Japan North – South : EP23 Kumamoto

สวัสดีอีกครั้งค่ะ กลับมารีวิวกันต่อ นั่งรถไฟไปกันต่อค่ะ

__________________________________________________________________

เส้นทางการเดินทาง
สุวรรณภูมิ > เซี่ยงไฮ้ (ต่อเครื่อง) > ซัปโปโร > โอตารุ > โนโบริเบทสี > ฮาโกดาเตะ > นิกโก >
โตเกียว > คาวากูชิโกะ > คามาคุระ > โยโกสุกะ > โยโกฮาม่า >
นาโงย่า > ชิราคาวาโกะ > ทาคายาม่า > คานาซาว่า >
เกียวโต > นารา > โอซาก้า > โกเบ > มิยาจิม่า > ฮิโรชิม่า >
นางาซากิ > คุมาโมโต้ > ฟุกุโอกะ > เซี่ยงไฮ้และสุวรรณภูมิอีกที

** จุดสีเขียวคือจุดที่เราเดินทางอยู่ค่ะ เดินทางทั้งหมด 25 วัน งบประมาณ 120,000 บาท ค่ะ

__________________________________________________________________

22 พฤศจิกายน 2555
พวกเราออกจากเมืองนางาซากิประมาณช่วงบ่าย นั่งรถไฟอ้อมโลกนิดหน่อย
(จริงๆถ้านั่งเรือแต่อ้อมน้อยกว่า แต่พวกเราต้องยึดคอนเซปนั่งรถไฟเป็นหลัก อิอิ)
นั่งประมาณ 2 ชั่วโมง นอนๆให้น้ำลายยืด ก็ถึงแล้วค่ะ เมือง Kumamoto !!

เมืองนี้ สิ่งที่ขึ้นชื่อนอกจาก ปราสาทสีดำแล้ว ภูเขาไฟอาโซ่แล้ว
อีกตัวละครที่พวกเราตื่นเต้นไม่แพ้กันก็คือ มาสค็อตของเมืองนี้ เจ้าหมีคุมามง ค่ะ
ตอนแรกก็ไม่ได้จะรู้จักหรอก แต่อยู่เมืองนี้อยู่ไปเริ่มเห็นหน้าอีหมีนี้บ่อยเกิน
จนโรคจิตถึงขั้นกลับไปเซิสว่ามันยังไงกัน หมีตัวนี้ไม่ธรรมดานะคะ
เป็นมาสค็อตที่ดังมากในญี่ปุ่นท็อปต้นๆเลย

การเดินทางในเมือง คุมาโมโต้ เป็นรถรางค่ะ เมืองแถบๆนี้ ทางใต้ทางเหนือนี่เขาใช้รถรางกันหมด
น่ารักดี ที่สำคัญบนรางยังปลูกหญ้าได้อีก สีเขียวดีจัง

สถานที่แรกที่ต้องรีบนิดนึงของเมืองนี้คือ ปราสาท คุมาโมโต้ นี่แหละ
เพราะพรุ่งนี้พวกเราก็ต้องออกเดินทางต่ออีก ไม่มีเวลาอยู่นาน ก็ต้องรีบวิ่งนิดนึง
เพราะกลัวปราสาทจะปิดก่อนได้เข้านี่แล
วิธีการไปปราสาทคุมาโมโต้ : นั่งรถรางสาย 2 ลงป้าย Shiyakucho Mae แล้วเดินต่อนิดๆก็ถึงละ

พวกเราก็เดินไปด้อมๆมองๆรอบปราสาท ประสาข้าศึกชาวไทย 55
สรุปว่าปราสาทปิดแล้ว หน้าเงิบกันใหญ่ ชิไห ทริปนี้ อะไรที่อยากเข้าที่มีแต่เฟลเรื่อยไป T-T

