[Go!Graph x BangkokAirways] Phu Quoc | เกาะฟู้โกว๊ก เที่ยวชีวิตดีเกาะสวรรค์เวียดนามใต้
Phu Quoc เกาะฟู้โกว๊ก ฟูก๊วก ฟูโก๊ก อืม สรุปจะออกเสียงอะไรก็ออกเสียงไปเหอะ เอาเป็นว่าเราเข้าใจกันนะ เราจะเขียนว่า ฟู้โกว๊ก ชื่อเกาะนี้อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคนไทยซักเท่าไร แต่ในหมู่ฝรั่ง คนต่างชาติแล้ว เวลาที่เขามาเวียดนามกัน จุดมุ่งหมายก็มาเที่ยวที่เกาะนี้กัน ที่เขาว่าเป็น ไข่มุกแห่งเวียดนามใต้
เกาะฟูโกว๊ก เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ตั้งอยู่แถวเวียดนามใต้ ในอ่าวไทย! เออ เราก็เพิ่งรู้ คือเลยจากเกาะช้าง จ.ตราด ประมาณ 200 กิโลเท่านั้น ขนาดใหญ่มาก ใหญ่พอๆกับประเทศสิงคโปร์เลยทีเดียว และด้วยเกาะนี้ครึ่งหนึ่งยังเป็นผืนป่าอุทยานแห่งชาติ เกาะนี้จึงยังคงเป็นธรรมชาติอย่างมาก ถึงตอนนี้จะมีโรงแรมพัฒนาขึ้นเยอะก็ตาม เขาว่ากันว่าเหมือนกับภูเก็ตของเราเมื่อ 50 ปีที่แล้วก็ว่าได้
ชาวบ้านที่นี้ทำประมง เกษตรกรรม และธุรกิจท่องเที่ยวเป็นอาชีพหลัก ของขึ้นชื่อที่นี้คือ น้ำปลาและพริกไทดำ แต่เดิมที่นี้เกาะนี้มีประวัติศาสตร์อยู่ เคยเป็นของกัมพูชามาก่อน และโดนฝรั่งเศสยึดไป จนกระทั่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนยึด และช่วงสงครามโลก เวียดนามก็เข้ามายึดที่นี้และใช้ที่เกาะแห่งนี้เป็นที่คุมขังนักโทษ และสุดท้ายก็ตกเป็นของเวียดนามจนถึงปัจจุบัน
ที่นี้ เกาะฟูโกว๊ก เลยจะมีที่เที่ยวทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ และธรรมชาติมากมายที่ยังคงดีอยู่ จึงเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มาเวียดนามในตอนนี้กัน เรามารีวิวให้ดูกันว่าเกาะนี้มีอะไรบ้าง
เราเดินทางด้วยสายการบิน Bangkok Airways จากสนามบินสุวรรณภูมิ มีบริการ 4 เที่ยวต่อสัปดาห์
สนใจจองตั๋วไปที่ http://www.bangkokair.com/tha เลย
แน่นอนว่าเราบิน Bangkok Airways ตรงรีบวิ่งตรงมาเลานจ์ซิ ปกติจะค่อยๆเดินเข้าตม. แต่มา Bangkok Airways ต้องรีบเข้าเลย เพราะเข้าได้ทุกคนไง
เราได้มาใช้ห้อง Blue Ribbon เป็นสิทธิพิเศษการใช้เลานจ์ชั้นธุรกิจ จะมีอาหารบริการดีขึ้นหน่อย วันนี้ได้กินบะหมี่เป็ดโฟร์ซีซั่นงี้ ชีวิตดี
และที่ขาดไม่ได้ ข้าวต้มมัดในตำนาน บางทีที่อยากบินกับบางกอกบ่อยๆ คงเพราะอยากกินข้าวต้มมัดนั้นแหละ ฮาๆ
เริ่มเดินทางได้ จากกรุงเทพถึงเกาะฟูโกว๊กใช้เวลาประมาณ 1.40 นาที บินแปปเดียวมาก เวลาเวียดนามจะเท่ากับไทยเลย ไม่ต้องปรับอะไร
JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa
เราเดินทางมาถึงเกาะฟูโกว๊ก และเข้าโรงแรมเลยที่ JW Marriott Phu Quoc Emerald Bay Resort & Spa เป็นโรงแรมเครือ Marriott ระดับ 5 ดาวที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน เข้ามาด้านหน้าจะกับสุนัขตัวใหญ่ยักกษ์สัญลักษณ์ของที่นี้ต้อนรับอยู่ด้านหน้า เป็นสุนัขพันธุ์พื้นเมืองของเกาะฟูโกร๊ว ลักษณะคล้ายหลังอานบ้านเรา ที่นี้มีคอนเซปว่าเป็นมหาวิทยาลัย ตามอาคารและที่พัก จึงแบ่งด้วยคณะต่างๆ ด้วยพื้นที่ใหญ่มหาศาลที่นี้จึงมีหลายอาคารมาก กว่าจะเดินทั่วคงใช้เยอะมาก เราพักที่นี้ทั้งหมด 3 คืนด้วยกัน
**แล้วถ้าบินด้วยสายการบิน Bangkok Airways จะได้สิทธิพิเศษ รับส่วนลดค่าห้อง 20% สิทธิอัพเกรดห้องที่ดีขึ้น บริการรับส่งจากสนามบินฟรี และส่วนลดสปา อาหารและเครื่องดื่ม 15%
จองที่พักโดยใช้สิทธิ Bangkok Airways
http://www.marriott.com/hotels/hotel-deals/pqcjw-jw-marriott-phu-quoc-emerald-bay-resort-and-spa/
หรือ ถ้าใครไม่พักก็สามารถเข้าชม
Lobby
มาที่อาคารล๊อบบี้เป็นคณะสัตววิทยา ของประดับต่างๆที่นี้ มีทั้งของเก่าที่พบในบริเวณนี้เพราะแต่เดิมที่นี้เคยเป็นหมู่บ้านที่มีการค้าขายกับต่างชาติอยู่ และบางส่วนก็ซื้อมาจากตามที่ต่างๆ มาประดับตกแต่งทั่วทั้งรีสอร์ท เป็นหนึ่งในรีสอร์ทที่เราคิดว่าจัดได้เต็มที่สุดแล้ว บรรยากาศอาคารนี้จะประดับด้วยสัตว์ และกระเป๋าเดินทาง และหนังสือต่างๆ เหมือนนักวิจัยที่ต้องเดินทางไปตามที่ต่างๆเพื่อสังเกตศึกษาสัตว์
รีวิวนี้เราบอกไว้ก่อนเลยว่าโรงแรมนี้มุมถ่ายรูปเยอะมาก แบบอยู่ 3 วันยังถ่ายไม่หมด งั้นรูปรีวิวนี้จะเยอะหน่อย เน้นบรรยายน้อยๆ ดูรูปเยอะๆนะ
ห้อง Bellroom เป็นห้องแรกที่ลูกค้าจะเจอเหมือนเวลาเข้าโรงเรียน ตอนจะเริ่มต้องมีสั่นกระดิ่ง นั้นเอง
แค่ส่วนล๊อบบี้ก็รู้สึกถึงความเต็ม
Welcome Drink จ้า น้ำอะไรไม่รู้เต็มไปหมด เห็นรูปเดียว แต่มีน้ำอีกหลายอย่างมีกาแฟด้วย
ไม่พอของกินต้อนรับก็มา
มาการอนอีก
และมอสซาเรล่ากับมะเขือเทศอีก ขนาดอาหารต้อนรับยังเยอะ
มาดูบรรยากาศรอบๆกันต่อ
ไม่ใช่แค่ส่วนอาคาร แม้แต่ในห้องน้ำ ทุกอาคารห้องน้ำจะมีคอนเซปของตัวเอง แค่ดูห้องน้ำในรีสอร์ทก็ใช้เวลาเยอะแล้ว
Faculty of Agriculture
ที่ห้องพักของเราเป็นคณะเกษตรกรรม ทุกอย่างในอาคารนี้จึงแต่งโทนสีเขียว ประดับด้วยรูปภาพพืช สัตว์ การเกษตะ และอุปกรณ์การเกษตร คือแค่เดินเข้ามาตึกเดียวมุมถ่ายรูปก็เต็มแล้ว
