เที่ยวมาเลเซีย – ซาลามัตดาตัง สวัสดีจร้า ! ทริปนี้โกกราฟได้รับโอกาสสุดพิเศษจาก Tourism Malaysia ที่จะพาเราเดินทางท่องเที่ยว ตั้งแต่รัฐมะละกา รัฐยะโฮร์ ยาวไปจนถึงเมืองตากอากาศอย่างเดซารู ภายใต้ธีมเก๋ๆ Come Hungry Leave Satisfied พร้อมรู้จักศิลปะและวัฒนธรรม ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นแบบวิถีชีวิตสุดฮิป พร้อมชี้เป้าที่พักตั้งแต่โลคัลโฮมสเตย์ โรงแรมที่พักตากอากาศริมทะเลสุดคูล กระทั่งสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่ บอกได้คำเดียวว่ากินหนักมาก !! พร้อมแล้วมา ออกเดินทางผ่านวัฒนธรรมของอาหาร ของประเทศมาเลเซียไปพร้อมๆ กันได้เลย
Melaka Heritage City
เราขอเริ่มกันด้วยสถานที่ท่องเที่ยว ที่ได้รับการขึ้นมรดกโลก UNESCO World Heritage จุดเด่นอันดีงามในเรื่องของสถาปัตยกรรม และการผสมผสานของกลุ่มคนตั้งแต่อดีต สิ่งที่เด่นชัดมากที่สุด เราจะเห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรม อาคารบ้านเรือนในย่านนี้ จะมีส่วนผสมทางด้านการดีไซน์สไตล์โปรตุเกส เพราะทำเลที่ตั้งที่มี แม่น้ำมะละกา เป็นเส้นทางออกสู่ทะเล ที่เราเรียกว่า ช่องแคบมะละกา อดีตจึงมาการค้าขายกับชาวต่างชาติ มะละกาจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ในตัวของมัน ถูกถ่ายทอดออกมาจากเรื่องราวในอดีตที่หลงเหลืออยู่

แวะเบรกเสร็จออกเดินเที่ยวสู่สถานที่อยู่ที่ฝั่งของแม่น้ำมะละกาคือ Christ Church Melaka และ The Stadthuys ที่ถูกสร้างโดยชาวดัตช์ อาคารสีแดงขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1645 เคยเป็นที่พักของข้าหลวงชาวดัตช์ ปัจจุบันที่นี้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา ภายในจะจัดแสดงเรื่องราวความรู้และโบราณวัตถุของมะละกาเอาไว้
- Google Maps : https://goo.gl/maps/mhcdnj5FeBhCrMPA7


อาคารในย่านนี้จะมีลักษณะคล้ายกับทาวน์เฮาส์ติดกัน อาคารบางหลังก็มีการทาสีใหม่ให้สวยงาม ดูแล้วก็ทำให้เรา พอจะมโนไปถึงอดีตของมะละกาได้ไม่น้อย ย่านนี้ยังก็มีโรงแรม ร้านอาหารเปิดให้บริการตลอด มาเดินเที่ยวชมถ่ายรูปเล่นกันเพลินเลย

ระหว่างที่เดินเล่นถ่ายรูปจนเพลิน แถมแดดในช่วงกลางวันที่ร้อนใกล้เคียงไม่แพ้กับบ้านเรา แวะพักเบรกหาไรทานดับร้อนที่เรียกว่า Cendol (เจ็นดล) ขนมท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาด ! ฟีลลิ่งประมาณลอดช่องบ้านเราเลย แต่จะต่างตรงที่จะ On Top ด้วยถั่วแดง น้ำตาลที่ราดมาก็หอมมากกกกกก แถมหวานชื่นใจคลายร้อนได้ดีสุดๆ

Traditional Hopping
มานั่งทานขนมกับคาเฟ่คลาสสิคที่ Baba Charlie Cafe ร้านที่รวบรวมของหวานต้นตำหรับ ฉบับมาเลย์เอาไว้ที่เดียวจบ ขนมขึ้นชื่อที่ต้องมาลองที่นี้ก็คือ Onde – Onde ลักษณะลูกกลมๆ มีสีเขียวที่ได้จาก Pandan หรือใบเตย ไส้ข้างในรสหวานจาก Palm Sugar เพิ่มเทกเจอร์ด้วยการเอาไปคลุกมะพร้าว สัมผัสแรกรสหวานหอมกลิ่นน้ำตาลมาก่อน คล้ายกับ Cendol ที่เพิ่งกินไป นอกจากของหวานที่ร้านก็ยังมีอาหารอื่นให้ลองสั่งอีกเยอะเลยนะ ยังไงก็อย่าลืมแวะไปนั่งฮอปปิ้งชิมขนมกันจ้า
เสริมข้อมูลสักนิดถ้าเกิดหาในแผนที่แล้วเจอ Baba Charlie Nyonya Cake เด้งขึ้นฝั่งตรงข้าม ไม่ต้องตกใจเพราะคือเจ้าเดียวกัน แต่ที่นี่จะไว้สำหรับทำขนมกันสดๆ เฉพาะซื้อกลับบ้านไม่มีที่นั่งกินน่ะ
- Google Maps : https://goo.gl/maps/2KTJPUkpnAqkvyF86




