สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่สิงคโปร์ รีวิวแรกของโกกราฟ !! สิงคโปร์เที่ยวง่าย ไปบ่อยมาก นับประเทศที่ไปซ้ำ ที่นี่คือเยอะสุด สิงคโปร์ก็มีอะไรใหม่ๆ มาให้ค้นหาตลอด ตั้งแต่ที่ท่องเที่ยวยันของหายาก
ทริปนี้เป็นอีกครั้งที่เราไปสิงคโปร์ กับรายการ Music House เป็นโปรเจคพิเศษที่ร่วมกับรายการ (ออกทีวีด้วยนะ) ตระเวนชม Music Festival ทั่วโลก !!
นอกจากนั้นเราก็พาทีม Music House ไปเที่ยวแหล่งน่าสนใจอีกมากมายด้วย ถ้าใครมีโอกาสได้ชมรายการนี้ และอยากเริ่มต้นการเดินทางครั้งแรก ลองมาที่ประเทศใกล้ๆ ราคาไม่แพงมาก สิงคโปร์กันค่ะ

ก่อนออกเดินทาง
ก่อนออกเดินทาง สามารถดูเรื่องพื้นฐานสำหรับนักเดินทางครั้งแรกได้ที่ http://goo.gl/meDBOF
ส่วนใครไม่รู้จะเริ่มต้นจัดกระเป๋ายังไง ก็ไปต่อที่ https://go-graph.com/?p=551
เวลาเดินทาง มักจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบ่อยครั้ง เครื่องดีเลย์ ของหาย เกิดอุบัติเหตุ
เช่น ทริปนี้ ทีมเราบินไปสิงคโปร์ก่อน แต่ดันฝนตกพายุเข้า เครื่องบินดีเลย์เกิน 8 ชั่วโมง
หรือแม้กระทั่งของหาย ดังนั้นเราจึงขอแนะนำว่า ออกเดินทางแต่ละครั้ง ทำประกันการเดินทาง เถอะ !
ประกันการเดินทาง คืออะไร?
มันก็คือหลักประกันสำหรับแต่ละทริปของเรา ถ้าเกิดปัญหา อุบัติเหตุ เจ็บป่วย เครื่องดีเลย์ เอกสารหาย ถ้าเราทำประกันการเดินทางไว้ (ตามแต่ขนาดแพ็คเกจ) เราก็สามารถเคลมเงินได้
ซึ่งประกันการเดินทางสมัยนี้ก็ราคาไม่แพงมาก บางประเทศที่ต้องยื่นวีซ่าก็ต้องทำประกันการเดินทางควบคู่ไปด้วย หรืออย่างไปสิงคโปร์ง่ายๆ แบบเรา อาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันได้ตลอดเวลา ก็จัดไป
ทริปนี้เราใช้ เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย ค่ะ แอบแนะนำนิดนึง เบี้ยเริ่มต้น 190 บาท เราก็สามารถเลือกแพ็คเกจได้เลยว่า จะเอาแบบไหน เดินทางยาวนาน ราคาจะสูงขึ้นตามจำนวนวันของการเดินทางค่ะ แต่ก็คุ้มค่าอยู่ดี ถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นมา แถมราคาไม่แพงมาก ซื้อออนไลน์หน้าคอมได้อีก สบายมากจริงๆ
เช่น ทริปนี้ เราเดินทางไปสิงคโปร์ ก็กดเข้าไปที่ https://www.msig-thai.com
ศึกษารายละเอียด ดูแผนความคุ้มครอง และคำถามที่พบบ่อยๆ พอถึงตอนซื้อ วิธีการซื้อก็ง่ายมาก มีแค่ 5 ขั้นตอน ซื้อได้ 24 ชั่วโมง และรับกรมธรรม์ทางอีเมล์ทันที สิงคโปร์ ราคาเริ่มต้น 200 บาท / 3 วัน แต่คุ้มครองถึง 1,500,000 บาท คุ้มไปไหน