Emerald Bay View
ภายในห้องพัก ดูยังกับห้องสวีท แต่นี้คือห้องระดับธรรมดาที่สุดในรีสอร์ทนะ
ความสวยของห้องน้ำไม่ธรรมดาจริงๆ
มีอาหารต้อนรับ ขนม กับ ผลไม้
ทุกอย่างในห้องมีกิมมิคแอบอยู่ เฟอร์นิเจอร์ในห้องก็สั่งทำพิเศษหมดให้เข้ากับบรรยากาศห้อง
ทุกห้องสามารถมองออกเห็นวิวทะเลได้
มองเห็นสระหอย ที่นี้สระก็มีหลายสระเหมือนกัน
Lamarck House
มาที่วิลล่า เป็นอาคารของอธิการบดี เป็นห้องพักที่ราคาแพงที่สุดในโรงแรมนี้ และมีสระว่ายน้ำที่ยาวที่สุดด้วย ประกอบด้วยห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องอาบน้ำ ระเบียง สระน้ำ ทุกอย่างใหญ่ เยอะ ทั้งหลัง
Deluxe Emerald Bay View
ห้องพักคณะเกษตรกรรม แต่เป็นห้องสวีท เป็นห้องที่จะอยู่ตรงหัวมุมของอาคาร มีพื้นที่เยอะกว่ามาก มีพื้นที่ระเบียงเยอะ และมี 2 ห้องนอนอีกด้วย
Turquoise
ห้องสวีทคณะสัตว์เปลือกแข็ง หรือคณะหอยนั้นแหละ เป็นอาคารที่อยู่พอดีตรงสระหอยพอดี ห้องแต่งด้วยสีเทอควอยน์ทั้งห้อง มีห้องรับแขกใหญ่พิเศษ ดูบรรยากาศตามรูปเลยเนอะ ไม่รู้จะบรรยายความเว่อร์ของที่นี้ยังไง ฮาๆ
Pool Villa
มาถึงส่วนของ PoolVilla จะไม่ติดกับทะเล แต่จะมีสระส่วนตัวด้านใน เป็นวิลล่ามีครบทุกอย่างเหมือนวิลล่าหลังใหญ่ แต่เล็กกว่านั้นเอง วิลล่ามีอยู่หลายหลัง จะแบ่งไปตามคณะต่างๆ อย่างหลังนี้เป็นคณะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
วิลล่าคณะประมง ทั้งหลังแต่ด้วยปลา ปลา ปลา เต็มไปหมด ชอบหลังนี้มาก สวย
Tempus Fugit
มาถึงอาหารบ้าง อาหารที่โรงแรมก็เยอะมากเช่นกัน แล้วแบบมีหลายห้องอาหาร หลายสไตล์ เริ่มจากห้องอาหารเช้า เป็นคณะสถาปัตย์ อาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟ่ต์เรียกว่าจัดเต็มมาก เลือกเลยอยากกินอะไร เราใช้เวลาถึง 3 วันในการลองชิมของทุกอย่างในไลน์อาหาร เยอะมากจริงๆ
เฝอต้องมี
บาเก็ตแบบเวียดนามก็มี อร่อยด้วย
นี่แค่ส่วนหนึ่งของอาหารที่มีนะ
พอช่วงกลางวันก็จะเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร เป็นแบบนานาชาติ
ปอเปี๊ยะสดแบบเวียดนาม แป้งจะเหนียวๆหน่อย แต่กุ้งสดมาก
แกงมะเขือเทศแบบเวียดนาม ทานแบบซุปมากกว่า ออกเปรี๊ยวหวาน
อันนี้ดี เมี่ยงปลาช่อน อร่อย
ชูชิก็มี
ซี่โครงแกะย่าง อร่อยไม่มีกลิ่นสาบเลย ทำดีมาก
และแน่นอนกาแฟเย็นแบบเวียดนาม อร่อย
ตามด้วยผลไม้สด มาถึงเวียดนามต้องกินผลไม้ ผลไม้เขาสดจริงๆ
จบด้วยไอศครีมเชอเบท ดี
French & Co.
