Autumn South Hokkaido เส้นทางใบไม้ เปลี่ยนสีฮอกไกโดใต้

[Go!Graph x JNTO] Autumn South Hokkaido เส้นทางใบไม้เปลี่ยนสี ฮอกไกโดใต้

ฮอกไกโดใต้

ทริป เส้นทางใบไม้ เปลี่ยนสี ฮอกไกโดใต้ Chitose – Noboribetsu – Onuma – Hakodate – Sapporo

แต่อากาศแปรปรวน เลยยังเขียว ฮา เพราะงั้นใครอยู่ฮอกไกโดตอนนี้ อ่านรีวิวแล้วตามเรา เห็นใบไม้เปลี่ยนสี พีคแน่นอน ช่วงตั้งแต่ปลายเดือน ตค. – ต้น พย.

หลักๆเราอยู่ที่เมือง Hakodate เมืองที่ปีนี้คนญี่ปุ่นโหวตว่า เป็นเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดในญี่ปุ่น!

เส้นทางนี้ใช้เวลา 4 วัน เราสรุปแบบย่อๆ กันก่อน

Day1 Chitose – Noboribetsu
Day2 Noboribetsu – Onuma – Hakodate
Day3 Hakodate – Yunokawa Onsen
Day4 Hakodate – Sapporo

Day 1 เริ่มจากสนามบิน New Chitose เราเดินทางด้วยสายการบิน ThaiAirAsiaX แล้วนั่งรถไฟไปเมืองออนเซนชื่อดัง Noboribetsu ไปเที่ยวเมืองซามูไร Jidaimura แล้วไปแวะทักทายหมี ที่ Bear Park จบตอนเย็นที่บ่อน้ำพุร้อน Jigokudani แล้วไปพักแช่ออนเซนส่วนตัวที่โรงแรม Noboribetsu Grand Hotel

Day 2 เดินทางไปทะเลสาบ Onuma แหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีชื่อดังในโซนนี้ แล้วมาถึง Onuma ก็ห้ามพลาดกับดังโงะชื่อดังของ Onuma มาถึงแล้วต้องกิน อร่อย! ต่อจากนั้นเราก็ไปเล่น Zipline กลางป่า จบแล้วเข้าเมือง Hakodate ไปเดินเล่นย่านโกดังเก่า Kanemori แล้วก็ขึ้นไปชมวิวเมืองหลักล้านบนยอดเขาที่จะเห็นวิวเมืองทั้งเมืองเลยทีเดียว

Day 3 มาถึง Hakodate แล้วก็ห้ามพลาดตลาดเช้า ที่อาหารทะเลสดมากๆ ห้ามพลาดกับปลาหมึกของขึ้นชื่อที่นี้ ที่หวาน กรอบ สดมาก ไม่เหมือนที่อื่น แล้วก็ไปขึ้นหอคอย Goryukaku ไปชมวิวป้อมดาวห้าแฉก แล้วไป MUJI สาขาใหญ่ที่สุดในฮอกไกโดที่ Share Star บ่ายเราไปที่สวน Miharashi ไปชมอุโมงค์เมเปิ้ลเปลี่ยนสีกว่าพันต้น แต่เราดันไปเร็วไป เขียวอยู่! ฮา เย็นไปพักที่ Yunokawa Onsen แหล่งออนเซนชื่อดังของฮาโกเตะ

Day 4 เรากลับไปที่เมือง Sapporo ไปทานซุปแกงกระหรี่ของร้าน Cororo ที่เราบอกเลยว่าห้ามพลาด ใครคิดถึงอาหารไทยต้องไปลอง อร่อยมาก! เหมือนแกงไทยมาก แล้วก็ช๊อปปิ้งให้พอ พักที่เมืองซัปโปโร

Day 5 กลับไปที่สนาม New Chitose กลับบ้านเราด้วยสายการบิน ThaiAirAsiaX บินตรงทุกวัน ดอนเมือง – ซัปโปโร


Day 1 Bangkok – Chitose – Noboribetsu

เราออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง เวลา 23.55 ด้วยสายการบิน ThaiAirAsiaX  

มีเที่ยวบินตรง สู่ สนามบิน New Chitose  ทุกวันใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เวลาที่ญี่ปุ่นจะเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง

สนใจจองเที่ยวบินที่ www.airasia.com/th/th/home.page

New Chitose Airport

ถึงสนามบิน New Chitose ประมาณ 8.40 ใช้เวลาผ่านตม.ไม่นานมาก ไม่เกินครึ่งชม. เดินออกมาผ่านประตู ถ้าไม่ต้องรีบมากก็แวะมาหาข้อมูลเที่ยว Hokkaido ได้ ที่ Tourist Information Center สงสัยอะไรถามได้หมด หยิบแผนที่ หรือบางทีก็อาจได้ข้อมูลพิเศษๆ เช่น พวกงานเทศกาล หรือ ที่ลับๆที่เราอาจะไม่รู้มาก่อนได้จากที่นี้

อยากหาข้อมูลไรเพิ่มอีกเขาก็มี ไอแพด บริการอีกด้วย มีแป้นแบบภาษาไทยด้วย

ข้อมูลที่เที่ยวลับๆ ก็ได้จากแผ่นพับพวกนี้แหละ

คนฮอกไกโดฝากมาบอกว่า Genki Hokkaido! สบายดีฮอกไกโด!

แวะมาเจอโดเรมอนข้างหน้าแปป ที่นี้มีพิพิธภัณฑ์โดราเอมอนด้วย Doraemon WAKUWAKU SKY PARK เปิด 10.00 น.

ลงมาด้านล่างสถานีรถไฟ JR จะอยู่ฝั่งอาคารในประเทศ ไปแลก JR Pass ครั้งนี้เราใช้แบบ JR Hokkaido Pass 5 days 

เราเดินทางจากสนามบิน New Chitose ไป Noboribetsu ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง


Noboribetsu

Noboribetsu เป็นแหล่งออนเซนขึ้นชื่ออันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นเลยทีเดียว เชื่อว่ามีแร่ธาตุ บำรุงร่างกายที่ดีมากที่สุดแหง่หนึ่ง เข้ามาสถานีจะเห็นสัญลักษณ์เป็น ยักษ์ อยู่เต็มไปหมด เพราะคนญี่ปุ่นเชื่อว่า บ่อน้ำพุร้อนคือปากทางของนรกนั้นเอง เวลาไอนน้ำพุ่งออกมาก็จะมีเสียงดัง คนญี่ปุ่นสมัยก่อนก็เชื่อว่าเป็นเสียงของยักษ์นั้นเอง เพราะงั้นทั่วเมือง Noboribetsu ก็จะเจอยักษ์อยู่ทั่วเต็มไปหมด

การเดินทางหลักๆ ในเมืองคือนั่งรถบัส รอบละ 10-15 นาทีเท่านั้น รอไม่นาน ราคาตามระยะทาง 190 -340 เยน เวลาขึ้นก็ขึ้นประตูกลางดึงตั๋วออกมา อยากรู้ว่าราคาเท่าไรก็ดูที่จอด้านหน้ารถ ราคาขึ้นเรื่อยๆตามระยะทาง เราจะลงป้ายไหนก็จ่ายตามราคาตามเลขบนตั๋วเลย เทียบตามหน้าจอเอา จ่ายที่คนขับเลย


Noboribetsu Date Jidaimura

ธีมปาร์คย้อนยุตสมัยเอโดะ โดยจำลองเมืองของ ดาเตะ มาซามุเนะ

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://edo-trip.jp/th/

สามารถนั่งรถบัสมาถึงได้เลย

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 2,900 เยน เด็ก 1,600 เยน เด็กเล็ก (ต่ำกว่า 4 ปี) 600 เยน

ภายในเป็นการจำลองบ้านสมัยเอโดะหลายหลัง เป็นหมู่บ้านๆหนึ่งเลยทีเดียว ทุกบ้านก็มีการใช้งานจริง เป็นร้านอาหาร ร้านค้า หรือที่ทำกิจกรรมต่างๆ

กิจกรรมที่ไม่อยากให้พลาดเลยคือ การแต่งตัวแบบสมัยโบราณ มีหลายชุดมากให้เลือก แล้วพอแต่งชุดแบบนี้ เมื่อเจอกับพนักงานในเอโดะ ที่แต่งชุดโบราณก็อาจจะมีมาเล่นกับเราด้วยนะ เช่นประลองดาบกัน

การแสดงของนินจา

มุมถ่ายรูปเยอะจริงๆ ถ้ามาแล้วก็ถ่ายรูปกันนะ

ของกินมีให้ทานหลายอย่าง อร่อยๆทั้งนั้น

Noboribetsu Bear Park

เราเดินทางด้วยบัสต่อออกจาก Date Jidaimura ไปลงที่ตัวเมือง Noboribetsu แล้วไปเก็บของให้เรียบร้อยที่โรงแรม แล้วเดินไปต่อที่กระเช้า Noboribetsu Bear Park 

