[Go!Graph x Kansai] Kansai 1 Day Trip Pass รวมพาสสำหรับเที่ยว 1 วันในคันไซ

สารบัญ

    [Go!Graph x Kansai] Kansai 1 Day Trip Pass รวมพาสสำหรับเที่ยว 1 วันในคันไซ

    วันนี้เรามาแนะนำ คันไซพาส สำหรับเที่ยวในเขตคันไซ เหมาะสำหรับคนที่พักในโอซาก้า ใช้โอซาก้าเป็นจุดศูนย์กลางเที่ยวแบบไปกลับใน 1 วันได้ ไม่ว่าจะเกียวโต นารา โกเบ มิเอะ นาโกย่า ได้หมด เรามาแนะนำพาสแต่ละตัวกัน

    Hanshin Tourist Pass

    •  1 Day 700 Yen

    บัตรเที่ยว 1 วันสำหรับรถไฟ Hanshin เหมาะสุดสำหรับการมาเที่ยวโกเบแบบไป-กลับ 1 วัน เพราะปกติ Osaka-Namba – Kobe Sanomiya เที่ยวละ 410 ซื้อพาสนี้ไปใช้ 700 เยน แค่นั่งไป – กลับ คุ้มแล้ว

    img_main

    ใช้เวลาเดินทางไปโกเบประมาณ 40 นาที

    screen-shot-2560-03-03-at-7-20-36-pm

    ดูจากแผนที่ เราไปได้ถึง Nishidai เลย เราแนะนำสถานีเด็ดๆ เลยดีกว่า สำหรับเที่ยวโกเบ 1 วันแบบคราวๆ

    สถานี Kobe-Sannomiya

    • Kitano – Cho ย่านบ้านสไตล์ยุโรป ตั้งแต่สมัยฝรั่งมาค้าขายก็ปลูกบ้านใครบ้านมัน แถมมีหลายชาติอีก ก็สไตล์ใคร สไตล์มันไปอีก
    • Kobe city hall สามารถขึ้นไปชมวิวข้างบนได้

    สถานี Motomachi

    • Chinatown ไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในคันไซ

    สถานี Kosoku-Kobe

    • Meriken Park มี Kobe Tower /Maritime Museum
    • Harborland มี ห้าง Mosaic / Adnpanman Museum

    สถานี Nishida

    • หุ่นยนต์ Tetsujin 28-go Monument หุ่นยนต์กันดั๊มสีน้ำเงิน

    ไปหมดนี้ได้ก็คุ้มค่า Pass แล้ว จริงๆแค่ไป-กลับก็คุ้มแล้ว

    img01

     

    สามารถซื้อได้หลายที่ หาง่ายมาก เวลาซื้อต้องมี Passport พกไปแสดงด้วยนะ สามารถซื้อล่วงหน้าได้ บัตรจะเริ่มเมื่อใช้ครั้งแรก

    • Kansai Tourist Information Center – Kansai International Airport /Shinsaibashi
    • Hankyu Tourist Center Osaka-Umeda
    • Hotel New Hankyu Osaka
    • Hanshin Hotel
    • Bic Camera Namba Store

    คือถ้าคิดไปโกเบ แล้วนอนแถว Namba ซื้อเลย Hanshin Tourist Pass คุ้มสุดแล้ว

    สนใจอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hanshin.co.jp/global/en/tourist/

    dsc03076


    Hankyu Tourist Pass

    img2

     

    • 1 Day Pass 800 Yen
    • 2 Days Pass 1400 Yen

    Hankyu Tourist Pass เป็นอีกพาสที่ใช้ไปโกเบได้เหมือนกัน แต่คนละสถานีกัน แล้วก็ยังไปได้ถึงเกียวโต อาราชิยาม่าเลย แถมพาสเป็นแบบ 2 วันที่ไม่จำเป็นต้องใช้ติดกันด้วย ทำให้สามารวางแผนได้หลายทาง เช่น

