Japan North – South : EP21 Bad day at Hiroshima

พวกเรากลับจากเกาะมิยาจิม่า ได้เวลาเที่ยวในเมือง Hiroshima กันแล้วค่ะ

20 พฤศจิกายน 2555

หลังจากที่พวกเรานั่งเรือข้ามไปยังเกาะมิยาจิม่า และขากลับนั่งรถไฟกลับมายังเมือง Hiroshima แล้ว
ใช้เวลาบนรถไฟประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็มาถึงเมืองประวัติศาสตร์ ฮิโรชิม่า

ด้วยความสงสัยมาตั้งแต่เกิดมาเรียนวิชา สปช. ฮิโรชิม่าเมืองที่ถูกบอมบ์
วันนี้เป็นอย่างไร เป็นอย่างที่เห็นค่ะ เจริญ สะอาด ปลอดภัย ภายในรถรางของเมืองค่ะ

การเดินทางในฮิโรชิม่า
นอกจากการเดินแล้ว รถรางในเมืองคือพาหนะที่สะดวกที่สุด ต้นสายจากสถานีรถไฟเลย
และพวกเราก็เข้าสู่ที่พัก (ที่เดินจากสถานีรถไฟไปได้)
ที่พักชื่อ Hiroshima Hina Hostel ราคาคนละ 1400 บาทต่อคนค่ะ
ที่ราคาสูงหน่อยเพราะเป็นห้องแบบนอน 3 คนค่ะ มีห้องน้ำในตัวด้วย ไฮโซปะหล่ะรอบนี้
หน้าโฮสเทลค่ะ พนักงานใจดี : )

เนื่องจากพนักงานใจดี และช่วงนี้ในเมืองฮิโรชิม่ามีงานพอดี
ทั้งงานวัดและงานประดับไฟประจำปีชื่อ Dreamination
ชื่องานก็มาจาก dream + illumination พวกเราโชคดีค่ะ ว่าแล้วก็เข้าเมืองกันเถิด

งานนี้จะมีทุกเดือนพฤศจิกายนของทุกปีมีไปจนถึงมกราคมค่ะ
ถนนทั้งเส้นประดับไฟเลย ธีมของปีนี้คือ เทพนิยาย
สนใจไปดูต่อที่ http://www.dreamination.com/ จ้ะ
ไฮไลท์ของที่นี่น่าจะเป็นสิ่งนี้ Atomic Dome ไว้มาเล่าเรื่องเจ้านี่ให้ฟัง

ดูด้วยตานี่แลดูโปรดักชันต่ำเล็กๆ แต่ถ่ายรูปออกมาแล้ว ขึ้นกล้องมากมาย

เทศกาลนี้จัดอยู่บนถนน peace boulevard
สามารถนั่งรถรางมาได้ ลงป้าย Fukuro-Machi จากแผนที่ก็สถานีเบอร์ U2
เส้นเลียบแถวแม่น้ำค่ะ ทั้งถนนเลยย

ฟินิกซ์ และ ปลาวาฬน่ารัก

นี่น่ารักกว่าปลาวาฬอีก คริๆ

งานเทศกาลนี้ใช้ไฟ 1.3 ล้านดวง (หาข้อมูลจากเน็ตมานะคะไม่ได้ไปนั่งนับเอง)
อ่า อย่าคิดว่าคนประเทศนี้เขาจะเปลืองไฟฟรีๆ เหมือนบ้านเรา เขาใช้พลังงานแสงอาทิตย์ค่ะ

หลังจากถ่ายรูปกับไฟพลังงานโซล่าร์กันแล้ว
ก็เดินตัดมาถนน Nakamachi พบกับถนนเส้นเจริญค่ะ
(เดินถัดจากเส้นถนนเทศกาลไฟมา ข้ามถนนมาเอง ตามภาพ เทศกาลอยู่ด้านซ้ายมือแถวคลองค่ะ)
ร้านชายของตรึม และ งานวัดอีกแล้ว ฮ่าาา

