16 พฤศจิกายน 2555 Kanazawa
เมื่อคืนนี้เรานอนค้างคืนที่เมือง ทาคายาม่า
โฮสเทลชื่อ J-Hoppers Hida Takayama Guesthouse
คนละ 1084 บาท/ คืน โฮสเทลญี่ปุ่นคล้ายกันเกือบหมดคือ สะอาด ปลอดภัย
ทุกอย่างดี ไม่มีคอมเม้น แถมที่นี่อยู่ใกล้สถานีรถไฟ ใกล้เมืองทาคายาม่า มีบูทให้ยืมอีกตัง หาก
เช้านี้ อ้นจู เลยตื่นมาแต่เช้าคนเดียวเพื่อถ่ายภาพเมืองแบบไร้คน
สภาพเมืองร้างยามเช้า หลอนเล็กๆ

เมืองทาคายาม่า นักท่องเที่ยวจะรู้กันว่าเป็นเมืองเล็กๆ
ที่ยังคงรักษาบ้านเรือนไม้เก่าให้สวยอยู่ อาหารการกินอุดมสมบูรณ์
ถ้าใครอยากได้ฟีลเมืองเล็กๆแบบญี่ปุ่นโคตรๆ ต้องเมืองนี้แล้วหล่ะ
แต่ของเราไม่มีโอกาสเห็นเมืองนี้เวอร์ชันมีคนนัก
มากันแบบหลอนๆ ทาคายาม่า ละกัน นะคะ : )

เช้าๆ หมอกลง คนยังไม่ตื่นกัน
ถ้าผีญี่ปุ่นมาตอนนี้ ไม่แปลกนะ

บ้านเรือนก็บรรยากาศเป็นใจนัก
เก่าแก่ คลาสสิค

Ikadabashi Bridge สะพานแดงไฮไลท์ที่สุดของเมือง
เขาถ่ายคู่กับซากุระ ใบไม้แดง โรแมนติกกันไป
พวกเราถ่ายออกมาหลอนเชียว

โซนตลาดเช้า จะมีคุณป้ามาขายของกัน
ตอนนี้เงียบฉี่


สักพักเขาก็มาเปิดร้านกันแล้ว
ผักสดๆ เต็มเลย


รูปใบสุดท้ายจากยามเช้าเมืองทาคายาม่า
โชคดีที่ได้มาที่นี่ เมืองนี้น่ามาอีก : )

ได้เวลาออกเดินทางกันต่อ
เป้าหมายของเราวันนี้คือ สถานีรถไฟ Toyama
เส้นทางเพื่อขึ้นสู่ เจแปนเอลฟ์ เขื่อนคุโรเบะ


จขกท.เคยดูรายการเที่ยวญี่ปุ่นตามทีวีแล้วเขาพาไปเขื่อนคุโรเบะ
ตอนนั้นเห็นครั้งแรกก็คิดในใจไว้แล้วว่า ต้องไปสักครั้งในชีวิต เส้นทางนี้
ความพิเศษของเขื่อนนี้คือ เส้นทางธรรมชาติระหว่างถึงเขื่อน
กำแพงน้ำแข็ง ขึ้นกระเช้าชมภูเขา ขึ้นรถราง เดินข้ามสันเขื่อน
จากแผนภาพจะเห็นว่า เส้นทางของเขื่อนนั้นอยู่ในเขตของเจแปนเอลฟ์ (หรือ ภูเขา Tateyama)
เรียกว่าขึ้นเขื่อนนี้ทีไม่ได้เห็นแต่เขื่อนแน่ วิวสวยๆเพียบ แต่ค่าเข้าก็แพงเช่นกัน
(ไปกลับประมาณ 5000 บาท) แต่เอาวะ ครั้งนึงในชีวิต เท่าไหร่ก็ยอม

เส้นทางที่เรากำลังจะไปคือ นั่งรถไฟจากทาคายาม่า ไปยังต้นทางของเส้นทางคือ สถานี Toyama ซ้ายสุด
แค่วิวข้างทางยังงามขนาดนี้ ขึ้นไปบนยอดเขาจะงามขนาดใดหนอ

