Japan North – South : EP20 Miyajima

20 พฤศจิกายน 2555 (อังคาร) 

เช้าวันนี้เราออกจากโอซาก้าแต่เช้าตรู่เพราะยังเหลืออีก 3 เมืองที่ต้องผ่านวันนี้
หนึ่งในกิจกรรมแรกของเช้าวันนี้คือ แวะเมืองโกเบ และไปเที่ยวเกาะ Miyajima
และด้วยความอยากลองรถไฟช่วงเช้าของญี่ปุ่น
จากโอซาก้านั่งรถไฟไปโกเบ (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
รถไฟช่วงเช้าจึงคนแน่นมากมาย
แถมพวกเรายังแบกสัมภาระรุงรังอีกตังหาก ลำบากดีชีวิต
กลายเป็นยืนจากโอซาก้าไปโกเบกันเลยค่ะ

และถ้าใครคิดว่าจะมาโกเบยามเช้าเพื่อกินเนื้อโกเบ
อยากบอกว่า คิดผิด มากค่ะ พวกเราก็คิดผิดเหมือนกัน ฮ่าาาาา
เพราะเช้าๆ ร้านเขาไม่เปิดกันนน มาทำไม !!

และทริคเด็ดสุดคือ ถ้ามาเพื่อกิน มาเพื่อเป็นนักท่องเที่ยวที่ขี้เกียจเดินชมเมือง
โปรดนั่งรถไฟ JR ลงสถานี motomachi จะใกล้กะโซนไชน่าทาวน์มากมาย
(แต่พวกเราดันไปลงสถานี Sannomiya ก็ต้องเดินอีกสักหน่อย)

พอเดินเข้าสู่โซนไชน่าทาวน์ พวกเราก็เริ่มรู้สึกตัวละว่า ชิปหายเค้ายังไม่เปิดกัน
(แล้วข้าวเช้าพวกหนูหล่ะคะ??) พบกับไชน่าทาวน์ร้าง เช้าเกินนชีวิต
ถ้าให้ดีควรมาหลังเที่ยงค่ะ แล้วเชิญอยู่กับเมืองโกเบเลย โซนริมทะเลไรงี้ น่าจะสวยดี
พวกเราเดินแบบผิวๆกันมาก

อากาศก็หนาว ข้าวก็ไม่มีกิน ท้องก็กิ่ว ชีวิต…

ตู้โค้กนี้คงมีได้ที่นี่ที่เดียว น่ารักจุงงงเบยย

เช้านี้ ณ โกเบ ของพวกเราโกกราฟ เงียบเหงา ไม่มีข้าวกินค่ะ

เคยไปพัทยาตอนเด็กๆกันปะคะ ที่จะมีวัด 12 นักษัตรอยู่
แล้วตอนเด็กๆชอบไปถ่ายรูปคู่กับปีเกิดตัวเอง ที่โกเบก็มีให้ถ่ายนะคะ ฮ่าฮ่า

ปิดทุกร้านจริงๆ ไม่มีแรงเดินแล้ว ข้าวเช้าอยู่หนายยยย

สุดท้ายแล้วชีวิตพวกเราก็มาจบที่ร้านฟาสต์ฟู้ดสักหนึ่งแถวสถานีรถไฟ
ชีวิตแสนเศร้า จากเนื้อโกเบกลายเป็นเบอร์เกอร์ซะงั้น
เอาวะ ประทังชีวิต T-T

หลังจากนั้นพวกเราก็รีบเผ่นออกจากโกเบทันที (มาเช้าทำไม ไม่ได้อะไรเลยยยย)
เป้าหมายต่อไปของพวกเรา เมืองฮิโรชิม่า !