ส่วนสำคัญ คือ อ่านเงื่อนไขและข้อยกเว้นให้ดีก่อนทุกครั้งด้วยนะ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และการเดินทางของเราจะสนุกขึ้น และอุ่นใจขึ้นแน่นอน 😀 ที่สำคัญ ซื้อตอนนี้ มีโปรโมชั่นพิเศษ แจกบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ถึงสิ้นเดือนเมษายนด้วย ลองเข้าไปดูรายละเอียดแบบเต็มๆที่เว็บไซด์ของ เอ็ม เอส ไอ จี ได้เลย
หาข้อมูลเพิ่มเติม ไปที่http://www.msig-thai.com/ เลยจ้า
Internet
มาสิงคโปร์ อยากจะออนไลน์ตลอดเวลา มี 3 ทางเลือก
1. Roaming – เปิดมาเลย เช็คราคาจากเครือข่ายที่คุณใช้อยู่ได้เอง
2. Simcard – ซื้อซิมส์ในสิงคโปร์ ราคาเริ่มต้น 15 SGD เพียงพอต่อ 2-3 วัน ถ้าหมดก็เติมเงินเข้าไป หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าทั่วไป
3 Wifi – อันนี้แล้วแต่ดวง ถ้าเริ่มต้นที่ สนามบิน ใช้ Wireless@SG หรือ #WiFi@Changi ขอรหัสผ่านได้ที่ Information ในสนามบิน ฟรี! นอกจากนั้นก็ตามร้านอาหาร ที่พัก มีกันหมด
EZ-Link Card บัตรสารพัดประโยชน์
จากสนามบิน เมื่อมาถึงสิงคโปร์แล้ว วิธีสำหรับชาวแบ็คแพ็คเพื่อเดินทางเข้าเมืองคือ รถไฟฟ้าใต้ดิน ใช้เวลาไม่นาน เดินทางสะดวกได้เกือบทั้งประเทศ แถมไม่ต้องต่อคิวซื้อทีละรอบ ราคาค่าโดยสารถูกลง แถม ซื้อของในเซเว่นก็ได้ ขึ้นรถบัสก็ได้
พวกเราเริ่มซื้อกันที่รถไฟใต้ดินสนามบินกันเลย เปิดบัตรเริ่มต้นที่ 12 SGD [ประกอบด้วย 5 ดอลลาร์ ค่าบัตร 7 ดอลลาร์ คือ เงินที่เติม]
- **ถ้าเงินในบัตรต่ำกว่า 3 ดอลลาร์ จะไม่สามารถใช้ได้ต้องเติมเงินเพิ่ม
- **ราคารถไฟใต้ดินสิงคโปร์ไม่แพงเลย 0.90 SGD เท่านั้น
ของครบแล้ว มาถึงแล้ว ได้เวลาตระเวนย่านแมสยันฮิปกันเลยจ้ะ
ภาพจาก http://www.educatepark.com/

Tanjong Pagar
ยกให้เป็นที่แรกเพราะว่า ที่นี่ใจกลางเมืองฮิป ดีไซน์ตึกสวยจริงๆ โซนฮิปๆ สิงคโปร์ยังมีอีกมาก ที่ฮิตๆก็ Tiong Bahru, Hajilane แต่เราว่าที่นี่ฮิปกว่า – ตึกเก่าที่ถูกอนุรักษ์ไว้ถูกทาสี อย่างกับเลือกมาแล้วว่าบ้านไหนสีอะไร สีสันสุดแนวแต่คุมโทน แต่ละตึกแถวเป็นคาเฟ่ สตูดิโอ ดีไซน์ และในช่วงกลางคืนที่นี่ก็เป็นบาร์นั่งชิมเบียร์ชิลล์ๆ กันได้ แค่ได้ลองมาเดินชมก็คุ้มแล้ว สิงคโปร์เที่ยวง่าย จริงๆ เห็นมั้ยล่ะ

สิ่งที่ควรทำที่นี่
- – เดินชมตึก สถาปัตยกรรมแทบทุกซอย
- – ถนนที่น่าเดิน Everton Rd., Ann Siang Rd, Neil Rd, Duxton Hill, Club St.
