับที่สนามบินต่อ ชีวิตลำเค็ญ..

ในที่สุด เราก็กำลังจะได้กลับบ้านสักที บ้ายบาย Fukuoka
ย้อนกลับมามองเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทั้งนอนคาราโอเกะ ทั้งขึ้นรถไฟ 27 ชั่วโมงที่จีน
มันดูเป็นความทรงจำที่เราไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นมา แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของการเดินทาง
เวลาผ่านไป เราอาจจะจำเรื่องราวอื่นไม่ได้นัก แต่สิ่งที่ยังติดในใจคือ 2 เหตุการณ์นี้แน่นอน : )

ก่อนจะลาจากกันไป 
จากจุดเริ่มต้นความคิดเล็กๆของพวกเราที่อยากเห็นญี่ปุ่น ความฝันในวัยเด็ก
จนอายุ 20 กว่าๆ พวกเราก็สามารถเก็บเงินด้วยตัวเองและใช้เงินของตัวเองมาญี่ปุ่นได้สำเร็จ
มันคือความฝันที่เป็นจริงอีกอย่างหนึ่งของพวกเรา ที่เราทำสำเร็จได้ด้วยตัวเองอีกอย่างในชีวิตนี้
สิ่งที่ได้กลับมามันคือ ความภาคภูมิใจในตัวเองมากๆ และเราเชื่อว่า หลายๆคนรู้สึกแบบนั้นกับตัวเอง

อย่ามองว่าการเดินทางเป็นการใช้เงินฟุ่มเฟือย เพราะเราไม่มีวันรู้เลยว่าเราจะได้รับอะไรจากการเดินทางครั้งๆหนึ่งกลับไปบ้าง
ประสบการณ์ การเอาตัวรอด ภาพที่เราได้เห็น ทุกอย่างมันจะตกตะกอนอยู่ในสมองเรา เรามองโลกแบบไหน เราจะกำลังเป็นคนแบบนั้น
อยากให้ทุกคนที่อ่านอยู่ได้ลองออกเดินทางดูบ้างสักครั้ง ถ้าทำอยู่แล้วก็ทำมันต่อไปอีก เพราะเราเชื่อว่าชีวิตคือการเดินทาง
ต่อให้สุดท้ายมีเงินเยอะ สุขภาพไม่ดี เราก็อดไปเห็นโลกที่กว้างใหญ่

สุดท้ายท้ายสุด ขอขอบคุณทุกคนที่ติดตามการเดินทางของเราที่ญี่ปุ่นนี้ ทั้งคนโหวต ให้กำลังใจ หรือติดตามอย่างห่างๆ เพื่อนๆในเฟซบุค
เราขอบคุณมากๆ ทุกคนมีส่วนให้การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนได้ออกเดินทางตามที่ใจอยากจะไปค่ะ

สุดท้ายและอีกครั้งที่พวกเราคิดว่า พวกเราตัดสินใจไม่ผิดเมื่อคิดออกเดินทาง

The End

หากใครสนใจเที่ยว Fukuoka ตาม สามารถอ่านคู่มือเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยจ้า

อ่านตอนเก่าๆของพวกเรากับทริปยาวทัวร์ญี่ปุ่นกันได้ที่

วิดีโอการเดินทางของเรา Fukuoka ตอนสุดท้ายค่ะ

Share this story
Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin
Share on pinterest
Scroll Up
logo