สองข้างทาง ก่อนถึงสถานี Toyama

และแล้วรถไฟก็พาเรามาถึงสถานี Toyama
ตามป้ายไปเลยค่ะ เพื่อไปยังสถานีต้นสายเส้นทาง Dentetsu Toyama

และแล้วความผิดหวังอีกครั้งของการเดินทางก็มาถึง
วันนี้หิมะตกมากเกินไป เส้นทางเลยปิด ถ้าจะไปถึงก็จะดึกมาก
และถ้าตัดสินใจขึ้นไป จะไม่ได้กลับลงมาภายในเย็นนี้
และข้างบนไม่มีที่พักอีกต่างหาก ถ้ารั้นจะขึ้นไปยังไงก็ไปไม่ถึงเขื่อน
พวกเราเลยตัดสินใจไม่ขึ้น ไว้ครั้งหน้า
จขกท.เสียใจมาก เพราะมาถึงทั้งทีแล้วแต่อดขึ้น
ไม่เป็นไร ถ้าคนเราถูกลิขิตให้มาเห็น เราจะได้มา
เราเชื่อว่า เราจะต้องได้มาอีกครั้งแน่นอน
ญี่ปุ่น ครั้งเดียวไม่พอ
เอาภาพรถไฟเตรียมขึ้นไปก่อนละกัน : (
ไว้อาลัย

การออกเดินทางไม่ใช่แค่ให้เราพบเจออะไรใหม่ๆเท่านั้น
มันสอนให้เรา ทำใจ ตัดสินใจ และ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ได้
เมื่อเราข้ามพ้นอุปสรรค ข้ามพ้นปัญหาที่เจอเมื่อไม่คาดคิดได้
เมื่อนั้นเราจะแข็งแกร่งขึ้น ยอมรับความเปลี่ยนแปลง ความผิดหวัง
และทำใจให้เป็นสุขได้
วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเราคือ ไหนๆก็ขึ้นเขื่อนไม่ได้แล้ว
ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียเวลา เมื่อมีสิ่งที่เสียไปย่อมได้สิ่งใหม่ที่ดีเข้ามา
เราตัดสินใจซิ่งรถไฟไปยังเมืองต่อไปเร็วขึ้น
เมืองนั้นคือ คานาซาว่า ชื่อตอนของตอนนี้นี่เอง !

เรารีบเก็บของที่โฮสเทล โฮสเทลชื่อ Pongyi
อยู่ห่างจากสถานีรถไฟไม่ถึงกิโล พอเดินได้ ไม่ไกลนัก
หลักจากเก็บของก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากมารุซัง (คนในภาพ)
เขาให้แผนที่พร้อมแนะนำเที่ยวเมืองให้ด้วย
เราพบว่า เมืองนี้มีที่เที่ยวน่าสนใจเยอะแยะมาก
นี่แหละ สิ่งที่ดี ที่ทดแทนเส้นทางเขื่อน : )

รู้จักเมืองคานาซาว่า
ถ้าคนไทยนิยมไปญี่ปุ่นมักจะไปเมืองดังๆอย่างโตเกียว โอซาก้า เกียวโต ฮอกไกโด
แต่น้อยคนนักจะไปเมืองอย่าง คานาซาว่า ซึ่งน่าตกใจเพราะตามสถิติแล้ว
คานาซาว่าถือเป็นเมืองชั้นนำเรื่องการท่องเที่ยว มีคนมาเยือนตั้ง 7 ล้านคนต่อปี
แถมสถานที่ท่องเที่ยวก็มีทั้งญี่ปุ่นจ๋า วัฒนธรรมมากๆ อย่างปราสาทคานาซาว่า
หมู่บ้านเกอิชา หมู่บ้านซามูไร ตลาดสด อาหารทะเลอร่อยมากๆ สวนญี่ปุ่นสวยๆ แถมยังเป็นเมืองที่มีดีไซน์
ร้านเก๋ๆ ช็อปงามๆ เต็มไปหมด ที่สำคัญสุดเมืองนี้เป็นต้นกำเนิดแบรนด์บะหมี่ที่คนไทยชอบมาก
นั่นคือ ฮาจิบัง ราเมน !!