    • เลือกนอนโอซาก้า วันแรกเที่ยวโกเบ วันสองเที่ยวเกี่ยวโต ก้ได้
    • เลือกนอน  Arima Onsen โดยเที่ยวโกเบก่อน แล้วนั่งรถบัสที่สถานี Sannomiya ต่อไป Arima Onsen นอน 1 คืน วันที่สองเที่ยว Mt.Rokko แล้วกับโอซาก้าก็ได้
    • เลือกเที่ยวเกียวโตอย่างเดียวก็ได้ พักชิวๆ 1 คืน หรือ จะไป- กลับก็ได้
    • หรืออีกวันใช้ไปเที่ยว Universal ได้ด้วย แต่ต้องลงที่สถานี Nishikujou แล้วเสียเงินต่อ JR แค่ 1 สถานีเท่านั้น

    พาสนี้มีทางเลือกให้ใช้ได้หลายแบบ จริงยังมีเส้นทางเมืองอื่นๆอีกนะ แต่เรายังไม่ได้ไปกัน

    map

    ซื้อที่ไหน เหมือนเดิมเยอะ และต้องพก Passport ไปแสดงเหมือนเดิม

    • Hankyu Tourist Center  ตามสถานที่ต่างๆ
    • Hanshin Electric Railway Service Center
    • Hotel New Hankyu Osaka
    • KANSAI TOURIST INFORMATION CENTER KANSAI INTERNATIONAL AIRPORT /SHINSAIBASHI
    • Osaka Tourist Information Center

    เยอะ หาซื้อง่าย

    แถมสามารถซื้อพร้อม LIMOUSINE BUS ได้อีกด้วย ไว้กลับไปสนามบินคันไซ ขากลับ ราคาก็ตามนี้เลย

    คือปกติ ค่า 1550 เยน ลดเหลือ 1300 เยน โดยคิดรถที่ Hotel New Hankyu Osaka

    img7

    สรุป Hankyu Tourist Pass เหมาะอยากมากสำหรับคนที่ต้องการ ไปเที่ยวเมืองโกเบ เกียวโต ประหยัดค่าเดินทางไปไก้พอสมควรเลย

    สนใจเพิ่มเติมอ่านได้ที่ http://www.kansai360.net/en/ticket/


    Express Rapi:t

    อันนี้ไม่เชิงแต่เป็นรถขบวนพิเศษจากสนามบิน Express Rapi:t  เราสามารถมาจากสนามบินนานาชาติคันไซด้วย Express Rapi:t ใช้เวลาประมาณ 38 นาทีจะถึงสถานีนัมบะ  ราคาไปกลับ 2040 เยน และจะตั๋วคูปองช๊อปปิ๊งราคา 1500 เยน เอาไปใช้ได้ใน Namba Park และ Namba City เท่านั้น หรือขาเดียว 1050 เยน

    รถไฟสาย Express Rapi:t หน้าตาไม่เหมือนใคร อย่างเท่เลยอย่างกับหุ่นยนต์กันดั๊มรุ่นแรกๆเลย

    ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.howto-osaka.com/en/ticket/ticket/nambaRT.html

    dsc01437

    ภายในสะดวกสบาย มีที่เก็บกระเป๋าเดินทาง ทุกที่นั่งต้องมีการจอง เราสามารถซื้อได้จากที่ขายตั๋ว Nankai ที่สนามบินคันไซเลย

    dsc01442

    dsc03309

    dsc03312

     

    แล้วบางวันจะมีฮีโร่ประจำรถไฟ Express Rapi:t มาตรวจความเรียบร้อยในสถานีด้วย ชื่อว่า Rapi:trider เด็กๆจะชอบมารุมถ่ายกัน ตัวสูงใหญ่มาก

    dsc01455


    Kintetsu Rail Pass

    บัตร Kintetsu Rail Pass เป็นบัตรเรียกว่าเป็นบัตรนั่งรถครอบจักรวาลของ คันไซพาส สายรถไฟเส้นทาง Kintetsu ถือว่าเป็นรถไฟที่ยาวเป็นอันดับ 2 รองจาก JR ข้อดีหลักๆคือเรื่องราคาถูกและมักจะตรงไปถึงที่เที่ยวยอตฮิตหลายๆจุด แล้วยิ่งมาเป็น Pass อีกยิ่งถูกเข้าไปใหญ่ และถามนั่งรถบัสในบางเมืองได้ด้วย เช่น นาราปกติเดินลาก นี่มีรถบัสให้นั่งรวมในพาสแล้ว

    dsc02939

    ดูแผนที่เส้นทางสาย Kintentsu สถานีหลักจะเริ่มต้นจาก Osaka-Namba ใครพักย่านนัมบะ ยิ่งเหมาะกับพาสนี้เลยสะดวกสุด