- – PS.Cafe : คาเฟ่สุดเก๋ที่มีสาขาเยอะมาก สาขานี้แอบอยู่ในซอกของ Ann Siang Rd.
- – The Market Grill : ร้านขายลอบสเตอร์ชื่อดังที่คุณต้องมาลอง
- – Reddot Museum : พิพิธภัณฑ์ดีไซน์ติดกับ MRT Tanjong Pagar เลย
- – Aesop : แบรนด์สบู่ ครีมชื่อดัง แอบมีสาขาเล็กๆ ที่นี่ด้วยนะ
- – Dingdong : ร้านอาหารเวียดนาม ป้ายหน้าร้านน่ารักมาก
- – Oxwell & Co. : ร้านอาหารตะวันตกที่ตกแต่งร้านได้น่าถ่ายรูปมาก รับรองว่าฮิปจริง
- – My Little Tapas Bar : ร้านทาปาสสุดดังถึงขั้นได้คะแนน 100% แค่ร้านก็น่าเข้าแล้ว
- – Cato Singapore : บาร์ที่เปิดตอนกลางคืนกับอาหารเอเซียน
การเดินทาง
นั่งรถไฟใต้ดินสายสีเขียว ลงสถานี Tanjong Pagar




Reddot Design Museum
ที่ต่อมา ก็ยังอยู่ที่ Tanjong Pagar ที่เดิม แต่ขอแยกออกมาหน่อยคือ Reddot Museum
ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงโชว์ผลงานที่ได้รางวัล Reddot (รางวัลงานดีไซน์ที่แสนสร้างสรรค์และดีต่อโลก มีหลายสาขา โดยที่นี่จะเน้นงาน Product Design)
ตึกแดงที่เด่นเป็นสง่า รอให้เราเดินเข้าไป เข้าไปก็จะเจอกับร้านขายของที่ระลึกกันก่อน มีแบรนด์ดังๆ มากมายทั่วโลก สามารถซื้อตั๋วเข้าได้จากที่ร้านนี้
ด้านในก็จะมีงานมากมายให้ดู เป็นสาวกตัวไหนก็จะอินมาก ส่วนพวกเราก็จะอินบางชิ้น แต่โดยรวมแล้ว งานสวยงาม เหมาะแก่ผู้รักในงานโปรดักส์และศิลปะเดินชิวๆได้
การเดินทาง
นั่งรถไฟใต้ดินสายสีเขียว ลงสถานี Tanjong Pagar | ราคาค่าเข้าคนละ 8 SGD นักศึกษา 4 SGD
Music Lover Zone
ตาม concept ของรายการที่จะเน้นเรื่องดนตรีเป็นหลัก เราก็จัดไป ใครชอบดนตรีควรมาที่ไหนที่สิงคโปร์ ขอแนะนำโซน Cityhall จะมีตึกที่เน้นเครื่องดนตรีหลักๆ 2 ตึก
– The Adelphi
ตึกนี้จะดูผู้ดีหน่อย มีพวกเครื่องเสียง ลำโพงดีๆ ขาย ร้านที่อยู่ในตึกนี้ที่พวกเราไปจะเน้นเรื่องแผ่นเสียงเป็นหลัก เช่น ร้าน Memory Lane, New Disc Village, Simply Music, ROXY Music ถ้านักสะสมแผ่นเสียงจริงๆ คือจะฟินมากกับร้านพวกนี้ สำหรับเราเรายังรู้สึกว่า เฮ้ยเยอะจริงๆ มีวงหายาก หรือ ราคาถูกกว่าไทยเยอะมาก แถมบางร้านมีพวกอุปกรณ์ ให้ลองฟัง เครื่องเล่นแผ่นเสียงกันอีก แค่ได้ไปลองค้นๆคุ้ยๆ ก็ฟินแล้วนะ
– Peninsula shopping centre
อีกตึกนึง จะอยู่ใกล้ๆ กันแต่ฟินหนักมากเช่นกัน ร้านแผ่นเสียงตึกนี้อาจจะไม่เยอะ แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์เครื่องดนตรีแล้วนั้น นักดนตรีทีมเราบอก เฮ้ย คุ้มมากต้องมา ราคาถูกกว่าไทยครึ่งนึง! [โดยเฉพาะเครื่องทำเอฟเฟคเสียงกีตาร์]