พวกเรามีความเห็นตรงกันมากว่า เมืองนี้แหละ ครบ ใช่เลย !
เพราะงั้น ถ้าไม่เสียเวลา ถ้าอยู่ในเส้นทาง แนะนำค่ะ เมืองนี้ คานาซาว่า
เส้นทางการเที่ยวของเราเร่ิมต้นจาก เดินไปตลาดโอมิโจ
อาหารทะเลสดๆ ข้าวหน้าปลาดิบ รอเราอยู่ ฮ่า

สตรอเบอร์รี่ ใครคิดว่า ฮอกไกโดอร่อยที่สุด
เราชิมมาแล้วที่โอตารุ บอกเลย คานาซาว่า สตรอเบอร์รี่อร่อยมาก
กัดเข้าไปคำแรกนี่แบบ ตายไปเลย


อาหารใส่ท้องเราวันนี้คือ ปลาดิบ
คนไทยนิยมกินปลาแซลมอน ในหนังสือการ์ตูนบอกปลาทูน่า
พอมาเมืองนี้ ทุกอย่างจบมาก ขอแนะนำปลาน้องใหม่
อร่อยโคตรๆๆ ปลาบูริ ที่กัสจังชอบกิน มันเด็ดดวงมากเผาไฟอ่อนๆ
โซยุร้านนี้ก็อร่อย เข้มข้น ตายยยยยยทุกอย่าง จะร้องไห้

กินอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาเดินย่อย
การเดินทางเมืองนี้ก็ง่ายดายค่ะ ซื้อ loop bus pass 500 yen
นั่งกี่รอบก็ได้ แถมบัสยังผ่านสถานที่เที่ยวทั้งนั้น คุ้มสุดๆ
กินสตรอเบอรี่ นั่งรถชมวิว แปปๆถึงแล้ว หมู่บ้านเกอิชา

จากแผนที่มุมขวาบน Higashi Chaya เป็นแหล่งบ้านเรือนเก่า คล้ายทาคายาม่า
เป็นหมู่บ้านเกอิชา นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป กินขนมญี่ปุ่นกันที่นี่

ถ้าใฝ่หาความญี่ปุ่น เรียบง่าย ไม้ไม้
มาที่นี่ มันญี่ปุ่นมากจริงๆ


งามมาก ทุกซอกทุกมุม


ไม้เป็นไม้ สีซีด สีจาง ความเรียบง่ายยังคงอยู่ สวยงามมาก
เราชอบญี่ปุ่นตรงที่ประยุกต์ชีวิตให้เข้ากับธรรมชาติ
และเขายังเห็นความสวยงามของเนื้อแท้วัตถุดิบอยู่
ธรรมชาติไม่เคยสร้างอะไรที่ไม่สวย : )


ขนมที่นี่ อร่อย ไส้ถั่วแดง โมจิเอย
เราขอแนะนำ ซอฟท์ครีมที่แพงที่สุด
ซอฟท์ครีมไข่มุก และ โรยทองคำเปลว
จะรวยไปไหน

ออกจากหมู่บ้านเกอิชา เดินทางด้วย loop bus ไปยัง
ปราสาทคานาซาว่า กันต่อ

ปราสาทคานาซาว่า ถึงไม่ดังเท่าปราสาทโอซาก้า ปราสาทนาโงย่า
แต่ความสวยนี่ เราว่า สวยแล้วนะ

ยังไม่ทันเข้าปราสาท แค่ทางเข้า เรียบจริงๆ

จากทางเข้าของปราสาท เราก็เดินผ่านประตูไม้
แค่เพียงประตูยังเรียบ งดงาม ดูรายละเอียดเขาตั้งใจทำกันมาก
มาญี่ปุ่น ต้องมาดูรายละเอียดเชิงลึก

เดินเข้ามาในปราสาทแล้ว
ปราสาทคานาซาว่าเคยถูกไฟไหม้มาก่อนและถูกสร้างใหม่และยังเคยเป็นมหาวิทยาลัยมาก่อนอีก
คุณลุงอาสาเป็นไกด์เล่าให้ฟัง แต่ก็กลับมาดันลืมเสียแล้ว