มาอีกห้องอาหารเป็นสไตล์คาเฟ่ ตกแต่งสไตล์แบบฝรั่งเศสหน่อย เหมือนคาเฟ่ในปารีสงี้ เหมาะแก่การนั่งจิบกาแฟเพลินๆ กับเบเกอรี่ดีๆซักชิ้น แล้วยังมีพวกสลัด ซุป ให้บริการด้วย
Red Rum
เป็นอีกร้านอาหารบาร์ริมทะเล เน้นเป็นอาหารพวกปิ้งย่าง สลัด และพิซซ่า เหมาะมานั่งรับลมชิลๆ จิบไวน์เพลินๆ ไม่ก็สั่งคอลเทลของบาร์เลย
สลัดไก่
สลัดปลาหมึกฉีก
พิซซ่าอร่อยมาก
ฮอดดอทร้อนๆ
ปิดท้ายด้วยของหวาน กล้วยทอดกับไอศครีม
พอช่วงกลางคืนก็เน้นพวกย่างเป็นหลัก มีอาหารทะเลสดๆมาเตรียมไว้
สลัดปลาหมึกเหมือนเดิม
อันนี้แปลกดี ไม่เคย เป็นเมี่ยงปลาเหมือนกัน แต่ใช้พวกปลาซาร์ดีนแทนคลุกกับพวกผัก เครื่องเทศ เวลาทานก็ห่อแป้งเหมือนเดิม อร่อยดี
คอลเทลประจำบาร์นี้ อร่อย หอมมาก
เสต็กเนื้อ กับ ไก่
มันย่าง
และจบด้วยของหวาน รสมะม่วงอร่อยยย
Department Of Chemistry Bar
ชื่อก็บอกว่าคณะเคมี มันคือบาร์นั้นเอง ชงๆ ปรุงๆ เป็นคอลเทลสูตรพิเศษของที่นี้ ความเจ๋ง ใช้กิมมิคต่างๆของวิชาเคมี ขวด แก้ว บรรยากาศ เหมือนเรียนเคมีเลย
คอกเทลสูตรพิเศษ ใบเตย กับ น้ำมะพร้าว เหมือนกินลอดช่องใส่เหล้าเลย! ฮาๆ ตอนแรกก็รู้สึกแปลกๆ แต่กินไปมาก็อร่อยเหมือนกัน
Chanterelle – Spa by JW
สปา คณะเห็ดรา เป็นสปาที่ไม่ธรรมดาเรียกว่าครบวงจร มีทำสปาเกือบทุกรูปแบบ ที่แนะนำเลยคือ เกลือสปาที่มีส่วนผสมของเห็ด แล้วตัวสปายังใช้คอนเซปของ Alice in Wonderland ด้วยเมื่อเราเข้าไปสปาแห่งนี้จะหลายจุดที่สื่อถึงธีมจากเรื่องนี้
จะเห็นกิมมิคเล็กๆน้อยๆตลอดในห้องสปา เช่นไพ่ ก็สื่อถึง Alice in the Wonderland
เกลือเห็ด
Faculty of Engineering
ห้องประชุมเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์
อีกห้องเป็นวิชาการแสดง
ยิมของโรงแรม จะธีมเหมือนสนามกีฬามหาวิทยาลัย มีลู่วิ่ง ถ้วยรางวัล แท่นยืนรับรางวัล
บรรยากาศช่วงเช้า
Pink Pearl
อาคารร้านอาหาร เป็นคณะสัตว์ปีก ห้องทั้งห้องตกแต่งด้วยสีชมพู และประดับด้วยนก เป็นอาคารที่แต่งได้เต็มมากๆ สวย
เราออกไปเที่ยวรอบเกาะฟู้โกว๊ก กันต่อบ้าง ออกเรือไปเที่ยวรอบเกาะกัน
แวะลงจุดดำน้ำ ยังคงใสอยู่
ใครไม่ดำน้ำ ก็ตกปลาเพลินๆ ปลาที่นี้ติดเบ็ดง่ายมาก
ลุงเตรียมทำปลาที่ตกได้ให้เรา
ตอนแรกก็ไม่กล้ากินหรอก พอลองกินแล้วหยุดไม่ได้กันเลยทีเดียว อร่อย สดมาก
พระอาทิตย์เริ่มต้นแล้ว ชมวิวไปเพลินๆ สวย
Truc Lam – Ho Quoc Pagoda