ฮิโรชิม่าเป็นเมืองที่ดังระดับต้นๆของญี่ปุ่นนะเราว่า เพราะตอนเด็กๆเราก็น่าจะเคยเรียนเรื่อง
สงครามโลกครั้งที่ 2 กันมาแล้ว ทุกคนมักคิดว่า มาฮิโรชิม่า ก็มาเที่ยวในเมือง
พวกเราขอแนะนำสถานที่เที่ยวแถบฮิโรชิม่า หนึ่งในนั้นคือ เกาะ Miyajima เกาะนี้เด็ดที่สุดค่ะ !!
นั่งรถไฟมา 3 ชั่วโมงจากโกเบ มาถึงสถานี JR Miyajimaguchi

เกาะนี้ต้องนั่งเรือข้ามไปค่ะ แต่เราไม่ต้องเสียค่าเรือเพิ่มเพราะมันรวมอยู่ใน JR pass ละที่เราซื้อไว้
เพราะเรือนี่เป็นของ JR เหมือนกัน ดังนั้น เตรียมขึ้นเรือดีฝ่าาา อันนี้คือท่าเรือเฟอร์รี่ ห่างจากสถานีรถไฟนิดเดียว
มีป้ายบอกไว้พร้อมหมดละ ง่ายดาย เวลาก็ตามตารางนี่เลย ไปกลับ ระหว่างสถานีรถไฟ – เกาะมิยาจิม่า

อยากให้บ้านเรามีที่เที่ยวแบบนี้บ้าง นั่งรถไฟมาชิวๆ ต่อเรือชิวๆ รวมในค่ารถไฟ
เกาะ  Miyajima  นี้ลมดี อากาศดี แค่มานั่งปิคนิคยังคุ้มแล้วเลย : )

เรือออกจากฝั่งแล้ว ไม่ต้องกลัวว่ามาแล้วเสียเที่ยว
เรือมีรอบตลอดค่ะ มีเรื่อยๆ
จนถึงมืดค่ำเลย

ไฮไลท์เด็ดของเกาะ มิยาจิม่า ที่ทุกคนน่าจะเคยเห็นกันคือ
โทริอิ (เสาสีแดง) กลางทะเลนั่นแหละค่ะ
ถ่ายรูปกันใหญ่ ทั้งเรือ

จัดแบบชัดๆหน่อย
ใก็สามารถจ้างเรือเล็กไปใกล้ๆโทริอิได้อีก แบบซูมโคตร

บนเกาะ มิยาจิม่า มีที่ให้เราเดินเล่นมากมาย ตั้งแต่ศาลเจ้าโทริอิสีแดง
หรืออยากขึ้นกระเช้าบนเกาะ หรือจะเดินช็อปปิ้ง
กินอาหารบนเกาะ ซื้อของฝาก หรือจะนั่งชิวริมทะเลมองดูสาหร่ายก็ได้หมด
แล้วแต่เราเลย (ถ้าเข้าศาลเจ้าจะเสียเงิน)

ได้เวลาขึ้นเกาะแล้ว นั่งเรือมาแปปเดียวเอง สบายจัง

จากท่าเรือ (ดูจากแผนที่) เดินไปทางขวาเรื่อยๆเพื่อไปศาลเจ้า
ระหว่างทางเราก็จะเจอร้านขายของตลอดทางค่ะ ดูแล้วก็จะเริ่มพอรู้ละว่า
ของดีของ มิยาจิม่า คืออะไร

ของกินที่นี่อุดมสมบูรณ์ค่ะ ของกินเล่นที่ชอบเห็นจากในการ์ตูนคือ ชิคุวะ นี่แหละ
เหมือนลูกชิ้นปลาเป็นแท่งๆ ตรงกลางกลวง

ถ้าใครพลาดกวางจากนาราไป (ที่นาราเราเจอกวางอู้งานง่วงนอนตลอดเวลา ไม่แอคทีฟ)
กวางที่ มิยาจิม่า ช่างต่างสิ้นเชิง เดินไปเดินมาตลอดเวลา โหดมาก เที่ยวแย่งของกินคนอื่น
(แอบกัดชิคุวะของชั้นไป !!! ) ใครมาโปรดระวัง กวางอันธพาลลล

งี้แหละเขาบอกว่า มารเนี่ยชอบมาขัดเวลาเราจะไปวัด ศาลเจ้าไรพวกนี้
ระหว่างทางเต็มไปด้วยของกินมากมายยยยยย
ไอติมเกาลัดเอย ลูกชิ้นเอย (ขาปูนี่อย่างเบ้งงง)