มาดูมุมอื่นๆของปราสาทกันบ้าง


ปราสาทคานาซาว่าสะท้อนน้ำพร้อมสายรุ้ง
มีใครเห็นกันบ้าง : )

ปราสาทแต่ละประเทศก็มีความแอบคล้ายกัน
คือ ป้องกันข้าศึกต้องมีคูน้ำล้อมรอบ

เราเป็นข้าศึกจากประเทศไทยมาบุกปราสาทเพื่อหาทางด้านหลังปราสาททะลุไปยังมิวเซียมต่อไป
ด้านหลังปราสาทเป็นเนินเขานี่เอง

เดินทะลุทางด้านหลังปราสาทมีโผล่ 21st century Museum
มิวเซียมดีไซน์ ประจำเมืองคานาซาว่า กับอาคารสุดโมเดิร์น

รอบๆมิวเซียมจะมีงาน installation เยอะแยะไปหมด
แต่ละอันน่าถ่ายรูปทั้งนั้น สนุกดี

ชิ้นนี้เป็นชิ้นที่คนถ่ายรูปด้วยมากสุด
ทำง่ายๆแต่ล้ำลึกมาก เอากระจกสีมาเรียงเป็นวงกลม
พอแม่สีเจอกันก็จะกลายเป็นสีใหม่อีกหลายชั้น
เท่ดี

เวลาถ่ายรูปออกมา คุณจะเหมือนอยู่ในฟิลเตอร์สี
ชีวิตดูมีดีไซน์ทันที เก๋อะ ฮ่าฮ่า


เข้ามาด้านในมิวเซียมกันบ้าง
คนญี่ปุ่น คนจีนนี่เขาชอบเดินมิวเซียมกันนะ โดยเฉพาะครอบครัว
พ่อแม่พาเด็กมาเที่ยวตลอดเลย

ส่วนกลุ่มนี้ ไม่แน่ใจว่าเขามาเที่ยวมิวเซียมด้วยกันจะกุ๊กกิ๊กไปมั๊ย
หรือเขามาทำงานกัน ?

คือที่นี่ นอกจากตึกจะดีไซน์เหลือเกินเป็นวงกลมแล้ว
ลิฟท์ที่นี่ก็ไม่ธรรมดานะคะ
ดูซะก่อน มาเป็นแท่ง ไม่มีแล้ว สายรอกอะไร เคบงเคเบิล ไม่ดีไซน์พอ

มุมอื่นๆของมิวเซียมก็น่าร้ากกกกกก
เก้าอี้กระต่ายอันเลื่องชื่อ

พรมก็น่าเอาหน้าไปแนบเหลือเกิน
ดูท่าทางนิ่ม

ไฮไลท์ของที่นี่ สระว่ายน้ำ เป็นสระว่ายน้ำปกติแหละค่ะ
แต่ว่ายไม่ได้ คือ เขาจะให้คนลงไปใต้สระ แล้วให้คนที่อยู่บนสระถ่ายรูป
พูดง่ายๆคือภาพที่ออกมาจะเหมือนเราอยู่ใต้สระ แต่ไม่เปียก จบ

เขาจะใส่น้ำเอาไว้ตื้นๆด้านบนจะได้ดูเหมือนมีน้ำจริงๆ

ส่วนพวกเรา เงิบบบบบบบบบบ อีกครั้ง
สระว่ายน้ำปิดซ่อมให้ดูได้เฉยๆ อดลงไปถ่ายรูป
เซงสองต่อ วันนี้เป็นวันแห่งความเซ็ง ภูเขาก็อดไป
สระว่ายน้ำก็อดลง อยากจะกรี๊ดดดด

ใครอยากจะมีชีวิตเก๋ไก๋ ดีไซน์เลิศ เชิญชวนมาที่นี่
มีมุมขายของที่ระลึกฮิปๆ กะ คาเฟ่กาแฟชิคๆ
แต่ของที่ระลึกนี่ต้องดูราคานิดนึง บางชิ้นซื้อได้ บางชิ้นแทบตายนะเคอะ

