Hakone Kamakura Pass เที่ยวได้ทั้งฮาโกเน่ คามาคุระ เอโนะชิมะ!

Hakone Kamakura Pass

พาสสำหรับท่องเที่ยวของบริษัทรถไฟ Odakyu เป็นพาสที่รวมเส้นทางเที่ยวสำคัญของ Odakyu ไว้ในพาสเดียว! รวมเส้นทางของ ฮาโกเน่ คามาคุระ และ เอโนชิมะ ในระยะเวลา 3 วัน ไม่จำกัดเที่ยว

ใช้ขึ้น-ลงรถไฟสาย Odakyu line ได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว

ครอบคลุมการเดินทางเกือบทั้งหมดของ ฮาโกเน่ ถึง 8 เส้นทาง ได้แก่ Hakone Tozan Train, Hakone Tozan Bus, KANKO SHISETSU-MEGURI Bus, Hakone Tozan Cable Car, Hakone Ropeway, Hakone Sightseeing Cruise, Odakyu Hakone Highway Bus, Tokai Bus

และรถไฟสาย Enoden ของเส้นทาง คามาคุระ และ เอโนชิมะ

*ไม่รวม Odakyu Romancecar จากสถานี Shinjuku ถึง Hakone-Yumoto ถ้านั่งต้องจ่ายเงินส่วนต่างเพิ่ม 1,110 เยน

*ไม่รวม Odakyu Romancecar จากสถานี Shinjuku ถึง Katase-Enoshima ถ้านั่งต้องจ่ายเงินส่วนต่าง
เพิ่ม 630 เยน

นอกจากนั้น ยังใช้เป็นส่วนลดราคาค่าเข้าหรือสิทธิพิเศษอื่นตามสถานที่ต่างๆ ของฮาโกเน่มากกว่า 70 แห่ง และสถานที่ในเอโนชิมะ กับ คามาคุระ ด้วย ดูได้ที่

https://www.odakyu.jp/english/passes/hakone_kamakura/

แผนที่เส้นทาง Hakone Kamakura Pass ที่ใช้ได้

แผนที่เส้นทางที่สามารถใช้ได้ในฮาโกเน่

แผนที่เส้นทางที่สามารถใช้ได้ในคามาคุระ เอโนชิมะ

ราคา Hakone Kamakura Pass 3 days

3 days ผู้ใหญ่ 7,400 เยน
เด็ก 2,250 เยน

สามารถซื้อพาสได้ที่

  • Odakyu Sightseeing Service Center, Shinjuku West ชั้น 1 สถานีชินจูกุ
  • ถ้านั่ง Odakyu Romancecar จากสถานี Shinjuku ถึง Hakone-Yumoto ต้องจ่ายเงินส่วนต่างเพิ่ม 1,110 เยน
  • ถ้านั่ง Odakyu Romancecar จากสถานี Shinjuku ถึง Katase-Enoshima ต้องจ่ายเงินส่วนต่างเพิ่ม 630 เยน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.odakyu.jp/english/passes/hakone_kamakura/

แนะนำเส้นทางเดินทางสำหรับพาส Hakone Kamakura Pass 3 วัน ดูได้ที่
https://www.odakyu.jp/english/sightseeing/itineraries/hakone-kamakura-3-days/

เส้นทางเที่ยวแนะนำสำหรับ Hakone Kamakura Pass 3 วัน

Day 1 Hakone

เริ่มต้นจาก Shinjuku นั่งรถไฟ Odakyu Romancecar ลงสถานี Hakone-Yumoto (นั่ง Romancecar ต้องจ่ายเงินส่วนต่างเพิ่ม 1,110 เยน) จะวิ่งตรงสู่สถานี Hakone-Yumoto ในเวลา 80 นาที แต่ถ้านั่งรถไฟสาย Odakyu line แบบธรรมดาจากสถานี Shinjuku – Odawara จะใช้เวลาเดินทาง 90 นาที และต้องต่อรถไฟสาย Hakone Tozan line ที่สถานี Odawara เพื่อไปยังสถานี Hakone-Yumoto อีกประมาณ 15 นาที