ค่าขึ้นไปกลับคนละ 2,592 เยน

ระหว่างขึ้นกระเช้าก็ชมวิวไปด้วย

หมีที่นี้มีกว่า 100 ตัวสามารถชมหมี และให้อาหารหมีได้ โดยหมีแต่ละตัวจะมีท่าเฉพาะตัวเวลาขออาหารด้วย ใครไปก็ลองเล่นกับมันนะ

ใกล้ขนาดนี้ ได้ยินเสียงหายใจของหมีเลย ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเจอในป่าจะเป็นไง ตัวใหญ่มาก

ขาลงกระเช้า งามๆ พระอาทิตย์ตกพอดี

Noboribetsu Jigokudani

มาถึงนี้แล้วทุกคนต้องมา Noboribetsu Jigokudani หุบเขานรกที่มีไอน้ำพุ่งออกมาสวยงาม มีเส้นทางเดินสั้นๆ ไปนั่งแช่เท้าออนเซนในลำธารได้

Noboribetsu Grand Hotel

หนึ่งในโรงแรมออนเซนใหญ่ที่สุดของโนโบริเบทสึ ขึ้นชื่อเรื่องความหลากหลายของบ่อออนเซน มีทั้งในร่มและกลางแจ้ง ถึง 9 แบบ มีน้ำแตกต่างกันถึง 3 แบบ ไม่ควรพลาดกับออนเซนกลางแจ้งท่ามกลางต้นเมเปิ้ล และในห้องมีออนเซนแบบส่วนตัวด้วย ซึ่งห้องมีหลากหลายแบบให้เลือก ฟินๆกันไป

ห้องมีหลายแบบทั้งแบบญี่ปุ่น และตะวันตก หรือผสมกัน

มื้อเย็น มีบุฟเฟ่ต์บริการ อยากบอกว่าดีงามมากๆ อาหารทะเลสดของฮอกไกโดมากมาย และมีปูอีกด้วย!

อาหารเช้าก็ดีไม่แพ้กัน เป็นโรงแรมที่แนะนำเวลามา Noboribetsu จ้า

Day 2

Onuma Pond

นั่งรถไฟจาก Noboribetsu มาลงที่สถานี Onuma Koen บึงโอนุมะเป็นบึงขนาดใหญ่อยู่ด้านบนของฮาโกดาเตะ เป็นสวนที่เหมาะแก่การมาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สุดแห่งหนึ่งในฮอกไกโด ที่สำคัญแถวนี้เป็นแหล่งผลิตนม ที่อร่อยมาก!!! มาถึงแล้วห้ามพลาดทานนมกัน

ช่วงที่เราเหมือนจะเร็วเกินไป ฮาๆ เลยเห็นเปลี่ยนสีบางต้นเท่านั้น

และมาถึงห้ามพลาด Onuma Dango ดังโงะจิ๋วแห่งโอนุมะ คนญี่ปุ่นมาถึงที่นี้ต้องซื้อกลับไปคนละกล่องสองกล่องกันหมดเลย เป็นดังโงะลูกจิ๋วๆ ในซอสโชยุ หรือ งา อร่อยดี

นม อร่อยยยย มากกก

แถวโอนุมะยังเป็นแหล่งทำกิจกรรมด้วย ไม่ว่าพายแคนู หรือโหนสลิงผ่านต้นไม้

จากนั้นเรานั่งรถไฟต่อเข้าสู่เมือง Hakodate

Hakodate

เมืองท่าสำคัญตั้งแต่อดีต มีประวัติศาสตร์มากมายสำหรับเมืองนี้ และเคยได้รับการโหวตจากคนญี่ปุ่นว่าเป็นเมืองที่น่ามาเที่ยวมากที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ซึ่งจริง เพราะสำหรับเราแล้ว เคยมาเมืองฮาโกดาเตะแล้วถึง 5 รอบด้วยกัน เพราะบรรยากาศ และอาหารทะเลอร่อยๆนั้นเอง

เมื่อมาถึงแล้วก็ขึ้น Hakodate Ropeway เพื่อชมวิวหลักล้าน หนึ่งในวิวสวยที่สุดของญี่ปุ่นกัน

แล้วก็มาเดินย่านตึกแดง Kanemori เป็นย่านโกดังท่าเรือเก่า ที่ตอนนี้นำมาปรับเปลี่ยนเป็นร้านค้า ร้านอาหาร