ได้แต่มองเธอไกลๆ อดเข้า

พวกเราก็เดินไปเรื่อยๆ อ้นจู(เพื่อนช่างกล้อง) ก็ดูแผนที่ไปบอกยังมีหมู่บ้านซามูไรที่อยู่แถวนี้
ก็น่าไปเดินดูเหมือนกัน (แต่ก็ใกล้ปิดอีกเหมือนกัน โถชีวิตกรู) ก็ต้องเดินอย่างแข็งขัน
กล้ามนี้ขึ้น ตัวนี้ผอมละทริปนี้ ระหว่างเดินก็ยังเจอหมีคุมามงรายทางนะคะ ของเค้าดังจริงอะไรจริง

ในที่สุดเราก็มาถึงหมู่บ้านซามูไร บรรยากาศหน้าเข้าอยู่
(สามารถเดินมาจากปราสาทได้เลย ปราสาทปิด 5 โมง หมู่บ้านปิด 6 โมงค่ะ)

คน คุมาโมโต้ ก็ออกมาเดินเล่นกัน ชมใบ้ไม้ ไรงี้ ชิวเหลือเกินชีวิต
พวกเราก็เห็นใบไม้แดงจนเบือน แอบชอบใบไม้เหลืองเหมือนกันนะ : )

เอาเข้าจริงการมาญี่ปุ่นครั้งนี้ เราเห็นมาตั้งแต่เหนือจรดใต้
ญี่ปุ่นใครคิดว่าเหมือนกัน หลายครั้งคนอยากมาญี่ปุ่นอยากไปพวกโตเกียวโอซาก้า
แต่พวกเรากลับชอบเมืองบ้านนอก เมืองทางใต้ ทางเหนือ สะอาด เจริญไม่แพ้กัน
แต่ชีวิตความเป็นอยู่ เค้าดูมีความสุขมากเลย

ด้านในหมู่บ้านซามูไร ก็มีร้านขายของ จิบน้ำชายามเย็น พิพิธภัณฑ์ที่อยากเข้าไปดูก็ได้
มีหลายอย่างให้ทำดี อารมณ์ธีมปาร์คเล็กๆ ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์คนละ 300 เยนค่ะ

พิพิธภัณฑ์นี้จุดหลักของเค้าคงอยากให้คนเข้าชมมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ก็เลยมีของเล่น มีอะไรที่ interactive กะคนดู
เยอะเลย อย่างอันนี้คือ เหมือนจะเล่าว่า ก่อกำแพงปราสาท คุมาโมโต้ ยากนะจ้ะ ไหนลองเรียงหินสิ
(จากอิก้อนเหลืองๆที่ไม่เหมือนเพื่อนหน่ะ) ก็เรียงกันไป อารมณ์ต่อตัวต่อพันปียูกิอยู่เลย ฮ่าฮ่า

มีแผ่นที่เมืองให้เหยียบเล่น ไม่ค่อยเก็ทแต่ก็มีอะไรให้ทำดี ฮาฮา

มีหุ่นขนเกี้ยว เราสามารถเอาตัวเข้าไปนั่งได้ด้วยนะ เผื่อใครอยากเป็นเจ้าเมือง
ที่นี่ถ้ามาทำที่ไทยนี่คงฮิต คนคงถ่ายรูปอัพกันเต็ม

มีม้าให้ขี่อีก กิจกรรมเยอะจริงๆ

อันนี้นี่โซนฮิตชาวไทย โซนคอสเพลย์เป็นนักรบญี่ปุ่น

พอดีหน้ามันจีนจัดเลยเนียนได้ เจอซามูไรฟ้า ซามูไรตุ๋ย สักหน่อย

พวกเราก็ฟินกับการคอสเพลย์ฮาราจูกุไปแล้ว พิพิธภัณฑ์นี้ก็ยังมีของมีสาระบ้าง 5555
ประวัติศาสตร์บ้าง ให้ดูชม

มีอนิเมชันเล่าประวัติศาสตร์บ้าง ดูไม่รู้เรื่อง แค่จำชื่อคนยังเบลอแล้วเลย

โมเดลการ์ตูน เดาว่าตัวละครพวกนี้ก็เล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ไม่รู้จักสักตัว
แต่น่ารักดี พิพิธภัณฑ์นี้ดีนะเราว่า ดูเป็นอีกมุมที่ไม่ค่อยมีใครเล่าถึงเมื่อมา คุมาโมโต้