จากนั้นนั่งรถบัส Hakone Tozan Bus ( H Line) ไปลงป้าย Hakone-jinja-iriguchi แล้วเดินไปประมาณ 10 นาทีก็ถึงศาลเจ้า ฮาโกเน่

ศาลเจ้าฮาโกเน่ เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 757 เป็นที่สักการะของผู้คนมาตั้งแต่อดีต เมื่อผ่านฮาโกเน่ ก็ต้องแวะศาลเจ้าแห่งนี้กัน

จากนั้นเดินไปท่าเรือ Moto-Hakone เพื่อขึ้นเรือ Hakone Sightseeing Cruise ล่องบนทะเลสาบอะชิชมวิวฟูจิ โดยปลายทางไปลงที่ท่าเรือ Togendai

ดูรายละเอียด Hakone Sightseeing Cruise เพิ่มเติมได้ที่ https://www.hakone-kankosen.co.jp/foreign/thai/

เมื่อถึงท่าเรือ Togendai แล้วก็เดินไปสถานี Togendai ขึ้น Hakone Ropeway สู่ Owakudani แหล่งชมปล่องภูเขาไฟชื่อดังของฮาโกเน่ ที่นี้ปล่องภูเขาไฟยังคงปะทุมีควันลอยขึ้นมาอยู่ตลอด แล้วอย่าลืมทานไข่ดำ ของที่นี้ด้วย ที่เชื่อว่าทาน 1 ฟอง อายุจะยาวขึ้นถึง 7 ปี และข้างบนยังมีร้านค้า ร้านอาหารมากมายอีกด้วย

Hakone Ropeway: https://www.hakoneropeway.co.jp/foreign/en/

แล้วก็นั่ง Hakone Ropeway ต่อไปสู่สถานี Sounzan ที่สถานีนี้มีแหล่งเช็คอินแห่งใหม่ล่าสุดของฮาโกเน่ cuーmo Hakone (คูーโม่ ฮาโกเน่) สามารถชมวิวภูเขา คาเฟ่ มีร้านขายของ และยังมีที่ให้แช่เท้าออนเซนอีกด้วย

googlemap : https://goo.gl/maps/C7MTu1tkyGgHihv4A
สนใจดูได้ที่ https://www.hakoneropeway.co.jp/cu-mo-hakone/

แล้วก็นั่ง Hakone Tozan Cable ไปลงสถานี Gora นั่งรถไฟ Hakone Tozan Train ไปลงสถานี Miyanoshita เพื่อไป Naraya cafe เป็นคาเฟ่ชิลท่ามกลางเขา บรรยากาศที่คนญี่ปุ่นมักแวะมาเสมอเมื่อได้นั่งรถไฟสายนี้

สถานี Miyanoshita
Naraya cafe

นั่งรถไฟต่อไปลงสถานี Hakone-Yumoto เพื่อนั่ง Hakone Tozan Bus (K Line) ไปลงป้าย Hoteru Hatsuhana Mae เพื่อเข้าที่พักโรงแรม Hotel Hatsuhana เป็นออนเซนหรูกลางเขา บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติ มีออนเซนหลายบ่อ รวมทั้งมีห้องแบบออนเซนส่วนตัวในห้องอีกด้วย

Day 2 Kamakura

วันนี้เราจะเดินทางไปคามาคุระ เราออกจากโรงแรมด้วย Shuttle Bus มาลงที่สถานี Hakone-Yumoto แล้วนั่งรถไฟสาย Hakone Tozan Train มาลงสถานี Odawara และต่อรถไฟสาย Odakyu line ลงสถานี Sagami-Ono เพื่อไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม Odakyu Hotel Century Sagami-Ono โรงแรมจะติดกับสถานีเลย สะดวกมากๆ และรอบโรงแรมก็เต็มไปด้วยร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้งมากมาย