วัดตั้งอยู่ริมทะเล มีเจดีย์ และเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ถ้าเราขึ้นไปถึงด้านบนแล้วมองออกมาจะเห็นวิวทะเลสุดกว้างใหญ่
Lighthouse of Doung Dong Town
ท่าเรือและประภาคารแห่งเกาะฟู้โกว๊ก ตั้งอยู่แถวหมู่บ้าน Doung Dong แถวนั้นมีของกินพวกสตรีทฟู๊ด ดูเด็กเล่นน้ำ แล้วขึ้นไปบนวัด มีประภาคารสวยๆอยู่ กับท่าเรือ แถวนี้ถ่ายรูปสวยมาก
พิซซ่าเวียดนาม ใช้แป้งห่อแบบเวียดนามเนี่ยแหละ ทาด้วยไข่ แล้วใส่หมู ใส่ผัก อร่อยดี
ประภาคารอยู่ด้านบนวัด
Phung Hung Fish Sauce Factory
ของขึ้นชื่อของเกาะฟู้โกว๊ก น้ำปลา! คือใครมาตรงนี้ต้องทนกลิ่นนิดดดดหนึ่ง ก็ดูๆแล้วรีบไปนะ ซื้อน้ำปลากลับบ้านได้ แต่สนามบินเวียดนามมีกฎห้ามเอาน้ำปลาขึ้นเครื่อง! แล้วทำไงล่ะ ถ้าจะซื้อฝาก ถ้า Bangkok Airways ได้ทำเรื่องอนุญาตไว้ สามารถนำน้ำปลาขวดพลาสติกแบบเล็กกลับไปได้นะ โอเค ซื้อได้ น้ำปลาเขาจะเค็มกว่าบ้านเราหน่อย แต่เอาไปทำกับข้าวบ้านเราคงอร่อยแน่ๆ
Chuon Chuon Bistro & Sky Bar
ร้านนี้น่าจะวิวดีที่สุดในเกาะแล้ว เพราะร้านตั้งอยู่บนยอดเขากลางเกาะ เลยทำให้เห็นวิวทั้งเมือง และรอชมวิวอาทิตย์ตกได้ ขายอาหาร เครื่องดื่ม หลายอย่าง แค่สั่งคราฟเบียร์ แล้วนั่งชมวิวก็คุ้มแล้ว
Mango Bay
อีกร้านที่เหมาะกับการมาชมวิวพระอาทิตย์ตก เพราะไม่มีอะไรบังเลย เห็นวิวทะเลกว้างใหญ่ กับร้านบรรยากาศโรแมนติก สั่งคอลเทล ชมวิวตะวันตกดินเพลินๆ เหมาะชวนแฟนมานั่งสวีทกัน ร้านนี้อยู่ใน รีสอร์ท Mango Bay
Crab House
ถ้าอยากจัดอาหารหนักๆ ซีฟู๊ดอร่อยๆ ต้องมาที่ร้าน The Crab House เป็นร้านแนวกุ้งถัง แต่ที่นี่มีหลายอย่าง ปู กุ้ง หอย หมึก สดมากกกก และที่ร้านนี้ดังเพราะตัวซอ
Phu Quoc Night Market
ถ้ายังไม่พอ มาเดินเล่น Phu Quoc Night Market กันต่อ ทั้งถนนจะเต็มไปด้วยของกิน อาหารทะเลสดๆ มีให้เลือกกินทุกแบบ หรือแม้แต่หอยเม่นย่างสดๆ ก็น่าลอง
Saigonse Eatery
ร้านอาหาร Saigonese Eatery เป็นร้านอาหารแบบเวียดนามฟิ
Bittersweet Cocktail Bar
แล้วถ้ายังไม่อยากกลับไปนอน
และเราเดินทางกลับด้วยสายการบิน














































































































































































































































































































