18 พฤศจิกายน 2555
เช้าวันใหม่ ณ เกียวโต เส้นทางของพวกเราเช้านี้ เป็น Kyoto วันที่สอง ของเรานั่นเอง
หลังจากไปหลอนมาเมื่อคืน ก็มาดูอะไรที่คนไทยมาเป็นอันดับแรกๆในเกียวโตบ้าง
เช้านี้เป้าหมายของเราจึงเป็นวัด Kiyomizu เวอร์ชันไทยก็เรียก วัดคิโยมิสึ วัดน้ำใส
แต่หัวสมองของ จขกท. ไม่ค่อยนึกถึงว่าคนไทยมาเที่ยวเยอะนัก
เพราะเวลาอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นทีไร ไม่ว่าเรื่องไหนถ้ามีฉากทัศนศึกษาก็เห็นเขาก็มาวัดนี้กัน
ดังนั้นไม่นับว่าคนไทยฮิต เพราะอิคนโตเกียวก็ฮิตเหมือนกัน !
เราเดินเล่นกันไปยามเช้าจากย่านกิออน (ใกล้ที่พัก) ก็เดินไปเรื่อย

การเดินทางในเกียวโต
ถ้าอยากเป็นมนุษย์ทัวร์วัด ไม่แนะนำนั่งรถไฟใต้ดินมากมาย
เพราะวัดดังต่างๆ รถไฟใต้ดินไม่เคยจะเข้าถึงเลยจ้ะ
ต้องนั่งรถเมล์มันถึงจะใกล้ แต่พวกเราก็ขี้เกียจนั่งอะนะ ประเด็นคือขี้เกียจจะหลงละ
ก็เลยใช้วิธีโง่ เดินเอาซะเลย ไม่หลงแน่ ตามแผนที่ไป
ก็ดี ชิวๆ บรรยากาศยามเช้า ริมแม่น้ำอะไรไม่รู้ ตามแผนที่ สูดออกซิเจนนิดนึง


เดินชิวยามเช้าก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ
ไม่เร่งรีบดี (แต่ก็เร่งอ่านะ เพราะวัดก็ไกลเหลือเกินนน)
เจอคนไร้บ้านของจริง อ่านแต่ในการ์ตูน เจ๋งหว่ะ
มาสัมผัสความชิวในยามเช้ากัน



ตัดจบ เราก็เดินมาถึงโซนวัดแล้ว
เมื่อถึงโซนวัดไม่ต้องตามป้ายอีกต่อไป
เพราะจะมีมวลชนนำทางให้เราละ วัดนี้ฮิตจัดถึงขั้นมีตำรวจจราจรมาโบกๆๆทางให้ด้วยซ้ำ
จขกท.ก็สงสัยมานานละว่า วัดนี้ไอฉากที่แลดูเป็นเหวลงไปนี่
มันเหวจริงปะ หรือขึ้นไม้เฉยๆ เราไปพิสูจน์กัน !!

ค่าเข้า 300 เยน ชิวมาก เท่ากับไอติมโคนเดียว
ก่อนเข้าวัดตามธรรมเนียมก็ล้างมือกันก่อน
เด็กๆก็น่ารักเชียว คาวาอี้จริงๆ

ประวัติวัดทั้งหลายเราก็คงไม่เล่าหรอกเนอะ หาอ่านเอาได้
แต่ตอนนี้เหมือน กว่าจะขึ้นวัดนี้มาได้ เราขึ้นเขามาซะแล้ว
อ้าวงั้นแปลว่า เหวนี่ของจริง !!
เข้ามาในวัดก็แสนวัดแหละ มีพระพุทธรูป ไหว้พระๆ
แล้วไฮไลท์ของที่นี่คือจุดชมวิวกับกินน้ำ 3 สาย

ใครมาวัดนี้ก็ต้องถ่ายฉากที่เป็นระเบียงเหวลงไป
เราก็มาดูฉากนี้กันก่อน เราจะยืนอยู่บนระเบียงกันก่อนนะคะ


จากระเบียง ถ้ามองตรงลิ่วไป ก็จะเจอธรรมชาติสวยงาม
ใบไม้แดง ต้นไม้เขียวชอุ่ม ธรรมชาติ 100%
แต่ถ้ามองก้มลงมา ก็จะเจอประชาชีทั้งหลายกินน้ำกันอยู่นะคะ
ถ้ามองทะแยงไปก็จะเจอ ระเบียงเล็กๆ ตรงนั้นแหละที่เขาถ่ายฉากระเบียงเหวกัน
เบื้องหลังกันสุดๆ