นั่งรถไฟ Odakyu Enoshima Line มาลงสถานี Fujisawa แล้วต่อรถไฟสาย Enoden เพื่อไปลงสถานี Kamakurakōkō-Mae เป็นสถานีที่ทุกคนมักจะมาถ่ายรูปนี้กัน เพราะเป็นฉากดังในมังงะ และหนัง ซีรีย์หลายเรื่องก็มาถ่ายทำกันตรงนี้

แล้วพอเดินไปริมทะเลตรงข้ามสถานีก็จะเป็นหาด Shichirigahama เป็นหาดที่คนญี่ปุ่นนิยมไปเล่นเซิร์ฟกัน และถ้าวันไหนอากาศดีก็จะมีโอกาสเห็นฟูจิไกลๆอีกด้วย และแถวนี้ก็มีร้านอาหาร คาเฟ่ น่ารักๆ วิวดีให้นั่งพักด้วยนะ

เดินตามหาดไปเรื่อยๆ ก็จะถึงสถานี Shichirigahama นั่งรถไฟต่อไปลงสถานี Hase แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที ก็จะถึงวัด Kotoku-in หรือคนไทยรู้จัก ในชื่อวัดไดบุทสึ หลวงพ่อโตแห่งคามาคุระนั้นเอง

กลับมาที่สถานี Hase ก็นั่งรถไฟต่อไปลงสถานี Kamakura ไปเดินเล่นที่ถนนคนเดิน Komachi-dori ที่ถนนแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารมากมาย มีของกินตลอดเส้นทางเลยจริงๆ เมื่อเดินตามถนนเรื่อยๆ ก็จะถึงศาลเจ้าสำคัญของเมืองคามาคุระ Tsurugaoka Hachimangu Shrine มีจุดเด่นที่เสาโทริอิสีแดงขนาดใหญ่ที่หน้าทางเข้า ศาลเจ้า ผู้นำของตระกูลมินาโมโตะได้สร้างศาลเจ้านี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1063 โดยสร้างเพื่อขอบคุณเทพเจ้าที่ทำให้พวกเขาชนะสงคราม ที่นี้ยังเป็นแหล่งชมซากุระที่สวยงามสุดๆด้วย เพราะตลอดทางเข้าศาลเจ้าจะเป็นต้นซากุระตลอดเส้นทาง

ต่อช่วงเย็นเรากลับไปที่สถานี Kamakura นั่งรถไฟไปลงสถานี Enoshima เพื่อชมวิวภูเขาไฟฟูจิตอนเย็นจากเกาะเอโนชิมะ เป็นวิวที่สวยสุดๆไปเลย

แล้วก็เข้าไปข้างในขึ้นชมหอชมวิว Enoshima Sea Candle สามารถมองเห็นวิวรอบเกาะได้แบบ 360 องศา และช่วงกลางคืนก็ยังมีไฟประดับตกแต่งที่สวน Enoshima Samuel Cocking ที่อยู่รอบหอคอย อีกด้วย ที่นี้ถือว่าเป็นสวนที่ตกแต่งประดับไฟที่ยิ่งใหญ่อันดับต้นๆของคันโต เลยทีเดียว (งานประดับไฟกลางคืนของเกาะเอโนชิมะ มีชื่องานว่า Shonan no Hoseki (Jewel of Shonan) จะจัดแค่ช่วงฤดูหนาวของทุกปีที่ Enoshima Sea Candle เท่านั้น)

จากนั้นก็เดินมาขึ้นรถไฟที่สถานี Katase-Enoshima ไปลงสถานี Sagami-Ono เพื่อกลับไปพักโรงแรม Odakyu Hotel Century Sagami-Ono เป็นจบวันที่สอง