จากประสบการณ์ที่ไปงานวัดมาแล้ว 2 แห่งแบบบังเอิญด้วยนะ
งานวัดญี่ปุ่นคล้ายๆกัน ขายของกิน ขายของไหว้เจ้า ทำพิธี
ไฮไลท์ของพวกเราก็ไม่พ้นของกินค่ะ เค้าขายเราก็ต้องสนองซื้อหน่อย
เมนูนี้ไม่เคยเห็นที่โตเกียวเฮ้ย น่ากิน

เฮียๆเจ้ๆ แกก็ขายกันริมฟุตบาธเลยย เหมือนสยามบ้านเราเลย
แต่นี่ของกิน ช่างยั่งยวนนัก คือขนาดไม่กิน ตัวยังเหม็นเหมือนไปรมควันมาได้
ทั่วถึงจริงๆ

บนไม้กวาดที่เป็นของนำโชคค่ะ สวยดี ญี่ปุ๊นนนญี่ปุ่น

เดินเข้ามาในย่านการค้า ก็จะเห็นฝูงชนเหมือนกำลังรอรับน้ำมนต์กันอยู่
เราขอร่วมแจม เขาสวดอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง ขอเข้าพิธีบ้างอะไรบ้าง

คนนี่เบียดกันปลากระป๋องมาก พวกเราก็เนียนเป็นชาวญี่ปุ่นด้วย
เขาทำอะไร ชั้นขอทำตาม โยนเหรียญลงถังเอย คนไทยขอชะเง้อดูบ้าง
ในถังไม้ก็มีเงินไม่เยอะมาก อารมณ์เหมือนกล่องบริจาคตามโลตัสบ้านเราเป๊ะเวอร์ชันญี่ปุ่น

กำลังทำพิธี หน่ะ สองสาวแอบเม้ามอยนะ

ได้เวลาของกินสุดโปรดปรานของ จขกท.แป้งโดเรมอน
คราวนี้มันครบทุกสำนักเลย เห็นแบบนี้ราคาไม่ใช่ถูกๆเหมือนโตเกียวบ้านเรานะจ๊ะ
สิบชิ้น 500 เยน แพงระเบิดระเบ้อออ แท่นโมของเฮียเค้าคมไม่คม ดูแบบซูมๆ

พวกเราก็นั่งรถรางกลับมาโฮสเทล แสนง่ายโดยไกด์อ้นจู (เพื่อนที่ถ่ายภาพ)
สนุกดีคืนนี้ ได้เวลานอน ที่นอนแสนสุข ฮ้าาาา Hiroshima Hana Hostel นะคะย้ำอีกที
ใกล้สถานีรถไฟ สะอาด ใจดี แถมใกล้โรงแรมมีร้านเกมส์ ร้านการ์ตูนอีก เหมาะมากส์สำหรับโอตาคุอย่างเรา เริ่ด
เกร็ดเล็กน้อย : จขกท.ไม่เคยมาเที่ยวญี่ปุ่นมาก่อน เที่ยวไปเที่ยวมาก็ค้นพบความฉลาดของชาวญี่ปุ่น
ที่เขาปูผ้านอน สบายดี แถมไม่ต้องซักเยอะด้วย แค่ซักผ้าปู (เออจริงๆก็เหมือนบ้านเรานี่นา เอาเถอะ) ได้นอนเสื่อทาทามิ ฟิน

21 พฤศจิกายน 2555 (พุธ) 

เช้าวันนี้เรายังอยู่ที่เมืองฮิโรชิม่าค่ะ ภารกิจในวันนี้ก็คือ
สำรวจประวัติศาสตร์สงครามโลกที่ทำอะไรกับฮิโรชิม่าเอาไว้
จากนั้นช่วงบ่ายเราจะนั่งรถไฟยาวไปยังเมือง นางาซากิ
เล่นเอาครบทั้งฮิโรชิม่า นางาซากิ งานนี้กูต้องซึมซับรังสีเต็มๆให้ได้
ข้าวเช้าวันนี้ ซูเปอร์ข้างสถานีรถไฟ สุดรักในยามยากค่ะ