เราแนะนำให้ลงไปชั้น B1 ใต้ดินเลย จะเจอร้านกีตาร์ใหญ่สุด ชื่อ Davis Guitar มีของเจ๋งๆเยอะมาก เราก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าเรียกว่ารุ่นอะไรกัน แต่นักดนตรีดูฟินหนักมาก
ดังนั้นใครชอบดนตรี อยากช้อปปิ้งซื้อของ กีตาร์ทำมือ สายสะพายหนัง(หายาก) เอฟเฟคเสียง อุปกรณ์มากมาย เหมาะมากต้องมาเดิน !! สนใจเพิ่มเติมอยากตามหาร้านอีกมากมาย ไปดูต่อที่ http://goo.gl/sLNmjg
**โปรดระวัง ตึกตรงข้าม Peninsula shopping centre คือ Peninsula Plaza ตึกนี้เหมือนเป็นตึกพม่า มีขายอาหารพม่า ของสดผัก รองเท้าปลอม ดูพม่ามากจริงๆ
การเดินทาง
นั่งรถไฟใต้ดินสายสีเขียว/สีแดง ลงสถานี Cityhall
Garden by the bay x Laneway Festival
มิวสิคกันต่อ สำหรับที่พวกเราไปสิงคโปร์รอบนี้ เพื่อไปงานคอนเสิร์ตระดับโลกอย่าง St jerome laneway festival ที่จัดกันอยู่ที่ Garden by the Bay โซน The Meadow เปิดตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน งานก็คึกคัก มีนักดนตรีระดับโลกมาเพียบ
**ถ้าใครสนใจจริงๆ Line up ของปีนี้ไปดูต่อที่ http://singapore.lanewayfestival.com/line-up/ ถ้าพลาดปีนี้ไปก็ไม่เป็นไร ไปปีหน้าต่อ เค้าจัดกันทุกปี
แถวนั้นนอกจากจะมีงานคอนเสิร์ตแล้ว Garden by the Bay ก็ถือเป็นอีกที่ที่น่ามามากๆ สำหรับเรารู้สึกว่ามันดีมากในแง่ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ งานดีไซน์ ดูได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เหมาะมาชิวๆ โรแมนติกก็ยังได้
การเดินทาง
นั่งรถไฟใต้ดินสายสีเหลือง ลงสถานี Bayfront
ค่าเข้า Garden by the Bay ฟรี แต่แนะนำ Cloud Forest มากๆ เสียเงินนะแต่คุ้มสุด
**ดูรายละเอียดราคาได้ต่อที่ http://www.gardensbythebay.com.sg
Clarke quay
มีเวลาช่วงกลางคืนอยากจะแฮงเอาท์ จิบเบียร์ เจอคนเยอะๆ ไปที่นี่เลย Clarke Quay (อ่านว่า คลาก คีย์ นะ!! เรารู้ว่าคิดไรกันอยู่) และ Boat Quay
นอกจากจะสนุกกับแสงสีแล้ว Jumbo seafood สุดแมส เค้าแนะนำกันไปแล้ว เราไม่แนะนำ เราแนะนำไปกิน Song Fa ร้านบัคกุเต๋ สุดฮิต ฮิตขนาดมี 2 สาขาใกล้กัน คนต่อคิวทั้งคู่ (คือไร) ราคาเริ่มต้นที่ 3.5 SGD แต่คือ น้ำซุปเติมไม่อั้น สั่งมาคนละชาม งานดี งานละมุน น้ำซุปดีงามมาก สมแล้วที่เข้าคิว (ส่วนพวกเรากินข้าวมันไก่รอ กินอิ่มมากินอันนี้ต่อ เห็นแก่กินมากๆ)