Muar
ขยับออกมาจากมะละกา ลงมากันที่ Muar (มัวร์) เมืองที่ตั้งติดริมทะเล บริเวณช่องแถบมะละกา มีแม่น้ำไหลผ่านเข้าไปยังตัวเมืองอย่าง Muar River อาคารสถาปัตยกรรมยังโดดเด่น ที่มี Masjid Sultan Ismail Muar มัสยิดสีฟ้าหลังใหญ่ตั้งอยู่เด่นชัดริมแม่น้ำกันเลย ส่วนเรื่องของกินที่เด็ดสุดก็คงต้องยกให้ Oyster ที่มีร้านอาหารเปิดบริการ ทำให้ทานก็สดๆ

Inside Cultural
เที่ยวมาเลเซีย ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมของคนมาเลย์มากขึ้นไปอีก ก็ต้องไปลองใช้ชีวิตอยู่กับคนที่นี่ดู เราแนะนำให้ลองไปพักที่ Homestay Barit Bugis สักครั้งเราจะได้ใกล้ชิดวิถีชีวิตประจำวันของคนพื้นที่ ตั้งแต่สภาพแวดล้อมบ้านพัก เพื่อนบ้านที่อยู่รอบโฮมสเตย์ Inside กันจนถึงวัฒนธรรมการกินแบบดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ เมื่อก่อนจะทานอาหารต้องล้างมือขวาให้สะอาด ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือร้านอาหาร จะมีเสิร์ฟชุดน้ำสำหรับล้างมือก่อนทานอาหาร และอีกสิ่งที่เห็นกันบ่อยๆ เขาจะรับประทานอาหารด้วยมือขวาเท่านั้น ! เหตุผลที่ไม่ใช้มือซ้าย เพราะมือซ้ายเราไว้ใช้สำหรับทำกิจส่วนตัวจึงไม่สะอาดนั้นเอง
- Google Maps : https://goo.gl/maps/gRKd5oB5EFiWfGrY8



Breakfast Malaysian Style
เริ่มเช้าวันใหม่กับร้านอาหารไม่ควรพลาด R&H Sate Maharani ร้านอาหารเช้าที่เด็ดดวงในเรื่องของสะเต๊ะเป็นอย่างมาก เป็นอาหารเช้าที่ดูจะหนักท้องอิ่มกันไปยันมื้อกลางวัน ด้วยร้านที่อยู่ริมถนน เช้าๆ คนมาเลย์จะจอดรถแวะมากินกันอย่างไม่ขาดสาย ไม้เด็ดอย่างสะเต๊ะไก่และเนื้อที่เป็นตัวชูโรง เรียกว่าย่างกันควันขโมงแต่เช้า ก็มีของหวานเสริมทัพอีกเยอะมากกก สำหรับที่นี้คือมื้อเช้านั้นสำคัญ จัดเต็มกันแบบสุดๆ

เดินเล่นในสวนริมน้ำเสร็จ เปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือชมเมืองจุดหมายคือชิม Oyster ระหว่างทางเราก็จะได้เห็นวิถีชีวิตของท้องถิ่น ที่ยังออกเรือไปหาปลาในแม่น้ำกันอยู่ จนสะดุดมัสยิดสีฟ้าริมน้ำ เห็นเด่นชัดมาแต่ไกล Masjid Sultan Ismail Muar เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในมัวร์! ถูกสร้างขึ้นในปี 1999 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 2002 มีดีไซน์แบบเดียวกับ Masjid Jamek Sultan Ibrahim
- Google Maps : https://goo.gl/maps/mrM5dqNJ3yMjduhcA


Johor Bahru
วาร์ปมากันต่อที่ ยะโฮร์บาห์รู โดยสถานที่ที่เราจะพาไปคือ Johor Craft Complex เป็นแหล่งรวมงานคราฟต์ท้องถิ่นมากมาย เช่น Batik Sarung ผ้าบาติกเครื่องแต่งกายประจำชาติของมาเลเซีย เอามาดีไซน์ใหม่ให้ดูคูล นอกจากผ้าบาติก ที่นี่ยังเป็นแหล่งการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมตอนใต้ของมาเลเซีย เช่น เรื่องของเครื่องดนตรี มีการสอนทำกลอง Kompang เมื่อได้ลองทำดูแล้ว ค้นพบว่าต้องใช้ประสบการณ์ในการทำมาก กว่าจะได้แต่ละชิ้นนั้นไม่ง่ายเลย
- จริงๆ เมืองนี้คือฮิปหนักมาก คาเฟ่เยอะจริง ดูรีวิวนี้ได้เลย https://go-graph.com/2018/07/gograph-x-airasia-johor-bahru-singapore/