สัญลักษณ์ของเมืองฮิโรชิม่า ถ้าเผินๆดูเหมือนจะเป็น Atomic Dome นะคะ
แต่ที่ฝาท่อเขาไม่เอาโดมมาเล่นค่ะ ตอนนี้ฮิตสุดคงเป็นทีมเบสบอลเมืองฮิโรชิม่า
สัญลักษณ์คือเจ้าหนูทีม Carp นี่แล น่ารักดี

นั่งรถรางมาลงสถานี Genbaku-Dome Mae แล้วเดินต่ออีกนิดจะถึงโซนสวนสันติภาพค่ะ

วันนี้ (6 สิงหาคม 2556) วันนี้เมื่อ 68 ปีที่แล้ว เวลา 8.15 น. ระเบิดปรมาณูชื่อ Little Boy
ได้ถูกทิ้งลง ณ เมืองฮิโรชิม่าที่เคยเป็นเมืองที่มีความเจริญ การเจริญเติบโตเด่นด้านการศึกษา
และกำลังจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างพินาศ มีผู้เสียชีวิตทันที 80,000 คน
และอีกหลายแสนคนในเมืองกำลังเผชิญกับผลกระทบที่ตามมาจากกัมมันตภาพรังสี ฝนกรด
เมืองทั้งเมืองราบเป็นหน้ากลองในชั่วพริบตา

/ ในภาพหลังจากระเบิดลงไปแล้ว ราบไปหมดเลย

พวกเราทุกคนเคยเรียนวิชาประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 กันมาตั้งแต่เด็ก
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น หายนะ นาซีจับตัวชาวยิว ญี่ปุ่นแพ้สงคราม
ระเบิดนิวเคลียร์ทำลายผู้คน ทำลายชีวิต ความหวัง
พูดตามตรง เนื้อหาในหน้าหนังสือ กับการได้มาเหยียบพื้นที่ประวัติศาสตร์จริงๆ นั้น มันต่างกันจริงๆ
ตอนนี้เราเดินออกมาเพื่อมาพบกับ Atomic Dome ของจริง

ในสมัยที่เมืองฮิโรชิม่ากำลังจะเติบโต ความเจริญได้สร้างอะไรหลายๆอย่างรวมทั้งสถาปัตยกรรมสิ่งนี้ด้วย
ในสมัยก่อนโดมคือ ศูนย์ประชาสัมพันธ์เชิงอุตสาหกรรมแห่งฮิโระชิมะ ถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทันสมัยที่สุดในเมือง
นับเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเลย ถ้าตามความเข้าใจของเราคือ นับเป็นโตเกียวทาวเวอร์ของฮิโรชิม่า
ที่เป็นความหวังของทุกคนในเมือง

หลังจากวันที่ 6 สิงหาคม เมืองฮิโรชิม่าโดยถล่มเละ ย่านทุกย่านทุกแถบราบ
เหลือเพียงแต่โดมที่โครงเหล็กยังทนความร้อนของระเบิด
และรอดมาได้ จนมาเป็นสภาพอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ ทำให้โดมถูกอนุรักษ์เป็นมรดกโลก
ชาวเมืองบางคนที่มีความทรงจำอันเลวร้ายกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น
อยากให้ทุบทิ้งเพื่อลบภาพความทรงจำเลวร้ายออกไป บางคนก็อยากให้เก็บไว้เป็นอนุสรณ์
จนสุดท้ายเลือกเก็บไว้เป็นอนุสรณ์เพื่อให้คนทั้งโลกได้รับรู้ถึงความโหดร้ายของเหตุการณ์ในครั้งนั้น

พวกเราไม่เคยคิดว่า ชีวิตจะได้รับผลกระทบอะไรจากสงครามโลกครั้งที่ 2 กับเหตุการณ์ของเมืองนี้
แต่หลังจากเราได้ไปยังเมืองประวัติศาสตร์ ฮิโรชิม่าเอย นางาซากิ เอย เรารู้แล้วว่าการสูญเสียเป็นเช่นไร