Azabu Sabo Hokkaido Ice Cream ร้านไอศกรีมฮอกไกโด คือ มากินที่สิงคโปร์ แต่รสชาติคือละมุนมาก เนื้อเนียน อร่อยดีงาม ไอติมไก่กาเทียบไม่ติด (ขนาดกินข้าวมันไก่ บัคกุเต๋ ปิดด้วยของหวานอีก เห็นแก่กินมากๆ)
ดังนั้นถ้ามาแถวนี้ นอกจากเบียร์ ผับบาร์แล้ว ทัวร์กินกินกินนี่แหละ อ้วนมากสนุกมาก
อีกย่านคือ Boat Quey เป็นย่านที่ฝรั่งมาดื่มเยอะมาก ร้านที่แนะนำ Red dot เป็นร้านเบียร์คราฟต์ ชื่อดังของสิงคโปร์ ใครหา craftbeer สิงคโปร์มาที่นี้ เบียร์แนะนำคือ เบียร์สีเขียว หมักด้วยการใส่สาหร่ายสไปรูลิน่า มีเบียร์เลม่อน เบียร์เสาวรส แล้วก็จะมีคราฟเบียร์ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆด้วยทุกเดือน อย่างที่ได้กิน เบียร์แก้วมังกร
การเดินทาง
นั่งรถไฟใต้ดินสายสีม่วง ลงสถานี Clarke Quay
National Museum
กลับสู่พิพิธภัณฑ์ สิงคโปร์ถึงประเทศเค้าจะเล็ก แต่เค้าให้ความสำคัญกับการศึกษามากๆ ส่วนใหญ่พวกความรู้ พิพิธภัณฑ์นี่คือดีงามมาก จนแบบอยากจะกลับมาดูแต่พิพิธภัณฑ์อย่างเดียวจริงๆ
แน่นอนว่าพิพิธภัณฑ์แห่งชาติต้องดีงามแน่นอน และไม่ทำให้ผิดหวัง ด้านในใหญ่มาก และเต็มไปด้วยของน่าสนใจเพียบ สิงคโปร์เพิ่งฉลองครบรอบ 50 ปีของประเทศไป มันเจ๋งตรงที่ เค้าเพิ่งเริ่มประเทศได้ไม่นาน แต่ทำไมเจ๋งแบบนี้ ที่นี่น่าจะพบคำตอบนะ ต้องลองมาเดินกันเอง
การเดินทาง
ค่าเข้าผู้ใหญ่ 10 SGD / นักศึกษาเด็ก 5 SGD
**สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมของพิพิธภัณฑ์ได้ที่ http://goo.gl/q92NCQ
Lee Kong Chian Natural History Museum
พิพิธภัณฑ์นี้คือ เริ่มต้นจาก ตึกสวย สวยมาก สวยลูกเดียว ด้านในพบว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยสัตว์สตาฟท์มากมาย คือสวยและดีงามขนาดนี้ ไม่ไปไม่ได้นะ มาดูด้านในกัน ไม่อยากมาให้มันรู้ไป เริ่มต้นจากโซนกำเนิดสิ่งมีชีวิต
โซนตื่นเต้นสุดคือ ไดโนเสาร์ และสัตว์สตาฟท์ต่างๆ คือสวยมาก ควรมามาก
การเดินทาง
- แนะนำไปอ่านที่ http://goo.gl/xjV3sZ บอกละเอียดมากๆ
- ลงสถานี kent ridge ออกสถานีมาด้านโรงพยาบาล ตามทาง
- มา bus stop 3 รอสาย 2A ลงป้ายมิวเซียม
- ค่าเข้าผู้ใหญ่ 21 SGD / นักศึกษาเด็ก 13 SGD (แพงแปลว่าดีแน่นอน)
- ** ค่าเข้าจ่ายด้วยบัตรเครดิตเท่านั้นนะ
- ** จำกัดการเข้าชมได้คนละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แต่กำลังพอดีๆ เพลินใจ
Little India
อีกโซนที่น่าสนใจคือ ดงบังชินกิ 555 ดงบังมากๆ เต็มไปด้วยชาติเชื้ออินเดียทั้งหลาย