โอเค เดี๋ยวตามไปชิมว่าจะเด็ดแค่ไหน

มองไปไกลๆ เจอเจดีย์
คือที่ไหน อะไรไม่รู้ วานผู้รู้มาช่วยตอบ
สวยดีหน่ะ

ฉากนี้ที่ทุกคนมาต้องถ่าย
ใครไม่ถ่ายนี่ถือว่าไม่มาถึง
ว่าแล้วเราก็เป็นคนปกติอ่านะ ตามเขาบ้าง

ถ้าไฮไลท์ของวัดนี้คือ ฉากเหว กับ ดื่มน้ำ
นั่นยกให้เป็นไฮไลท์ของแก๊งทัวร์และชาวป้าเลยค่ะ
ไฮไลท์ของพวกเรา สำหรับวัดนี้ ต้องนี่ ไม่เคยมีใครพูดถึงให้ฟัง
(เดาว่าโดนเหวกะน้ำป้า กลบหมด) ตามมาเลยพี่น้องงง

โซนนี้พวกเราขอเรียกว่า โซนแห่งความรัก
ถ้าการไปทัศนศึกษาเกียวโตของเด็กญี่ปุ่นน่าเบื่อ ไหว้พระ หยอดเงิน
วัดนี้มีจุดนี้เพื่อเด็กกลุ่มนี้โดยเฉพาะ มันเด็ดมาก

สังเกตว่าโซนนี้ ไร้แก๊งป้ามาก แน่นอนนี่มันโซนวัยรุ่น
วัยแห่งการมีความรักเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ เครื่องรางของขลัง มีขายหมด

ไฮไลท์ของโซนนี้คือนี่เลยจ้ะ Love Stone หินแห่งความรัก


Love stone มี 2 ก้อน วางไว้ห่างกัน
วิธีพิสูจน์รักแท้คือ แปะหินก้อนแรก และหลับตาเดินไปแปะหินก้อนที่ 2 ให้ได้
ถ้าแปะได้ก็ฟิน (ฟีลเดียวกับยกของหนักในวัดเราขึ้น)
เด็กคนไหนแปะได้ก็ดีใจกับแก๊งเพื่อนใหญ่ คนไหนพลาดก็หน้าจ๋อย
แต่อย่าค่ะ ใครคิดว่าประเทศญีปุ่นไม่มีการคอรัปชัน เด็กมัธยมเสื้อดำก็เป็นแล้วค่ะ
บางคนแอบลืมตา ชั้นเห็นนะ โกงกันเห็นๆ แปะเสร็จทำดีใจ ไม่รู้ไม่ชี้อีกตังหาก

นั่งดูเด็กๆเล่นทั้งวันคงฮาดี ดูเสร็จก็ไปดื่มน้ำฟรีกันต่อ
เดินลงเขากันไป จะพบแถวยาวเฟื้อยยย

ถ้าใครนะคะ อยากได้แก้วเป็นที่ระลึก
ไม่อยากร่วมดื่มน้ำแก้วเดียวกับคนเกือบทั่วโลก
ระหว่างต่อแถวก็มีการขายของนะคะ ราคาก็ตามนั้น
เอาถ้วยชาไดโซะไปหนึ่งใบ

น้ำมีทั้งหมด 3 สายแต่ละสายก็มีเรื่องไม่เหมือนกัน
แต่พวกเราก็เดาประสาเด็กเกรียนว่า เหมือนกันแหละ เห็นคนเยอะเลยแยกเป็น 3 สาย
สุดท้ายก็กินมันทุกสาย ว่ากันไป

นี่ก่อนกิน มีการฆ่าเชื้อก่อนนะคะ แต่ทุกคนเหมือนแค่เอาไปแปะ
อิรังสีมันจะฆ่าทันมั๊ยเนี่ย เอาเถอะ เป็นความเชื่อว่าฆ่าเชื้อแล้ว ว่าแล้วข้าพเจ้ากินไปก็ไม่ได้เป็นอะไรนะ
ปลอดภัยดี สงสัยดื่มสายสุขภาพแข็งแรงไป 55