พวกเรายืนอยู่ ณ จุดแห่งประวัติศาสตร์แล้ว
เมื่อวันนั้นระเบิดลงไม่ห่างจากโดมนี้เท่าไหร่

ในแง่ความสวย ความงาม ริมฝั่งแม่น้ำ ที่พวกเรากินข้าวเช้าไป มองโดมปรมาณูไป
สวยแต่เศร้า ในอดีตที่นี่มีความหมายกับคนฮิโรชิม่ามากนัก

จากโดมปรมาณูเราสามารถเดินต่อมายังสวนสันติภาพ อนุสาวรีย์ซาดาโกะ
และมิวเซียมอนุสรณ์สันติภาพได้หมด การทัวร์เพื่อซึมซับประวัติศาสตร์เริ่มขึ้นแล้ว

ซาดาโกะเด็กหญิงวัย 2 ขวบเมื่อวันที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น เธอได้รับผลกระทบจากรังสี
ทำให้เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เด็กหญิงซาดาโกะมีความเชื่อว่าเมื่อเราพับนกกระเรียนได้ถึง 1000 ตัว
เราจะอธิษฐานได้และพรนี้จะสมหวัง เท่าที่เราเคยได้ยินมาเรื่องจะจบที่
เด็กหญิงซาดาโกะพับได้ถึง 1000 ตัวและสุดท้ายเด็กน้อยก็เสียชีวิต
เมื่อเรามาถึงอนุสาวรีย์เด็กหญิงซาดาโกะ เราได้รู้มากกว่านั้น !

รอบๆอนุสาวรีย์มีนกกระดาษหลากสีที่คนทั้งหลายชาติ ทั้งหลายเมืองมาร่วมพับเพื่อเป็นอนุสรณ์
นี่สินะ ความสวยงาม สีสัน บนความเศร้า

ซาดาโกะ เธอคือตำนาน !

จากอนุสาวรีย์ซาดาโกะ ก็มาต่อที่อนุสาวรีย์เหยื่อระเบิดปรมาณู
ด้วยรูปร่างจะเหมือนรูปตัว U คว่ำ ภายในสลักว่า
” ขอจงหลับอย่างสงบ ความผิดพลาดนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก ”
หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่เห็นญี่ปุ่นทำสงครามอีกเลย

ในทุกๆวันที่ 6 สิงหาคมของทุกปี ที่นี่จะมีการจัดงานรำลึก ในวันนี้ก็เหมือนกัน
ถึงเราจะไม่ได้อยู่ ณ สถานที่นั้นในวันนี้ แต่ครั้งหนึ่งเราเคยไปมา
ขอไว้อาลัยให้เหยื่อสงครามโลกทุกชาติทุกคนค่ะ

ถ้าใครมาที่เมืองนี้ เรากลุ่มโกกราฟ ขอแนะนำและเชิญชวนให้ลองเข้าไปยังมิวเซียมอนุสรณ์สันติภาพ
ที่อยู่ถัดจากอนุสาวรีย์ค่ะ ค่าเข้าเพียง 50 เยน คุณจะได้รับรู้ทุกอย่างในเหตุการณ์วันนี้
และที่สำคัญมีบรรยายภาษาไทยค่ะ !

ในมิวเซียมจะเล่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนั้น ตั้งแต่ก่อนที่เมืองฮิโรชิม่าจะโดนระเบิด
ข้าวของเครื่องใช้ และนี่คือ ฮิโรชิม่าในอดีตก่อนโดนปรมาณูค่ะ
คิดภาพตามว่า บ้านเมืองในสมัยก่อน เมืองที่กำลังจะเข้าสู่ความเจริญ
(ถ้านึกไม่ออกลองนึกภาพตามหนังเรื่อง Always ค่ะ)

เวลา 8.15 น. ระเบิดถูกทิ้งลงไม่ห่างจาก Atomic Dome
สิ่งที่เหลืออยู่และทำหน้าที่บันทึกเวลานั่นคือ นาฬิกาข้อมือเรือนนี้

เมืองฮิโรชิม่า ราบเป็นหน้ากลองเหลือเพียงโครงเหล็กของหอแสดงสินค้า
จุดปักสีแดงคือจุดที่ระเบิดลง ไม่เหลืออะไรเลย..