    เมืองหลักๆที่เหมาะกับการใช้พาสนี้ เกียวโต นารา มิเอะ และนาโกย่า

    ดูเต็มๆที่ http://www.kintetsu.co.jp/foreign/thai/about/station/route_map/

    1388559525-1125571356-o

    Kintentsu Rail Pass มีทั้งหมด 4 แบบ

    Kintentsu Rail Pass 1 Day

    • ราคาผู้ใหญ่ 1500 เยน เด็ก 750 เยน
    • สามารถเดินทางสาย Kintestsu ช่วง โอซาก้า เกียวโต นารา
    • สามารถใช้รถบัสเมืองนาราได้ Nara Kotsu Bus
    • ได้สิทธิพิเศษลดค่าเข้าหรือลดราคาบางสถานที่ได้ดูได้ที่ http://www.kintetsu.co.jp/foreign/guidebook/pdf/1day2day_list_EN.pdf โดยเฉพาะนารา ลดค่าเข้าทุกวัดเลย และร้านอาหารบางร้านด้วย

    เหมาะสำหรับใช้ไปนารามากๆ เพราะสามารถใช้รถบัสนาราได้ด้วย ไม่ต้องเสียเวลาเดินไกลเป็นกิโล

     

    screen-shot-2560-11-26-at-11-27-29-am

    Kintentsu Rail Pass 2 Days

    • ราคาผู้ใหญ่ 2500 เยน เด็ก 1250 เยน
    • ไม่ต่างจาก 1 วัน สามารถเดินทางสาย Kintestsu ช่วง โอซาก้า เกียวโต นารา แต่จะมีเส้นทางเพิ่มที่ไกลได้ขึ้นอีกถึงแถวโยชิโนะเลย
    • สามารถใช้รถบัสเมืองนาราได้ Nara Kotsu Bus
    • ได้สิทธิพิเศษลดค่าเข้าหรือลดราคาบางสถานที่ได้ดูได้ที่ http://www.kintetsu.co.jp/foreign/guidebook/pdf/1day2day_list_EN.pdf โดยเฉพาะนารา ลดค่าเข้าทุกวัดเลย และร้านอาหารบางร้านด้วย

    ไม่ต่างจาก 1 วัน แต่เราสามารถไปได้ไกลมากขึ้นและอาจจะพักที่เกียวโตซักคืนได้ โดยใช้พาสตัวนี้เดินทาง

    screen-shot-2560-11-26-at-12-56-54-pm

     

    krp1d2d_mainimg04

    Kintetu Rail Pass

    • ราคา ผู้ใหญ่ 3800 เยน เด็ก 1900 เยน ถ้าซื้อจากตัวแทนลดเหลือ 3600 เยน
    • ใช้ได้ 5 วัน คลอบคลุมถึง เกียวโต นารา นาโกย่า และ อิเซะชิมะ และ เส้นอิกะ
    • แต่ไม่สามารถใช้รถบัสได้
    • ได้สิทธิพิเศษลดค่าเข้าหรือลดราคาบางสถานที่ได้ดูได้ที่ http://www.kintetsu.co.jp/foreign/guidebook/pdf/1day2day_list_EN.pdf โดยเฉพาะนารา ลดค่าเข้าทุกวัดเลย และร้านอาหารบางร้านด้วย