Day 3

Hakodate Morning Market

และมาถึงฮาโกดาเตะ แล้วอย่าพลาดกับตลาดเช้าฮาโกดาเตะ ที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลสดๆมากมาย โดยเฉพาะปลาหมึก ถือว่าเป็นของขึ้นชื่อของฮาโกดาเตะ เนื้อหวาน กรอบมากๆ

กิจกรรมตกหมึก และแล่สดๆ ให้เราทาน อยากบอกว่าเนื้อหวานจริงๆ

ร้านกาแฟสุดฮิป ที่มาตั้งในตลาดปลา คุณอาค่อยๆดริปให้ทาน อยากดื่มกาแฟดีๆ แนะนำจ้า

ข้าวหน้าหมึก อร่อยมากๆๆๆๆ หวาน กรอบ

และเมล่อน ฮอกไกโดดังเรื่องผลไม้มากๆ ยิ่งถ้ามาช่วงฤดูร้อนนะ ตลาดจะเต็มไปด้วยผลไม้นานาชนิด

แล้วมาขึ้นหอคอย Koryokaku  เพื่อชมป้อมดาวตั้งสมัยโบราณ ถือว่าเป็นป้อมที่ทันสมัยมากๆในสมัยนั้น แถมสามารถทำได้ทรงสมมาตรพอดี โดยไม่สามารถมองจากด้านบนได้ ถือว่าเก่งมากๆ

และที่ป้อมดาวแห่งนี้ เป็นแหล่งชมซากุระที่สวยมากในญี่ปุ่นอีกด้วย บานช่วงปลายเมษาถึงต้น พค.

ภายในสวนของป้อมดาว จะมีจวนเจ้าเมืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ด้วย สามารถเข้าไปชมด้านในสวยมาก

เดินไม่ไกลจากป้อมดาว ที่ห้าง Share Star มี MUJI สาขาใหญ่สุดในฮอกไกโด ของเยอะมากๆ

เนินที่ทุกคนต้องมา Motomachi Hachiman Saka

ถนนแถวมีคาเฟ่ดีๆมากมาย แอบอยู่ตามบ้านสมัยเก่า

Yuhi Cafe คาเฟ่ในบ้านเก่ามีวิวพระอาทิตย์ เป็นคาเฟ่ชา และขนมญี่ปุ่น เราบอกเลยว่าอร่อยสุดๆ การเดินทางมายากนิดหนึ่ง เดินประมาณ 500 เมตรจาก Motomachi

Miharashi Park

สวนขนาดใหญ่ในเมืองฮาโกดาเตะ เป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีขึ้นชื่อที่สุดของฮาโกดาเตะ แต่เราไปแล้วเร็วไปนิดหนึ่ง เลยยังคนเขียวอยู่ ออกเหลืองอ่อนๆ จะเปลี่ยนสีประมาณปลาย ตค. ทุกปี ถึงเขียวๆแต่ก็สวยอยู่ดี

Yunokawa Onsen

แหล่งออนเซนนอกเมืองฮาโกดาเตะไปประมาณ 1 กิโล เป็นออนเซนตั้งอยู่ติดทะเล บรรยากาศสบายๆ หลายโรงแรมมีออนเซนกลางแจ้งชมวิวทะเลไปเพลินๆ ยิ่งตอนอาทิตย์ตกยิ่งฟิน

     

Day 4 -5

กลับเข้าสู่เมือง Sapporo ในเมืองซัปโปโรก็มีที่เที่ยวเยอะแยะแล้วแต่เราจะเลือกไปกัน สวน Maruyama สวน Odori ย่านกินดื่ม Susukino ตรอกราเมง ย่านการค้า Tanukikoji เยอะไปหมด หรือจะแถวสถานีซัปโปโร ร้านก็เยอะ

แต่ครั้งนี้เรามาลองร้านแกงกระหรี่ Cocoro เป็นอาหารท้องถิ่นของซัปโปโร เรียกว่า Soup Curry เราได้กินครั้งแรกที่นี้ บอกเลยว่าอร่อยมากกกกกกกกก คิดถึงอาหารไทย แนะว่ามากินเลย กินแกงกับข้าว อร่อยสุดๆ ไม่ผิดหวังเลย

แล้วก็จบแล้วกับทริปเที่ยวฮอกไกโดฤดูใบไม้เปลี่ยนสีด้วย Jr Hokkaido Pass 5 Days เส้นทางต่างๆ สามารถปรับเปลี่ยนได้แล้วแต่อยากจะไปอย่างโอตารุก็น่าไป

Scroll Up
logo