โครงเหล็กของโดมที่มิวเซียมจำลองมาให้ดู

หลังจากระเบิดแล้วนั้น เกิดเหตุการณ์มากมาย
ลูกที่พลัดพลากจากแม่ แม่ที่ตาย เด็กชายที่ถือปิ่นโตไปโรงเรียน แม่มาพบเพียงซากปิ่นโต
เด็กหญิงที่ตายแล้วเหลือเพียงซากรองเท้านักเรียน กระเป๋านักเรียน ตั๋วรถไฟที่ถูกทิ้งไว้
ภายในมิวเซียมเล่าได้สะเทือนใจมาก ทั้งน้ำเสียงของผู้เล่า(ในเทป) ชื่อของเด็กชายเด็กหญิงที่อายุเพียง 10 กว่าปี
ข้าวของเครื่องใช้ที่ถูกบอกเล่าผ่านตู้กระจก ต่อให้เวลาผ่านไปอีกกี่ร้อยปี ทุกสิ่งในนี้ เรื่องราวก็ยังน่าเศร้า
และยังฝังใจชาวญี่ปุ่น ชาวเมืองฮิโรชิม่าไปตลอดกาล

/ ภาพจาก http://perilousmemories.files.wordpress.com

ทุกสิ่งทุกอย่างในมิวเซียมเล่าเรื่องของเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างชัดเจน
มันเหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ระเบิดทำลายทั้งเมือง ชาวเมืองที่รอดตายกลับไม่รอด
เพราะสิ่งที่ตามมาจากระเบิดคือ ฝนกรดที่ทั้งแสบร้อน และ กัมมันตภาพรังสี
ที่ทำให้ใครบางคนฝันร้ายไปจนวันตาย

ลูกน้อยที่พลัดพรากกับแม่ โชคดีได้เจอกันอีกครั้ง
แต่ด้วยฤทธิ์ของฝนกรดและเปลวไฟของระเบิด ทำให้เด็กหญิงขาดน้ำมาก
แม่ออกไปหาน้ำมาให้ กลับมาก็พบว่าลูกน้อยของตัวเองเสียชีวิตแล้ว
เรื่องเล่าในมิวเซียมแต่ละเรื่องช่างสะเทือนใจนัก แต่สิ่งที่สะเทือนใจกว่าคือ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องจริง
ที่มนุษย์เผ่าพันธุ์ของเราทำกับเผ่าพันธุ์ด้วยกันเองในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์

ท่ามกลางซากปรักหักพัง ยังมีเด็กหญิงที่รอดตายด้วยวัย 2 ขวบ
เด็กหญิงซาดาโกะ และเรื่องเล่าที่พวกเราไม่เคยรู้

ซาดาโกะมีความหวังที่จะอธิษฐานให้ตัวเองหายจากโรคร้ายด้วยการพับนกกระเรียน 1000 ตัว
ความเพียรที่จะพับนกให้ได้พับตัวด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรง, ยากแล้ว
สิ่งที่ทุกคนลืมกันไป ช่วงนั้นเป็นยุคหลังสงคราม บ้านเมืองล่มสลาย กระดาษไม่ได้หาง่าย
เด็กหญิงซาดาโกะ พับนกจากตัวใหญ่ ค่อยๆตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ เล็กลงไปเรื่อยๆ จนต้องใช้เข็มพับไม่สามารถใช้นิ้วพับได้
สุดท้ายซาดาโกะพับได้ครบ 1000 ตัว แต่โรคร้ายก็ยังไม่หายไป เด็กหญิงพากเพียรพับอีก 1000 ตัว
จนสุดท้าย เด็กหญิงจากโลกนี้ไปทั้งที่ยังพับนกได้ 1500 ตัว