    เป็นพาสแบบเต็มใช้ได้ 5 วัน ระยะเดินทางจะครอบคลุมเกือบหมดคันไซ เหมาะกับคนที่อยากไปเที่ยวมิเอะ นาโกย่า เกียวโต นารา จริงๆ ก็เกือบครบแหละ น่าจะพอใน 5 วันถือว่าคุ้มมากๆ

    screen-shot-2560-11-26-at-2-05-31-pm

    Kintetu Rail Pass Plus

    • ราคา ผู้ใหญ่ 5000 เยน เด็ก 2500 เยน ถ้าซื้อจากตัวแทนลดเหลือ4800  เยน
    • ใช้ได้ 5 วัน คลอบคลุมถึง เกียวโต นารา นาโกย่า และ อิเซะชิมะ และ เส้นอิกะ
    • สามารถนั่งรถบัสนารา และแถวอิเสะได้
    • ได้สิทธิพิเศษลดค่าเข้าหรือลดราคาบางสถานที่ได้ดูได้ที่ http://www.kintetsu.co.jp/foreign/guidebook/pdf/1day2day_list_EN.pdf โดยเฉพาะนารา ลดค่าเข้าทุกวัดเลย และร้านอาหารบางร้านด้วย

    เหมือนกับ Kintetu Rail Pass แต่มีรถบัสมาเสริมเหมาะสำหรับคนที่เที่ยวแถว Ise Shima เพราะต้องใช้รถบัสในการเดินทางเนี่ยแหละ

    อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับพาสเพิ่มเติมที่ http://www.kintetsu.co.jp/foreign/thai/ticket/krp_plus.html

    ซื้อได้ที่ไหน?

    บัตรพาสทั้งหมดซื้อได้ตามสถานีสาย Kintetsu หรือตาม Tourist Center ของคันไซ หาสถานที่ซื้อบัตรเพิ่มเติมที่ http://www.kintetsu.co.jp/foreign/thai/ticket/get.html

    และบางขบวนเป็นสายรถไฟพิเศษที่ต้องเสียเงินเพิ่มขึ้นจากพาสที่มี สามารถซื้อได้ที่สถานีหรือซื้อออนไลน์และอ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.ticket.kintetsu.co.jp/vs/en/e-ticket/

    เช่น Vista Car ขบวนนี้ ความเจ๋งคือที่นั่งและหน้าต่างใหญ่พิเศษมองเห็นวิวด้านนอกได้หมดเลย และกลางขบวนมีเก้าอี้แบบโซฟานั่งล้อมวงคุยกันได้ด้วย เจ๋งมากๆ

    dsc03142

    dsc03143

    dsc03145

    dsc03147

    และเรามารีวิวการใช้บัตร Kintetsu Rail Pass Plus กัน ไปที่ๆต้องใช้บริการสายนี้เท่านั้นถึงจะไปถึงคือหมู่บ้านนินจา Iga แน่นอนว่าเราต้องฝึกนินจากันกลางเขาลึกเหมือนของจริงเลย เราเดินทางด้วยสาย Kintetsu จากสถานี Osaka เปลี่ยนขบวนที่สถานี Tsuruhashi และลงที่สถานี Akameguchi

    dsc02939 dsc02942

    เรานั่งแท็กซี่ต่อไปที่จุดฝึกนินจากันที่ตรงนี้จะเรียกว่าหมู่บ้าน Akame เป็นหมู่บ้านต้นกำเนิดของนินจาสายอิงะที่นี้เป็นสถานที่ฝึกเมื่อสมัยสงครามจริงๆเลย ใครชอบดูการ์ตูนน่าจะพอรู้จักบ้างล่ะ หรือที่ดังๆ คงฮาโตริ ก็นินจาสายอิงะ

    • ค่าสมัครผู้ใหญ่ 1700 เยน เด็ก 1550 เยน รวมชุดนินจาแล้ว ถ้าไม่แต่งชุดนินจาลด 700 เยน แต่ถ้าไม่ทำกิจกรรมอยากใส่แค่ชุดนินจาก็ 700 เยนเท่านั้น
    • ใช้เวลาฝึกประมาณ 1 ชม.ครึ่ง
    • ต้องจองผ่านอีเมลอย่างน้อย 2 วัน ผ่าน

      ecotour@akame48taki.com หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://ninja-valley.com