Day 3 Enoshima

วันที่ 3 เราเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรม แต่ยังฝากกระเป๋าไว้ก่อน เราจะไปเที่ยวบริเวณเกาะเอโนชิมะกันอีก เริ่มจากนั่งรถไฟไปลงสถานี Fujisawa แล้วต่อรถไฟไปลงสถานี Katase-Enoshima เป็นสถานีที่เพิ่งทำเสร็จใหม่เป็นเหมือนวังมังกร ในนิทานเรื่อง อุระชิมะทาโร่ ของญี่ปุ่น

แล้วก็เดินไปอีกนิดก็จะถึง Enoshima Aquarium ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ จะดังในเรื่องการจัดแสดงแมงกระพรุนที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสัตว์ทะเลน้ำลึกที่หาดูได้ยาก และมีแท๊งที่รวมสัตว์น้ำขนาดใหญ่มากอีกด้วย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แล้วเราก็เดินข้ามมาที่เกาะ เอโนะชิมะ อีกครั้ง เราจะมาเที่ยวในช่วงกลางวันกัน ซึ่งถ้าอากาศดี ก็มีโอกาสได้เห็นฟูจิซังด้วย!

เมื่อเดินข้ามเกาะมาก็จะถึงถนน Benzaiten Nakamise ถนนหน้าศาลเจ้าที่เต็มไปด้วยร้านอาหารมากมาย โดยเฉพาะอาหารทะเล มีให้เลือกไม่รู้กี่สิบร้าน มีเซมเบ้ปลาหมึก และของขึ้นชื่อที่สุดคือปลาชิราสุ หรือปลาข้าวสาร นั้นเอง ซึ่งมีทั้งแบบทานดิบและทานสุก สำหรับเราที่เคยลองทั้งสองแบบแล้วแบบดิบอาจไม่คุ้นลิ้นคนไทยเท่าไร อยากแนะนำทานแบบสุกดีกว่า หรือจะสั่งแบบผสมมาลองก็ได้

เซมเบ้ปลากหมึก ของกินเล่นอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด

เมื่อทานอาหารเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเข้ามาด้านในสุดจะเป็นศาลเจ้า เอะโนะชิมะ ที่ศาลเจ้าเอะโนะชิมะประกอบด้วยสามศาลเจ้าที่สถิตย์ของเทพีสามองค์ ที่จะสามารถขอเรื่องโชคลาภ เรื่องเกี่ยวกับศิลปะ โชคเกี่ยวกับความรัก และความสวยความงาม เรียกว่าครบเลย การไปแต่ละศาลเจ้า ก็ต้องเดินขึ้นไปตามเขาเรื่อยๆ แต่ไม่เป็นไรถ้าเดินไม่ไหว ที่นี้มีบันได้เลื่อนขึ้นไปด้วย แต่จะเสียค่าบริการ 200 เยนต่อชั้นเดียวเท่านั้น แต่จะไปสุดทางเลยก็ต้อง 360 เยน

ตัวเกาะเอโนชิมะ ยังมีที่เที่ยวอื่นๆ มีคาเฟ่นั่งชมวิว หรือจะเดินข้ามกลับฝั่งไปเดินตามชายหาดรอชมพระอาทิตย์ตกอีกก็ได้ เป็นสถานที่น่ามาเที่ยวจริงๆ และใกล้โตเกียวมาก จบเย็นเราก็กลับไปสถานี Fujisawa นั่งรถไฟสาย Odakyu กลับเข้า Shinjuku เป็นอันจบทริปสำหรับ Hakone Kamakura Pass เป็นพาสที่คุ้มค่ามากๆ เพราะเที่ยวได้ทั้ง ฮาโกเน่ คามาคุระ และ เอโนชิมะ ในใบเดียว!

สนใจดูข้อมูลเกี่ยวกับ Odakyu เพิ่มเติมได้ที่ https://www.odakyu.jp/english/

อ่านรีวิวญี่ปุ่นอื่นๆได้ที่ https://go-graph.com/category/japan/

Share this story
Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin
Share on pinterest
Scroll Up
logo