สิ่งน่าสนใจนอกจากอาคารบ้านเรือนจะสวยใสสไตล์อินเดียแล้ว แถวนี้ยังเต็มไปด้วยอาหารอินเดียราคาประหยัด อีกเพียบ อยากจะแนะนำให้ลองมาเดินเล่นกัน ตรอกซอกซอยเต็มไปหมด
การเดินทาง
รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง/ น้ำเงิน สถานี Little India
Food Court
มาถึงสิงคโปร์ นอกจากจะเที่ยวเป็นหลักแล้ว อีกสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือ กิน
สมัยก่อนเราอาจจะกินตามร้านอาหาร (ที่แพง) แต่สมัยนี้ชาวแบ็คแพ็คขอแนะนำ Food Center หรือ Food Court เป็นเหมือนโซนร้านอาหารขายรวมๆ กัน มีโต๊ะให้นั่งกิน ของกินให้เลือกเยอะ เหมือน อตก. ราคาประหยัดเริ่มต้นที่ 3 SGD เท่านั้น แถมมีกระจายอยู่แทบทุกชุมชน ดังนั้นไม่อดตายแน่นอน
ขอแนะนำ Maxwell Food Centre ของขึ้นชื่อที่สุดคือ ข้าวมันไก่ Tian Tian
คือเป็นเทพเจ้าข้าวมันไก่ ราคาเริ่มต้น 3.5 SGD พอได้ลองเท่านั้นแหละ บอกเลยว่าไม่เหมือนไทย ไก่เค้าแบบ นุ่มมากกกกกก แต่ไม่เละ น้ำจิ้มสู้ไทยไม่ค่อยได้ (แล้วแต่คนชอบ) แต่ทีเด็ดคือไก่จริงๆ ดังนั้นแนะนำว่า ถ้ามาควรมากิน ต่อคิวรอไปเลย ที่สำคัญอย่ามาวันจันทร์ ปิด!
การเดินทาง
รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีเขียว สถานี Tanjong Pagar
Bugis & Hostel
ในที่สุดเราก็มาถึงที่สุดท้าย ขอรวบพูดถึงที่พักด้วยเลย
สำหรับนักเดินทางแน่นอนว่าเราต้องนอนที่พักราคาประหยัด Hostel แน่นอน และที่สิงคโปร์รองรับนักเดินทางทุกแบบ ตั้งแต่แพงมากกก (หลายหมื่น) ยันถูกมาก (หลักร้อย) ส่วนของพวกเรา สวยๆหน่อย สัก 600-700 บาท / คืน
ข้อดีของ Hostel คือ ราคาประหยัด ใกล้เมืองเดินทางง่าย พนักงานใจดีมีแผนที่ฟรี เราเลือกยี่ห้อ Bunc Hostel ย่าน Bugis – Little India บริการดี ตึกสวย เน็ตแรงจ้ะ แนะนำว่าถ้านอน Hostel ไม่ย่าน Little India / Bugis / Chinatown / Tanjong Pagar ดีสุด
นอกจากโฮสเทลแล้ว Bugis ยังถือเป็นย่านอาหรับ มีตรอกมากมายให้เดิน และทะลุออกไปยังย่าน Little India ต่อได้อีก
การเดินทาง
รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีม่วง/น้ำเงิน สถานี Bugis
สุดท้ายแล้วรีวิวนี้อาจจะขาดอะไรหรือสงสัยอย่างไร สามารถสอบถามได้ตลอดเวลาและคิดว่ารีวิวนี้คงช่วยให้เชื่อว่า สิงคโปร์เที่ยวง่าย สนุกและมุมหลากหลายมากขึ้น
ดังนั้น ออกเดินทางกันเถอะนะ โกโกโก



















































