    dsc02952

    มีให้เลิอกหลายสีมาก

    dsc02957

    เครื่องแต่งกายครบมีทุกส่วน อุปกรณ์ครบ เหมือนแต่งชุดนินจาจริงๆเลย

    dsc02955

    ไปสถานที่ฝึกกัน

    dsc02959

    ที่ฝักจะอยู่กลางป่าเขา

    dsc02961

    ฝึกเป่าเข็มพิษ พอได้ลองจริงๆ อันตรายเหมือนกันนะ

    dsc02966

    ฝึกข้ามกำแพงแบบนินจา

    dsc02980

    ฝึกทรงตัว

    dsc02990

    ฝึกปืนป่าย และกระโดดลงมา

    dsc03001

    ฝึกวิชาลับของนินจาหรือเรียนรู้วิธีซ่อนหลบ ประตูกลต่างๆ

    dsc03018

    และแน่นอนฝึกปาชูริเคน พอเรียนจบก็มีม้วนคัมภีร์ให้ว่าคุณสำเร็จวิชานินจาแล้วนะ นอกจากนี้ยังมีฝึกแบบต่างๆอีกเยอะ มักจะมีเด็กๆมีฝึก เหมือนมาเข้าค่ายกันเลย

    dsc03022

    ร้านอาหารประจำหมู่บ้านนี้ ร้าน Dainichiya

    dsc03024 dsc03027

    เป็นอาหารใช้วัตถุดิบบนเขา มีความเป็นอาหารสุขภาพมากๆ อร่อย

    dsc03029 dsc03033

    และที่กลางหุบเขานี้ยังขึ้นชื่อเรื่องน้ำ Akame ที่มีถึง 48 ชั้น และมีตัวซาลาแมนเดอร์ยักษ์ญี่ปุ่นอาศัยอยู่ด้วย

    dsc03043

    อย่าคิดว่ามันเหมือนตัวที่เราเห็นตามจตุจักร มันตัวใหญ่มากยาวเกือบ 2 เมตรได้ ใหญ่จริงๆ

    dsc03045

    และเราเดินไปต่อที่น้ำตก Akame แต่ช่วงเราไปฝนตกพอดี ปกติน้ำนิ่งจะเห็นแม่น้ำทั้งหมดเป็นสีเขียวหมดเลย หรือถ้าช่วงที่สวยที่สุดคือช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่นี้จะกลายเป็นสีส้มทั้งหมด คนจะมาเที่ยวที่นี้เยอะมาก เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี และช่วงกลางคืนมีเปิดไฟชมบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วย

    dsc03057 dsc03058 dsc03068

    และเราไปต่อมีเมือง Matsusaka หลายคนคงเคยคุ้นหูกับชื่อนี้ ใช่แล้วมันคือเมืองที่เป็นต้นกำเนิดเนื้อชื่อดังของญี่ปุ่น เนื้อมัตซึซากะ นั้นเอง เมืองนี้เรามาเพื่อกินเนื้อโดยเฉพาะ!!

    dsc03079 dsc03080

    Matsusaka

    มัตซึซากะ เป็นเมืองที่เงียบกว่าที่คิด ปกติเมืองนี้เป็นเมืองค่อนข้างเล็ก แต่ทุกคนทั้งญี่ปุ่นรู้จักและมาเที่ยวที่นี้ได้เพราะเมืองนี้ผลิตเนื้อคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นนั้นเอง เนื้อมึตซึซากะ เนื้อลายหินอ่อน ที่แทบละลายในปาก

    dsc03085

    Shou tou an

    ร้าน Shoutouan เป็นร้านอาหารประเภทไคเซกิ อาหารชุดแบบญี่ปุ่น ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเอาวัตถุดิบท้องถิ่นมาทำอาหารอย่างละเมียดละไม ลิ้มรสรสชาติวัตถุดิบอย่างเต็มที่ แถมตัวร้านยังไม่ธรรมดาเป็นบ้านเก่าตั้งแต่สมัยยุคเอโดะ ทั้งร้านเต็มไปด้วยของเก่า และของที่หายากคือบานกระจกประตูทำมือจากยุคสมัยเอโดะ แน่นอนว่าประเมินค่าไม่ได้ ทานอาหารดีๆ ในบรรยากาศดีๆ มันดีจริง

    เราสั่ง Matsusaka Dinner Course 4320 เยน ประกอบอาหารเรียกน้ำย่อย ปลาย่าง ซาซิมิ เทปุระ สุกี้ยากิ จานนึ่ง จานอาหารดอง ข้าว ซุปมิโซะ และจบด้วยของหวาน