สาระเสร็จก็ได้เวลา กิน (อีกละ) ด้านนอกของหมู่บ้านก็มีร้านขายของ กะที่นั่งเล่น
พวกเราก็เดินไปเพื่อไปดูปราสาท คุมาโมโต้ อีกรอบให้ช้ำใจเล่น (เดินไปนิดเดียวเหมือนอีกฝั่งของที่เรามาค่ะ)

เห็นปราสาทแบบไกลๆ

อีกมุมหนึ่ง ขอหลายๆมุมหน่อย คนมันไม่ได้เข้า T-T

ปราสาทสีดำภายใต้ท้องฟ้าสีม่วง

ในคืนพระจันทร์เสี้ยว ณ เมือง คุมาโมโต้

กลับมาที่โซนร้านค้า แอบเห็นหมีคุมามงอีกละ (ดังจริง-ใครหาเจอบ้าง)
ได้เวลากิน คนน้อยดีจริงๆเมืองนี้

หมู่บ้านญี่ปุ่นของแท้ เมืองไทยก็สร้างเหมือนนะ ฮาฮา
(เห็นหมีคุมามงหนูไหม ?? ดังจริงๆตัวนี้ คนเมืองนี้ดูภูมิใจมาก ขายของทุกอย่าง)

ขนมโมจิแบ้วๆ ลายการ์ตูนดังทั้งหลาย และแน่นอน หมีคุมามง !!!

ใบชาบลาๆ ซื้อฝากพ่อฝากน้องฝากญาติ ต้องรีบละใกล้กลับ
ถูกใจอะไรต้องรีบซื้อ อย่ากั๊กๆ

ผลิตภัณฑ์คุมามง (ไปเป็นเพื่อนกับคิตตี้ตอนไหนฟร่ะ?)

แก้วน้ำจานชามมีครบ ทุกสิ่งอย่าง

ของยอดฮิตของทริปนี้ กินมันตลอดตั้งแต่เหนือจรดใต้ ไอติมพร้อมโคนวาฟเฟิล
ดีที่สุด ดีที่สุด กินแล้วมีความสุข สะสมกระดาษห่อทุกเมือง
กินจนจำได้ว่ามียี่ห้ออะไรผูกขาดทั้งญี่ปุ่นบ้างแล้ว (NISSEI ยี่ห้อนี้ทำโคนแต่ไอการ์ตูนเด็กๆพวกนี้มันมาจากยี่ห้อ
TOMI ที่ทำไอติมสำเร็จรูปส่งขายทั่วประเทศ)

กินขนมจุกจิกจนเงินหมด เราก็ออกมาเที่ยวในเมืองต่อ สุขสันต์จังชีวิต
นี่เป็นย่านการค้าของเมือง คุมาโมโต้ คึกคักอยู่ ทีสำคัญหมีคุมามงอีกละ เยอะๆๆๆนะนาง

เดินๆก็ไม่มีไรมาก กินข้าว ซื้อของช็อปปิ้ง บลาๆ ก็กลับที่พัก
ที่เมือง คุมาโมโต้ พวกเราพักที่ Dyeing and Hostel Nakashimaya คนละ 1000 บาท / คืน
ข้อเด่นที่นี่คือ ที่พักชิวดี มีตู้เก็บของเป็นหีบด้วย แต่ห้องอาบน้ำไม่มีสบู่ยาสระผมฟรี ต้องหยอดเอา
พวกสะอาด บริการดี อันนี้รู้กัน ญี่ปุ่นๆ

พอดีวันที่ 22 พฤศจิกายน (วันนั้นในทริปพอดี) เป็นวันเกิดของเพื่อนเรา มิ้นตุ๋ยๆ
เลยมีการซื้อเค้กมาเป่ากินกัน แฮปปี้เบิร์ทเดย์ๆจ้า ชีวิตมีความสุขจริงๆ
ราตรีสวัสดิ์พร้อมเค้กสตรอเบอร์รี่ อิอิ