บอกลา 21st century museum of contemporary art ด้วยโลโก้ของที่นี่
วงกลมมาจากทรงอาคารตึก ด้านในเป็นห้องต่างๆในตึกนี้ เจ๋งดีนะ


เดินตรงข้ามมิวเซียมมาก็เจอสวน Kenrokuen
หน้านี้ไม่สวยเท่าหน้าหนาว ยิ่งหิมะปกคลุมยิ่งสวย
ถือเป็นไฮไลท์ของคานาซาว่าเหมือนกัน

สิ่งที่เราชอบตลอดการเดินทางคือ ระบบจัดการขนส่งมวลชนของหลายเมือง
จีนเอย ญี่ปุ่นเอย เขาทำดีอะ ยิ่งญี่ปุ่นแต่ละเมืองก็จะมีขนส่งมวลชนไม่เหมือนกัน
บ้างใต้ดิน ตามเมืองใหญ่ บ้างรถราง บ้างรถบัส
ที่คานาซาว่า ใช้รถบัส แต่ละป้ายก็จะมีบอกข้อมูลว่า เราอยู่ตรงไหน ป้ายชื่ออะไร
แถมบอกอีกว่าตอนนี้รถบัสอยู่ป้ายไหนแล้ว (เราว่าเหมาะมากกับบ้านเรา เพราะรถเมล์ชอบให้รอนาน แต่ถ้าติดแบบนี้
บ้านเราคงถูกถอดจอไปขาย ส่วนป้ายโดนกราฟิตี้พ่นเละ จบ เห้อเศร้า)

สถานีต่อไปที่ลงคือ Nagamachi Bukeyashiki (จากแผนที่คือโซนตรงกลางสีม่วง)
เป็นหมู่บ้านซามูไร พวกเรานี่ก็จินตนาการกันใหญ่เลยว่า
อ้อเข้าไปในหมู่บ้านจะเจอคนแต่งชุดซามูไร พกดาบเดินไปมา
จริงๆแล้วเป็นเหมือนบ้านอดีตซามูไรมากกว่า
ที่สมัยก่อนซามูไรจะรวย ตอนนี้แต่ละบ้านเลยดูเงียบๆ รวยๆกันทั้งนั้น
สรุปไม่ได้เจอซามูไร เหมือนหมู่บ้านเกอิชา ที่ไม่ได้เจอเกอิชานั่นแล

เดินไปเดินมาในตรอกหมู่บ้านก็ไม่เจอซามูไรสักกะคน
เจอแต่นักท่องเที่ยว แต่ถ้าเดินๆอยู่ยิ่งมืดขึ้นเรื่อยๆ
เจอคนแต่งหน้ากากชุดเกราะยืนอยู่ ขอไม่ถ่ายรูปนะ วิ่งก่อนเลย น่ากลัวโคตร


จากหมู่บ้านซามูไร เดินนิดนึงก็เจอย่านการค้าแล้ว
คนละเรื่องกันเลย ทั้งที่ติดกัน ย่านนี่ก็คนเยอะ ไฟเปิดจ้า
ย่านการค้าที่นี่ไม่ได้ขายของไก่กานะคะ
กระเป๋าหนังเอย ซาร่าเอย แบรนด์นงแบรนด์เนมครบนะเคอะ
แพงทั้งถนน

ยิ่งเดินลึก เมืองนี้ทำให้พวกเรางงมาก
ทุกทีร้านเท่ๆ เล็กๆ แบรนด์เล็กๆมักจะเปิดตามเมืองใหญ่อย่างโตเกียว โอซาก้า
แต่นี่ คานาซาว่า มีร้านเก๋ๆ เต็มไปหมด (คือสงสัยว่ามีคนซื้อด้วยหรอ)
หรือคนเมืองนี้ รักเมืองเขา วัยรุ่นยังอยู่ที่นี่กันดี ไม่ย้ายไปเมืองใหญ่