นกที่ตัวเล็กมากๆ ของเด็กหญิง กี่สิบปีผ่านไป ทุกคนจดจำชื่อเด็กหญิงได้
และร่วมกันพับนกเพื่อสันติภาพของโลกเรา
บางทีการพับนกอาจจะเป็นส่วนเสี้ยวหนึ่งของความหวัง ประเทศเราก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้
เราพับนกสีขาวเพื่อไปโปรยที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เวลาผ่านไปหลายสิบปีแล้ว
สันติภาพที่ซาดาโกะใฝ่หา คำอธิษฐาน, นั่นอาจจะไม่ต่างจากสามจังหวัดชายแดนของบ้านเราเอง

หลังจากที่พวกเราสะเทือนใจ ซาบซึ้ง โศกเศร้า สลด กับเหตุการณ์ในวันนั้นแล้ว
ญี่ปุ่นประกาศว่าตนเองจะต่อต้านระเบิดปรมาณูและร่วมสร้างอะไรหลายอย่างเป็นอนุสรณ์เพื่อสันติภาพ
กลับมาคิดถึงบ้านเราเอง, ทั่วโลกและอีกหลายประเทศ สันติภาพ มันมีจริงใช่มั๊ย?
เริ่มจากใกล้ตัวเราที่สุด เสื้อเหลืองแดง ตอนนี้ที่เขาประท้วงกัน ปิดถนนกัน
สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สงครามอิรัก ฯลฯ

สันติภาพมีจริงหรือไม่ เราไม่รู้
เรารู้เพียงว่า สงครามไม่เคยให้ผลดีอะไรกับใคร 

จากมิวเซียมเดินต่อมาจะมีทางลงใต้ดินเพื่อลงไปชมอนุสรณ์และรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมดของเมือง
ที่หลับใหลอยู่ใต้ดิน ณ เมืองฮิโรชิม่า
ถ้าสังเกตตรงน้ำพุ แท่นวงกลมจะแสดงถึงนาฬิกาที่เวลา 8.15 น. เวลาที่ระเบิดลงยังเมืองฮิโรชิม่านั่นเอง

เราเยาวชนตัวเล็กๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงโลกไม่ได้มากเท่าคนตัวใหญ่
แต่สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือ เรารักสันติ เราเข้าใจว่าความสงบดีอย่างไร
และสักวันเราจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

ถ้าสอนผู้ใหญ่ตอนนี้อาจยากแล้ว สิ่งที่ทำได้คือปลูกฝังเยาวชนในชาติเราให้รักกัน
เด็กในวันนี้ คือ ผู้ใหญ่ในวันหน้า ดูแลพวกเขาให้ดี : )

ลาก่อนฮิโรชิม่า
ขอบคุณที่ฟื้นคืนชีพและกลับมาให้บทเรียนแก่มนุษยชาติ

ถึงตามประวัติศาสตร์ ญี่ปุ่นจะกระหายอำนาจไปถล่มอเมริกาก่อน
แต่มองตามความเป็นจริง เด็กเล็กๆ ชาวเมืองฮิโรชิม่า ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องเลย
งานนี้ผู้บริสุทธิ์รับเคราะห์ และเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ให้แดนอาทิตย์อุทัยตลอดกาล
เราเพียงได้แต่อาลัยให้ผู้จากไป ขอให้สู่สุคติ

ถ้ายังไม่เบื่อกัน ตอนหน้าเราจะไปต่อกันที่เมือง นางาซากิ
อีกเมืองของเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ พบกันตอนหน้า
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ _/|\_

ลุยกันต่อกับทริปยาวญี่ปุ่นได้ที่

****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

16.KOBE-HIROSHIMA

Share this story
Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin
Share on pinterest
Scroll Up
logo