23 พฤศจิกายน 2555 
พวกเราก็ตื่นเช้าเหมือนเดิม เตรียมออกจากเมือง คุมาโมโต้ ไปยังภูเขาไฟอาโซ่
ที่อยากไปเพราะในเรื่องไยบะ ลูกแก้วเทพมังกร (ลูกแก้วไฟ) อยู่ในภูเขาด้วย
เอาหน่ะๆ กว่าจะมาถึงโซนคิวชูขนาดนี้ ก็ต้องไปบ้างแล เขาบอกว่าสวยนะๆ

นั่งรถไฟไป 1 ชั่วโมงกว่าๆ ไม่ใช่รถไฟแบบเดิมนะจ๊ะ
รถไฟสายนี้ไปเฉพาะภูเขาไฟอาโซ่เท่านั้น เขาก็เลยมีพนักงานมาคอยเดินให้เราถ่ายรูปคู่กับป้าย
แน่นอนไม่เหมือนบ้านเรา ไม่มีการเอาไปทำจานแต่อย่างใด

รถไฟคิวชู ขอรับประกันว่าดีจริง (จริงๆก็ดีทั้งประเทศนั้นแหละ) เบาะก็ใหญ่ ที่นั่งกว้าง
ถ้ารถไฟบ้านเราเป็นงี้ จะไปเที่ยวทุกอาทิตย์เบยยยยยยย

พวกเราสามคนก็ได้ถ่ายคู่กับป้ายนะ
เดาว่า ป้ายนี้คงเขียนว่า รถไฟขบวนนี้ไปภูเขาไฟอาโซ่ (ใครอ่านออกบอกหนูที)
น่ารักปะ : P

เมื่อถึงสถานีรถไฟ ก็ยังไม่ถึงทางขึ้นภูเขาไฟนะคะต้องนั่งรถบัสต่อไปอีก
ประมาณ 1000 เยนจำไม่ได้นัก ระหว่างทางก็อารมณ์ทิเบตเล็กๆ แต่หมอกเยอะมาก

ภายในรถบัส คนไปภูเขาไฟกันเยอะเลย ข้างนอกหนาวมากกกกกกนะ เห็นแบบนี้

ถึงโซนขึ้นภูเขาไฟแล้ว หมอกยังลงจัดเหมือนเดิม จะได้ขึ้นไหม ชีวิตจะเฟลอีกไหมนี่
ฉากใน The Mist เล็กๆนะ 555

ตอนเราไปถึง ภูเขาไฟอาโซ่จะมีหลายจุดมาก จุดที่สวยที่สุดคือ C เราไปไม่ได้แล้ว
เพราะว่าหมอกลงจัด ไปได้ถึง B ซึ่งก็อยากเห็น C มากสุดแต่ก็ช่วยไม่ได้ ซื้อบัตรไปเผื่อได้เห็นอะไรบ้าง
สุดท้ายหมอกลงจัดเกิน เขาต้องปิดทุกโซน คนนี่แห่คืนตั๋วกันอุตรุด วุ่นวายเลย
พวกเราก็เฟลอีกครั้งจนได้ T-T ปราสาทไม่ได้เข้า ภูเขาไฟไม่ได้เห็น

ได้แต่ลงมารอรถบัสกลับสถานีรถไฟ หมอกลง หนาวก็โค่ดหนาวเลย
สังเกตป้ายเขามีภาษาเกาหลีด้วยทางคิวชูจะมีภาษาเกาหลีกำกับเสริม
ส่วนทางฮอกไกโดจะมีภาษารัสเซียกำกับด้วย เท่ดีนะ
บ้านเราถ้าทางเหนือ อีสาน มีภาษาลาว ทางใต้มีภาษามาเลเซีย : )

กลับสู่สถานีรถไฟ หมอกหาย !!!!! อัลไลลลลลลลลลล

แต่ด้วยความฟินของโกกราฟ ทริปของเราจะต้องมีวัฒนธรรมเดิม
เหมือนที่เซี่ยงไฮ้ เมืองสุดท้ายก่อนกลับบ้าน เราจะผลาญเงินแมร่งให้หมดเลยยยย
ดังนั้น เป้าหมายต่อไปเมืองสุดท้ายของเรา ฟุกุโอกะ ชั้นไม่ไปภูเขาไฟก็ได้
ขอสนใจ กระเป๋า รองเท้า เสื้อหนาวก่อนนะคะ มาถึงแดนญี่ปุ่นทั้งที
อัดอั้นมาตั้งแต่โตเกียวละ ชิชิ อะถ่ายรถไฟนิดนึง