    รายละเอียดเพิ่มเติม http://shoutouan.com/index.html (ภาษาญี่ปุ่น)

    dsc03096 dsc03097

    บานประตูที่เขาบอกว่าทำตั้งแต่สมัยเอโดะ ข้างนอกเป็นสวนแบบญี่ปุ่น

    dsc03103

    จานแรกเป็นปลาย่าง กุ้มต้ม มันบดหวาน และหมึกดองวาซาบิ เรียกน้ำย่อยเบาๆ

    dsc03107

    ซาซิมิ ปลาไท ปลาหมึก อีกอันไม่แน่ใจว่าเป็นมากุโร่หรือเปล่า

    dsc03108

    จานนี้ค่อนข้างแปลก เป็นเหมือนเป็นมันหุ้มไก่สับข้างใน อร่อยดี

    dsc03111

    นี่เต้าหู้ อร่อย รสละมุนมีตัดด้วยวาซาบิ

    dsc03112

    และมาแล้วพระเอกของเราเนื้อมัตซึซากะ เกรด A5 ถือว่าดีที่สุดแล้ว มาแผ่นเดียวแต่ขนาดเท่าฝ่ามือได้ ดูลายมันซิ แค่เห็นก็ละลายแล้วววว

    dsc03123

    มาพร้อมใบเซอ ว่าเรากินวัวตัวนี้นะ ฮ่าๆ

    dsc03116

    เริ่มสุกแล้วววว

    dsc03126

    ตีไข่รอ

    dsc03127

    จิ้มมมมมมมม

    dsc03128

    เจอไข่พร้อมเนื้อ แบบว่าละลายยยยยยย ไม่ต้องเคี้ยวเลย ดีมาก

    dsc03130

    จานต่อมาเป็นจานรสเปรี้ยว สาหร่ายในน้ำส้ม

    dsc03133

    ไข่ตุ๋น

    dsc03134

    และเทมปุระ ดูเหมือนน้อยแต่อิ่มมากกกกก ดูลืมถ่ายของหวานเลย เป็นส้มสดๆ หวานมาก ชื่นใจ ถือว่าเป็นเป็นมื้อที่คุ้มค่ามากๆ ในเมืองยังมีร้านเนื้ออีกหลายร้านที่น่าสนใจ อยากจะไปลองให้หมดจริงๆเลย

    dsc03135

    สนใจข้อมูลเพิ่มเติม http://www.kintetsu.co.jp/foreign/english/ticket/index.html มีภาษาไทยด้วยนะ!

    dsc02950


    Keihan Sightseeing Pass

    เป็นสายที่คนไทยน่าจะรู้จักน้อย แต่คนญี่ปุ่นหลายคนใช้เยอะ เพราะเป็นสายที่ Local มากๆ จะวิ่งอีกเส้นหนึ่งไปเลยแต่เราอยากแนะนำตั๋วของสายนี้เพราะราคาถูกมาก และวิ่งไปตามจุดที่เที่ยวสำคัญของเกียวโต แบบว่าเป็นสถานรถไฟที่ใกล้ที่เที่ยวอย่างวัดน้ำใส Kiyomizu กับ ศาลเจ้าโทริอิพันต้นยอดฮิต Fushimi-Inari นั้นเอง เราเลยแนะนำเลยเหมาะสำหรับคนมาเที่ยวเกียวโตอย่างมาก จุดเริ่มต้นของสถานีสาย Keihan คือสถานี Yodoyabashi ก็ห่างจาก Namba สถานีเดียวเท่านั้น

    dsc03158

    dsc03154

    Keihan Kyoto – Osaka Sightseeing Pass

    • 1 Day ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก 350 เยน
    • 2 Days ผู้ใหญ่ 1000 เยน เด็ก 500 เยน
    • ตั๋วเฉพาะใน Kyoto ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 250 เยน
    • และแน่นอน พาสเป็นส่วนลดค่าเข้าได้อีกด้วย อ่านต่อที่http://www.keihan.co.jp/travel/en/tickets/special-coupons