ออกมาถนนใหญ่ เมืองนี้คึกคักที่สำคัญ
คนเมืองนี้ขี่จักรยานซิ่งมาก
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่รู้สึกว่าเดินๆบนถนนอยู่ อาจตายได้เพราะถูกจักรยานชน
ป้าจะซิ่งไปไหนเพคะ

แล้วพวกข้าก็มาถึง
ฮาจิบังราเมน ณ เมืองต้นกำเนิดฮาจิบังราเมน
คือไม่ได้มากินนะ มาถ่ายรูปเฉยๆ สะสมว่าเคยมาแล้ว

อากาศก็หนาวขึ้นเรื่อยๆ รถบัสก็หมดแล้ว ต้องเดินกลับโฮสเทลเอง
หนาวก็หนาว ทางเดินก็มืด หิวๆก็หิว (แถมไม่ยอมกินฮาจิบังอีกนะ)
ตลกมากชีวิต เรามาทำอะไร มืดๆกลางคืน หนาวๆ หายใจเป็นไอ มือเท้าจะแข็ง
ท้องก็ร้อง เดินต่อไปแบบไม่รู้เส้นทางนัก พร้อมตะโกนร้องเพลง บอดี้แสลม กลางถนน
บ้าดี !
ชั้นยังไม่ตาย ชั้นยังคงหายใจ
ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน !!
แล้วพระเจ้าก็ลิขิตให้เราเจอร้านอุด้ง กลางความมืด
อาาาาห์ อบอุ่น หิวโหย นี่แหละ
แม้ชั้นล้ม ชั้นยังคงไม่ตาย ชั้นยังไม่ตาย
ชั้นยังคงหายใจ !!

แล้วพวกเรา สี่คน ก็รอดชีวิตกลับมาโฮสเทลได้อย่างปกติสุข
เจอ มารุซัง ก็สนทนากันสักพัก มารุซังเป็นโฮสที่เราไม่เคยเจอมาก เป็นมิตรที่สุด
มารุซังแนะนำพวกเราให้รู้จักกันทุกคนในโฮสเทล มีเพื่อนชาวเกาหลี สิงคโปร์
พวกเราก็ได้ชื่อญี่ปุ่นกันไป เอ็มซัง มิ้นโตะซัง ฟ้าซัง เมซัง (คือเติมซังเฉยๆหน่ะ ฮ่า)
กิจกรรมทุกทีเวลาถึงโฮสเทลคือ อาบน้ำนอนเล่นเน็ต
แต่ที่ Pongyi ไม่ใช่เลย หลังจากมารุซังแนะนำทุกคนให้เรา ทุกคนก็มีกิจกรรมร่วมกัน
เล่นไพ่ตบญี่ปุ่นเอย เกมทายตัวอักษรญี่ปุ่นเอย และพับนกกระดาษอธิษฐานเอย
เฮ้ย เกิดมาไม่เคยเจอโฮสเทลที่เป็นมิตรขนาดนี้มาก่อน มันรู้สึกดีมากๆจริง
ความรู้สึกแรกคือแบบ ตัวใครตัวมันเถอะ แต่หลังจากเล่มเกมส์ร่วมกันแล้ว
มันสนุกจริงๆที่ได้รู้จัก ได้แลกเปลี่ยนภาษาเป่ายิ่งฉุบกัน ว่าแต่ละประเทศเรียกว่าอะไร
มันสนุก มันรู้สึกดีจริงๆ นี่แหละ มิตรภาพต่างแดนของการนอนโฮสเทล
พวกเราจะจดจำ : )


Pongyi Guesthouse Kanazawa
มากันเถอะ จะเจอมารุซังต้อนรับอยู่ : )
ที่นี่และทุกอย่างใน คานาซาว่า ต้อนรับเราอย่างอบอุ่น
ทำให้เรารู้สึกได้ว่า เมืองนี้น่ารัก ครบรส วิวสวย บ้านเรือนสวย มีดีไซน์ และของกินอร่อย
ครบทุกอย่างจริงๆ



เราออกจาก Kanazawa ไปยังจุดหมายต่อไป
เมืองที่คนไทยมีมากพอกับโตเกียว โอซาก้า
พบกันใหม่ จุดหมายต่อไป เกียวโต ไปต่อกันได้ที่