คุมาโมโต้ ยังมีอะไรให้เจออีกเยอะแยะนะ ลองค้นข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่

ถ้าใครเคยไปดูนิทรรศการที่ TCDC เขาเล่าเรื่องรถไฟคิวชู
แล้วมีรถไฟขบวนนึงน่ารักมาก สำหรับครอบครัวพร้อมมาสค็อต ASO BOY หมาสีดำตัวเล็กๆ
พวกเราบังเอิญได้นั่งขากลับด้วย โว้ลลลล ในความโชคร้ายยังมีโชคดี มาสำรวจรถไฟขบวนนี้กันดีกว่า

ตามผนังรถไฟ ตรงส่วนเชื่อมโบกี้ก็มีกรอบรูปต่างๆแขวนไว้ ผ้าม่านอะไรพวกนี้ก็การ์ตูนหมด
น่ารักจัง

ด้วยความที่พวกเราเป็นสาวน่ารัก (?) ก็เลยเดินสำรวจรถไฟน่ารักเลย มาดูตู้เสบียงกัน

สาบานว่านี่คือรถไฟ กำลังวิ่งอยู่ ความน่ารักของรถไฟขบวนนี้คือ ความใส่ใจ
ใส่ตัวละครลงไปและทำให้เหมาะกับครอบครัว อย่างเก้าอี้ตัวนี้ ผู้ใหญ่กับเด็กสามารถนั่งด้วยกันได้

ครอบครัว + ท่องเที่ยว = ความสุข : )

บ้านเรามีบ่อบอล ที่นี่มีบ่อไม้ น่ารักเลย อยากกระโดดลงไปเล่นบ้างจุง เสียดายอายุเกิน…

เก้าอี้ของโบกี้นี้อีกที แต่ละโบกี้เก้าอี้ไม่เหมือนกันอีกนะ !!!

เก้าอี้อีกแบบลายแพทเทิร์นรถทัวร์บ้านเรา (แต่เขาสวยกว่า)
ปลายสุดหัวท้ายขบวนสามารถนั่งชมวิวได้ด้วยนิ

ASO BOY !!

ถ้านั่งหัวขบวนจะเป็นแบบนี้ หนูถูกผู้ใหญ่แย่งงงง

มุมนั่งน่ารัก แบ้วๆ

ประตูเชื่อมโบกี้ ยังน่ารักเลย

รถไฟคิวชูไม่ได้แค่ต้องการให้การเดินทางปลอดภัย สะดวก
แต่ต้องการให้คนมีความสุขกับการเดินทางด้วย เราเชื่อว่า ผู้โดยสารขบวนนี้มีความสุขค่ะ
เพราะพวกเราก็มีความสุขนะ : )

ยังไม่ทันดื่มด่ำจนหนำใจ รถไฟก็ถึงสถานีปลายทางละ เพื่อนั่งต่อไปยังเมืองฟุกุโอกะ (สถานี Hakata)
โบกมือลา รถไฟขบวน ASO BOY หน่อยยย

แล้วพวกเราจะกลับมาอีกนะ : )

อ้นจูบอกลาเมือง Kumamoto ด้วยกาแฟหมีคุมามง
คุมาโมโต้ เมืองนี้น่ารัก การ์ตูนเยอะมาก เยาวชนเมืองนี้คงเป็นเด็กที่ดีและเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
เพราะเขาเริ่มจากให้ความสำคัญกับเด็กก่อน

ตอนหน้า อย่าคิดว่าจะมีสาระ เราจะผลาญเงินให้หมดสิ้น พบกับพวกเรา
ณ เมืองสุดท้ายของการเดินทาง
ฟุกุโอกะ นะเด้อนังเด่อ ไปต่อกันจ้าที่

****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

17. NAGASAKI- KUMAMOTO

Share this story
Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin
Share on pinterest
Scroll Up
logo