    สามารถอ่านละเอียดพาสได้เพิ่มเติมที่ http://www.keihan.co.jp/travel/en/tickets/special

    screen-shot-2560-11-26-at-2-42-31-pm

    แบบ Kyoto Osaka จะครอบคลุมตั้งแต่โอซาก้า ถึงเกียวโต สามารถไปเที่ยวทั่วเกียวโตได้ด้วยพาสนี้

    screen-shot-2560-11-26-at-3-43-59-pm

    ส่วนแบบ Kyoto ก็จะตัดส่วนโอซาก้าไป หลักๆก็เริ่มจาก Tofukuji ติดสถานีหลักเกียวโต เหมาะสำหรับคนที่ค้างอยู่เกียวโตแล้วต้องการเที่ยวส่วนต่างๆของเกียวโตเช่นไป Uji เหมาะอย่างมาก

    screen-shot-2560-11-26-at-3-44-46-pm

    แต่ความพิเศษจริงๆของสายนี้คือมีพาสรวมกับที่เที่ยวด้วย

    • มีเด่นๆตั๋วต่อสาย Biwako เป็นพาสร่วมทำให้เราไปสายรถไฟ Otsu รอบๆทะเลสาบบิวะได้
    • หรือตั๋วต่อไป Arashiyama  ก็ได้
    • และยังมีอีกหลายตัวที่น่าสนใจอยู่ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก http://www.keihan.co.jp/traffic/valueticket/global/en/

    ตัวอย่างที่เราเคยไปคือพาส  Osaka, Kyoto, Lake Biwa “Mizu no michi” 1 – Day Ticket + Michigan เป็นตั๋วเดินทางไปถึงชิกะได้ รวมถึงได้นั่งเรือกลไฟ Michigan ล่องทะสาบบิวะอีกด้วย

    • ราคา ผู้ใหญ่ 3300 เยน เด็ก 1650 เยน ปกติราคารวมทั้งหมดก็ 4830 เยนแล้ว ถูกลงไปเยอะมาก
    • แถมได้คูปองราคา 1000 เยนเพื่อใช้จ่ายบนเรือ หรือที่ร้านค้าตรงท่าได้อีกด้วย คุ้มมากมาย (ราคาเด็กจะได้ 500 เยน)
    • รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.keihan.co.jp/traffic/valueticket/global/en/pdf/siga-mizunomichi1dayticket_michigan-201704.pdf

    dsc03148

    เรานั่งสาย Keihen มาลงสถานี Sanjo Keihan และเปลี่ยนขบวนเป็นสาย Keishin Line เพื่อลงสถานี Hamaotsu station เพื่อไปท่าเรือ Machigan

    dsc03160

    Michigan Cruise

    มาถึงท่าเรือ Michigan แล้วเป็นเรือกลไฟโบราณที่จำลองขึ้นมาเหมือนของจริงที่รัฐมิชชิแกน อเมริกา

    ปกติค่าขึ้นเรืออยู่ที่ 2780 เยนแล้ว และเรามาทานอาหารกลางวันที่นี้ด้วยในราคา 2700 เยน เป็นแบบ Buffet อาหารถือว่าดีและสดมาก มีเครื่องดื่มให้เลือกหลายอย่างยกเว้นแอลกอฮอล์ สามารถนั่งทานได้เรื่อยๆ ตั้งแต่เรือเริ่มออกจนเรือกลับเข้าท่า ถือว่าคุ้มอยู่

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.biwakokisen.co.jp/en/michigan.html

    dsc03169

    อาหารสดมากจริงๆ และอร่อยหลายอย่าง อาหารจะเป็นสไตล์ยุโรปให้เข้ากับบรรยากาศเรือ

    dsc03181

    ภายในแต่งเหมือนแบบเก่าเลยdsc03182 dsc03188

    เรือมีทั้ง 4 ชั้น ดาดฟ้าออกนั่งรับลมชมวิวทะเลสาบได้

    dsc03185

    dsc03190

    ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเรือก็กลับเข้าท่า จากนั้นเราไป Oumijingumae station เพื่อไปศาลเจ้า Oumi