วัดนี้ความบันเทิงเยอะจริงๆ ทำกิจกรรมในวัดเสร็จ
ก็เดินกลับ ถนนทั้งเส้นยังขายของกิน
พวกเราก็อิ่มพลีกับการชิมฟรีเลย คนญี่ปุ่นชอบให้ชิมฟรี
เริ่มเข้าใจบ้านชินจังแล้ว ที่ชอบชิมฟรี เราก็ชอบบบ : D

ทิ้งไว้สุดท้ายที่วัดนี้ กับวิวสวยๆ สวนสวยๆ
ใบไม้แดงๆ นี่ยังแบเบาะ : ))


และสุดท้าย สิ่งใดสวยงาม แต่ไม่มีสิ่งใดยืนยง
ปิดท้ายด้วยธรรมะ ซะงั้น

พวกเราบอกลากันที่วัดคิโยมิซึ
อ้นจู (เพื่อนช่างภาพ) ขอแยกไปโซนวัด
ส่วนแก๊งสาวๆ ขอเดินเล่นในเมืองแบบไม่มีอะไรทำ
เรานัดเจอกันตอนบ่ายที่โฮสเทล เพื่อเก็บของ เตรียมตัวนั่งรถไฟต่อยังเมืองต่อไป
มาดูฝั่ง แก๊งสาวๆก่อน เราไปไหนบ้างในเมืองใหญ่ เกียวโต
พวกเรานั่งรถไฟใต้ดินกลับมาในเมือง แต่เป็นอีกบล็อกหนึ่ง
เพื่อมาโอตาคุ Kyoto International Manga Museum พูดง่ายๆมิวเซียมการ์ตูนหน่ะ

เราว่าสายจะเที่ยงแล้วนะ ร้านค้าก็ยังไม่เปิดกัน
ก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ Lawson สาขานี้สวยกว่าปกติ
ประสาเด็กกราฟิก ถ่ายซะ

ถึงแล้ว มิวเซียมการ์ตูน ตึกสีเหลืองๆ

ค่าเข้า หัวละ 1000 เยนค่ะ ถ่ายรูปไม่ได้
ถ่ายมาได้แต่โซนขายของ (ที่เข้าไปก็เจอก่อนเลย)
จานนี้เคยฮือฮามากในโลกโซเชียล ราคาจริงโคตรแพง

เรียกว่า คนญี่ปุ่นเข้ามาจะคุ้มกว่าคนไทย เพราะทีนี่เหมือนห้องสมุดคลังเก็บการ์ตูน
แทบทุกเรื่อง ทุกสำนักพิมพ์เอาไว้ (น่าจะยกเว้นการ์ตูนโป๊นะ) แบบตั้งแต่สมัยเราเด็กๆ
บางเล่มนี่เก่าเกิน ความเท่คือ ไม่ได้มีไว้โชว์ การ์ตูนมีไว้อ่าน
เราสามารถอ่านได้ทุกเล่ม ทุกเรื่อง และอยู่นานแค่ไหนก็ได้ อารมณ์ TK Park แต่การ์ตูนล้วนๆ
เด็กเต็ม ถ้าเราเป็นเด็กญี่ปุ่นก็จะมาอ่านฟรีทุกวันเลย 555
แล้วก็มีโซนทำการ์ตูนให้ดู ร่างเส้น แปะสกรีนโทนเอย จนถึงขั้นตอนทำอะนิเมะชันโซนที่ได้รูปได้คือ โซนขายของ กะ นกตัวนี้
ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นนัก
เดินออกจากวัดคิโยมิซึ สองข้างทางมีร้านขายของ

อ้นจูจะไปค้นพบวัฒนธรรมของญี่ปุ่นแท้แลตะลึงเป้าหมายของอ้นจูคือไปยังวัด eikando
ซึ่งวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่อง ใบไม้แดง ตามเส้นทางสีแดงเลยค่ะ
ส่วนจุดเขียวๆคือที่เดินผ่านมาเรื่อยๆ
เส้นนี้มันแนะนำมาก เพราะมีของขายตลอดและสวยงามได้บรรยากาศญี่ปุ่นฝุดๆ

บรรยากาศก็ญี่ปุ่นมากมาย จนเดินมาเจอกันโทริอิสีเทา
เป็นของวัด Kodaiji อ้นจูเขาก็เดินเข้าไปชมด้วยความชิวค่ะ
ระหว่างเดินเข้าไปในวัด เห็นท่าว่าจะไกล กลัวเวลาไม่ทัน
ก็เลยเดินออกมากลับสู่ถนนเส้นเดิมต่อ ฮ่าฮ่า เพื่อ?