ที่โหดร้ายที่สุดคือ ของขึ้นชื่อของเกาะ มิยาจิม่า นี้ หอยนางรม !!
จะสด หรือจะปิ้งย่าง มีทุกอย่าง หลายร้านอีก กลิ่นยั่วยวนมาก จะถึงศาลเจ้าใช่มะ

โลกแห่งความจริง ของกินมักมาก่อนเสมอ พวกเราสามคนก็เลยยิ้มๆกันว่า
เออ ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยเนอะ กินก่อนค่อยไปศาลเจ้าละกานนนนนน
อาหารขึ้นชื่อของที่นี่มี 2 อย่าง ปลาไหล และ หอยนางรม ของขึ้นชื่อของเกาะ มิยาจิม่า เลยนะ

พวกเราสามคนก็เข้าไปนั่งที่ร้านแอบไฮโซเล็กๆ ไหนๆก็มาทั้งที กินดีอยู่ดีบ้างละกานนน
เข้าไปก็สั่งข้าวหน้าปลาไหล 3 หอยนางรมจานยักษ์ คืออยากลองกันดีนัก
จขกท.ไม่ได้กินหอยนางรม แต่เพื่อนๆเขากินกัน ทุกคนบอกสด กินแล้วยิ้ม บอกเด็ดมากมายยย

ต่อด้วยข้าวหน้าปลาไหลคนละชาม (แหมกินดีอยู่ดีกันจังเลยนะ)
อยากจะรู้จริงๆว่าของเด็ดเป็นเช่นไร

ก็อร่อยดีนะ (แต่แอบคิดว่าน่าจะอร่อยกว่านี้)
คิดภาพเหมือนในการ์ตูนที่แบบพวกเกนตะไรงี้ ไจแอนท์ไรงี้
ชอบกิน คิดว่าแบบแม่งต้องอร่อยสุดยอดแน่ๆ

งวดนี้ล่อไปหลายพันเยนเลยค่ะต่อคน ฮ่าฮ่า ยอมนานๆทีจะกินอะไรดีๆบ้างนะชีวิต
นอนผึ่งพุงได้ไม่นาน ได้เวลาทำสิ่งดี ไปศาลเจ้าบ้างอะไรบ้าง

ใกล้ชิดโทริอิมากขึ้น (ที่เรียกว่า โอโทริอิ) เรือลำเล็กนี่ก็รวยจัง จะเข้าไปซูมเพื่อ

มุมมหาชน..

ไม่เกรียนทำไม่ได้นะ ท่านี้ ฮ่าฮ่า

ค่าเข้าศาลเจ้าคนละ 300 เยนค่ะ
ศาลเจ้านี้มีชื่อนะคะ ชื่อศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ แต่คนจะจำภาพ
ของโอโทริอิได้มากกว่าและอีกชื่อคือ ศาลเจ้าลอยน้ำ
ยังไงเดี๋ยวไปเดินดูกัน

ศาลเจ้าสีแดงมากมาย
เดินตามทางไปเรื่อยๆ

ศาลเจ้านี้ที่เรียกว่าศาลเจ้าลอยน้ำเพราะตอนก่อสร้างสมัย พ.ศ.1711 เจ้าของเกาะได้สร้างตอม่อในทะเล
และสร้างศาลเจ้าบนตอม่อ พอน้ำลดเราจะเห็นเสาตอม่อ แต่พอน้ำขึ้นเราจะเห็นว่าศาลเจ้าลอยอยู่บนน้ำ
ในภาพคือน้ำยังไม่ขึ้นเต็ม เลยยังเห็นตอม่ออยู่

เราเดินกันไปถึงโซนที่เห็นโอโทริอิชัดที่สุด
ได้เจอกับคนมาถ่ายรูปแต่งงานกันพอดีด้วย โชคดีแฮะ

ไม่เคยเห็นกับตาตัวเองสักที ชุดแต่งงานจัดเต็มแบบญี่ปุ่น
การออกเดินทางครั้งนี้ได้เห็นแล้ว บนเกาะอีกต่างหาก
ร่วมแสดงความยินดีด้วย ฮาฮา