    dsc03201

    ความน่ารักของสายนี้คืออยู่ดีๆย้ายจากรางมาวิ่งบนถนนเฉย

    dsc03196

    Oumi Shrine

    เป็นหนึ่งในศาลเจ้าสำคัญแห่งเมือง Otsu สร้างช่วงปี 1940 เพื่ออุทิศให้แก่จักรพรรดิ Tenji พระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงมาที่เมือง Otsu ชั่วคราว และเป็นคนคิดค้นนาฬิกาน้ำแบบญี่ปุ่น ที่ศาลเจ้าแห่งนี้เลยมีพิพิธภัณฑ์นาฬิกาอีกด้วย แถมช่วงนี้จะเห็นเด็กๆใส่ชุดยูกาตะมาเที่ยวที่นี้เยอะ เพราะมีหนังเกี่ยวกับศาลเจ้านี้มาถ่ายทำที่นี้ และดังมาก ที่นี้เลยจะเห็นเด็กๆเยอะ ภายในใหญ่และสวยงามมาก

    อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ http://oumijingu.org/publics/index/#googtrans(ja%7Cen)

    dsc03204 dsc03210 dsc03222 dsc03228 dsc03226

    พิพิธภัณฑ์นาฬิากาแบบต่างๆ มีทั้งแบบยุคเก่า กลางแจ้ง จนถึงสมัยใหม่ และมีโรงเรียนสอนทำนาฬิกาอีกด้วย

    dsc03232 dsc03233 dsc03236

    Gekkeikan

    ระหว่างขากลับเข้าโอซาก้า เราลงที่สถานี Chushojima เราแวะที่โรงเหล้า Gekkeikan เป็นโรงเหล้าเก่าแก่ของเกียวโต สาเกที่นี้ติดอับต้นๆของประเทศเลยทีเดียว ที่นี้เปิดมาแล้วตั้งแต่ปี 1637 ตั้ง 300 กว่าปีแล้ว ที่มาตั้งตรงนี้เพราะน้ำในบริเวณนี้ดีที่สุด การทำสาเกที่ดีต้องมีน้ำที่ดี และข้าวที่ดี ซึ่งที่เมืองนี้มีครบ

    ใน Gekkeikan เป็นโรงบ่มเหล้าสาเกแบบดั้งเดิม ยังคงใช้วิธีดั้งเดิมในการบ่มสาเก เปลี่ยนแค่วัสดุ หรืออุปกรณ์ที่ทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงยึดแบบแผนดั้งเดิมอยู่ สาเกที่นี้มีความพิเศษคือรสชาติจะนุ่มที่สุด เรียกว่ามาออกรสแรงเหมือนสาเกญี่ปุ่นทั่วไป ใครสนใจมาดูมาชิมได้เลย

    ข้อมูลเพิ่มที่ http://www.gekkeikan-sake.com/index.cfm?

    dsc03241 dsc03242 dsc03244 dsc03246 dsc03248 dsc03251


    Kansai One Pass

    ตัวนี้ไม่ใช่พาส แต่เป็นบัตรแบบ IC Card คือบัตรเติมเงินใช้ผ่านตู้อัตโนมัติได้เลย จะขึ้นรถไฟ ตู้กดน้ำ เซเว่น ใช่จ่ายได้หมดทั่วญี่ปุ่น แต่ความเจ๋งของบัตรอะตอมแมนนี้ คือ มีได้เฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้นและใช้ลดค่าเข้า ลดร้านอาหาร ลดหลายอย่างมาก บางที่ได้ของแถมอีก ทั่วทั้งคันไซเลย มีไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะไม่มีวันหมดอายุ ควรมีพกไว้จริงๆ

    • ราคา 2000 เยน ใช้ได้ 1500 เยน 500 เยนค่าบัตร

    อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://kansaionepass.com/en/ อ่านดีๆ เพราะสิทธิมาเยอะมาก

    dsc03530 dsc03528

    จบแล้วกับรีวิวบัตรราคาถูกที่เหมาะกับการเที่ยว 1 วันจากโอซาก้า ไว้โอกาศหน้าจะแนะนำพาสอื่นๆอีก ยังมีอีกเยอะมากมาย เต็มไปหมด ถ้าเราหาข้อมูลเจอ เราจะประหยัดเงินค่าเดินทางไปได้เยอะ

    ไว้เจอกันใหม่

     

    RELATED STORIES