เรื่องของที่พักไม่ต้องเป็นห่วงไป วันนี้เราได้เข้าพักที่ Trove Hotel Johor Bharu โรงแรมที่มีสไตล์การตกแต่งเป็นเอกลักษณ์มาก แต่ละ Room Type จะธีมอาร์ตเป็นของตัวเอง ห้องพักของเรามากับธีม Local Love สไตล์ของภาพวาดแบบป็อปอาร์ต ที่นำเสนอออกมารูปแบบของสีสันในเมืองยะโฮร์

Desaru Coast
ออกจากใจกลางรัฐยะโฮร์ข้ามผ่านแม่น้ำยะโฮร์สู่ Desaru อีกหนึ่งเมืองที่มีเสน่ห์ในเรื่องที่ริมชายหาดอันสวยงาม แล้วยังมีอีกหนึ่งสิ่งดีต่อใจของใครหลายคน ที่เราแนะนำให้ไปทำกิจกรรมที่นั้นดู คือการเที่ยวชมสวนผลไม้ที่ Desaru Farm Fruit สวนผลไม้ขนาดใหญ่มากกกถึง 180 เอเคอร์ นอกจากจะทัวร์เที่ยวชมสวนผลไม้และการความรู้เกี่ยวกับพืชพรรณ แถมยังเมนูอาหารกลางวัน ที่ใช้ผลไม้ในสวน ปรุงอาหารเรียกว่า From Farm to Table หลังจากทานอาหารเสร็จ ส่งท้ายกันด้วยร้านของฝากมีทั้งผลไม้สดและแบบแปรรูปให้เลือกช้อปกลับบ้าน

Have fun with Water Park
ก่อนจะลงน้ำทะเลของจริง ชวนให้มาลองเล่นสวนน้ำเปิดใหม่ Desaru Coast Adventure Waterpark สวนน้ำที่เรียกว่าใหม่เอี่ยมเปิดได้ไม่ถึงปี มีการแบ่งโซนชัดเจน เครื่องเล่นที่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ไปจนถึงเครื่องเล่นสุดมันส์อย่าง Kraken Revenge ที่จะพาเราแล่นเหินฟ้า และพุ่งลงมาลานน้ำขนาดใหญ่ด้านล่าง
- Google Maps : https://goo.gl/maps/WhoBfMQaCLKgkx8x8

ติดกันกับสวนน้ำ ก็มีโรงแรมที่เอาใจคนรักเสียงเพลงเป็นพิเศษ Hard Rock Hotel ทำไมเราถึงบอกโรงแรมนี้เอาใจคนรักในเสียงเพลงนะหรอ ก็ต้องบอกว่าเมื่อเราเข้าเช็คอิน จะมีการสอบถามเกี่ยวกับแนวเพลงที่เราชอบฟัง หลังจากเลือกแนวเพลงที่ชอบแล้ว เมื่อก้าวเข้าห้องไป จะมีเสียงเพลงตามที่เราได้เลือกไว้ตอนเช็คอิน จะเล่นเองอัติโนมัติ ด้วยระบบของทางโรมแรมที่ลิ้งก์กับทีวีในห้องของเรา จะทำคัดเพลย์ลิสต์แนวเพลงที่ชอบไว้ให้อีกด้วย
- Google Maps : https://goo.gl/maps/hiB7bszpkKQFhLzF6


Beach Surrounding
มาถึงเดซารูทั้งทีก็ต้องมาเข้าพักรีสอร์ทริมทะเล เรามาพักที่ Tunamaya Beach & Spa Resort รีสอร์ทติดริมทะเล ชายหาดส่วนตัวอันเงียบสงบ ทำให้เราได้พักผ่อนฟังเสียงทะเลบอก สู้ สู้ รีเฟรชเติมพลังกันอย่างเต็มที่ ตกเย็นดินเนอร์กับอาหารทะเลสดๆ จากชาวประมงท้องถิ่น ที่ห้องอาหาร Nelayan Seafood คอมพลีทเรื่องของการพักผ่อนเที่ยวทะเลในที่เดียว
- Google Maps : https://goo.gl/maps/G3pQvfRCg1DE3zpz7

Putrajaya
ก่อนจะถึงไฟลท์กลับ เราก็ได้นั่งรถย้อนกลับมาพักใกล้กับสนามบินสักหน่อย ใกล้จะกลับแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ชั้นยังไม่ช็อปปิ้งเลยนี่หน่า! เลยได้โอกาสมาพักที่ Le Méridien Putrajaya มาถึงครั้งแรกคือสัมผัสได้ว่า โรงแรมนี้ใหญ่มาก หรูหรากันสุดๆ แถมอยู่ติดกับห้างสรรพสินค้า IOI City Mall ที่มีทางเดินจากโรงแรมไปห้างได้เลย ใกล้ชนิดที่ว่าคือตึกมันติดเลยก็ว่าได้ ช็อปปิ้งจบทริปแบบกระเป๋าแบบกันไปถ้วนหน้า
- Google Maps : https://goo.gl/maps/uqNaF7ZCmJpErxJE8