เวอร์ชันถอดที่คลุมผมออก จัดเต็ม
ยินดีกับคู่บ่าวสาวด้วยค่ะ

กลับมาที่ศาลเจ้าของเราต่อ

พระอาทิตย์ค่อยๆตกแล้ว ใกล้จะเย็นแล้ว

โอโทริอิ หน้าตรง เขาก็มีเรื่องเล่ากันนะคะ ที่สร้างกลางน้ำทำไม
โทริอิสร้างห่างจากศาลเจ้าไป 200 เมตร เพื่อบอกว่าพื้นที่ตรงนี้คือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า
เราว่าน่าจะคล้ายๆกับศาลเจ้าที่มีเสาโทริอิแต่ศาลเจ้านี้มีกลางน้ำด้วย กลายเป็นเด่นเลย : )

แสงอาทิตย์เริ่มสาดด ศาลเจ้าสะท้อนน้ำเต็มๆ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เรียบง่าย งานบางชิ้นก็น้อยเหลือพื้นที่ว่างไว้เยอะๆ สวยงาม
บางงานต่อให้เยอะก็ยังสวยอยู่

ศาลเจ้าแบบเต็มๆอีกมุม น้ำไม่ขึ้นสักที

อีกฝั่งของศาลเจ้าเป็นหาดทราย ไปนั่งชิวได้ มองศาลเจ้ากับโอโทริอิอีกมุมได้
โรแมนติกดีนะเกาะนี้

ศาลเจ้าอีกมุมหนึ่ง

แก๊งเด็กชิว สบายจริงๆ เหยียบทรายเนี่ย

โอโทริอิ กับเมือง

พวกเราค่อยๆเดินกลับทางเดิม
อย่างชิว ไม่รีบร้อนกลับเมืองฮิโรชิม่านัก ค่อยๆซึมซับบรรยากาศบนเกาะให้มากที่สุด
เราอยู่เกาะนี้เกือบครึ่งวัน แต่เรารู้สึกดีกับเกาะนี้มาก มันเต็มอิ่มจริงๆ มิยาจิม่า : )

กลับสู่โซนขายของอีกครั้ง ของขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่คือ ไม้พาย ที่รูปร่างเหมือนทัพพี
แต่เขาจะไม่เอาไปตักข้าวกัน เห็นว่าเป็นของศักดิ์สิทธิ์

ไม้พายอันยักษ์ อันนี้น่าจะเป็นอันออริจินัล ถึงขั้นตั้งโชว์กลางเมืองเลย

เกาะนี้ยังไม่วายสำหรับสาวกโอตาคุโคนัน โมริโคโกโร่ เคยมากินซาลาเปาร้านนี้นะจ๊ะ
เป็นซาลาเปาไส้ปลาไหล เราก็ซื้อมากิน (แพงด้วย) ไม่อร่อยเลย เชื่อโมริโคโกโร่ไม่ได้นะ

ที่ติดเอาไว้อีกอย่างว่าขากลับจะกลับมากินคือ หอยนางรมย่าง อือหือออ
ฟินละชีวิตบนเกาะนี้ กินดี ภาพงาม บรรยากาศประทับใจ มาง่าย จบ แนะนำจริงจัง

ได้เวลาท้องฟ้าสีชมพู Pink Hour : )

เรือมาพอดี ลำบะเริ่ม

มิยาจิม่า พวกเราชอบคุณ : )

บายๆ โอโทริอิ ที่นี่ประทับใจมาก พวกเราจะพบกันใหม่

พวกเรานั่งเรือกลับมาและเดินกลับสู่สถานีรถไฟ Miyajimaguchi
เพื่อนั่งรถไฟไปยังเมือง ฮิโรชิม่า ที่พักของเราคืนนี้ Miyajima ยังเป็นที่เที่ยวที่ได้ค่อยติดหูนักในบ้านเรา ไปค้นหาข้อมูลต่อได้ที่

ตอนหน้าไปลุยเมือง ฮิโรชิม่า ด้วยกัน ทั้งกลางวันและกลางคืน
พบกันใหม่อาทิตย์หน้า ขอบคุณค่ะ : ))

ร่วมเดินทางกันต่อได้ที่

****

วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

สำหรับตอนนี้

16.KOBE-MIYAJIMA

Share this story
Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin
Share on pinterest
Scroll Up
logo