จริงๆน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของสถานที่เที่ยวมากกว่าในเมืองไทยก็มี
รถลากค่ะ เห็นเบๆงี้ อ้นจูบอกราคาไม่เบนะจ้ะ หลายหมื่นนะคะ ครั้งนึง
เราว่าเดินคุ้มกว่านะ ประเด็น 55 คนนั่งนี่ก็จะรวยไปไหน

จากเดิมไปภูเขาฟูจิมาได้รูปมาสเตอร์พีซที่เป็นฟูจิสะท้อนน้ำ
คราวนี้ดีใจหนักกว่า เดินๆ อยู่เจอเกอิชาาาาา

เกอิชาหาตัวจับยาก เรามักจะคิดว่าเค้าไม่เป็นมิตร ขอถ่ายรูปยาก
เมื่อเราพูดกับเขาดีๆ เขาก็เต็มใจและยินดีที่ให้เราถ่ายภาพอาริกาโตะ : )
จนถึงวัด Chion-in
วัดใหญ่อันดับต้นๆของเกียวโต
สวยดี ที่นี่น่ามาเที่ยว เคยเห็นในการ์ตูนบ่อยๆ
บางทีก็มาเกียวโต ไม่ไปวัดทองบ้างก็ไม่มีใครว่านะคะ 55

ผ่านเข้าตัวเมือง เจอโทริอิยักษ์สีแดง
เดินต่อไป ผ่านแม่น้ำ วิวสวยแหะ ใบไม้แดงแล้ว สะพานก็ยังแดงอีก
เกียวโตนี่ผสมผสานทั้งความล้ำสมัย (ดูจากสถานีรถไฟ) และวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่ในรากเหง้าของชาวเกียวโต
อยากให้อยุธยาเป็นแบบนี้บ้างจัง : )


แต่อ้นจูบอกไร้คนไทยมาก สงสัยไม่ฮิตในท็อปลิสต์
แค่เริ่มหน้าวัดก็ต้อนรับด้วยใบไม้แดงละ

ต้องเข้าไปดูกันให้ได้ ยิ่งมาในช่วงใบไม้แดงแล้วด้วยนั้นไซร้
ว่าแล้วพวกเราก็หยิบน้ำชามาชมภาพใบไม้แดงมาราธอนกันเถิด

เอ้าจิบชาสักหน่อยยย

อะไรมันจะแดงได้ขนาดนี้

มีอายุมากกว่า 100 ปี
มีงานศิลปะ ภาพวากเขียน กลอน ให้ดู ขั้นสมบัติของชาติเลยทีเดียว
ทางเดินเขาก็ล็อคให้เราเดินไปคามทางเรื่อยๆ ผ่านแต่ละหลังๆ ดูสวนญี่ปุ่นสวยๆ

ไฮไลท์คือเจดีย์ที่อยู่บนเขา ต้องเดินขึ้นไป
พวกเราก็ขึ้นไปจิบชาชมใบไม้แดงกันบนเขากันต่อนะเคอะ

ได้เวลาจิบน้ำชายามบ่ายกับคุณชายอ้นจูแล้วค่ะทุกคน
ใบไม้แดงโหดมากค่ะ


เราว่าคำกล่าวนี้ ถูกต้องที่สุด


คำเดียว สวยมาก ฟินมาก เกียวโตมาก


ได้เวลาจิบน้ำชายามบ่ายกับคุณชายอ้นจูแล้วค่ะ


และยังคงเกลื่อนไปด้วยใบไม้แดง เราขอตัดตอน มาโผล่ที่ศาลเจ้าสักหนึ่ง
พบกับลูกหลานตระกูลจุฑาเทพกันใหญ่ กับเทศกาล 3-5-7 (ที่เคยเล่าไว้ในตอนเมืองคามาคุระแล้ว)เด็กๆหน้าฮากันมาก

เพื่อกลับโฮสเทลไปเจอเพื่อนๆตามที่นัดไว้

เพื่อไปขึ้นรถไฟ สถานีต่อไป นารา และเมืองแสนวุ่นวายโหดสัส
เมืองที่คุณก็รู้ว่าชื่ออะไร ! โปรดติดตาม โปรดติดตาม : )
- https://go-graph.com/category/gograph-season-2/

****
วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube
สำหรับตอนนี้
14. KYOTO-NARA





