Go!Gin 6 ร้านกินฉลองปีใหม่ | 6 New Year Food Guide
เมื่อไม่นานมานี้ Michelin Star Award ได้เข้ามาสั่นสะเทือนวงการร้านอาหารบ้านเราราวกับเป็นสัญญาณในการเริ่มต้นเทศกาลแห่งการกินในช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีแบบนี้ ถึงเวลาพบปะเพื่อนเก่า เลี้ยงฉลองกับเพื่อนในออฟิส พาครอบครัวไปเลี้ยงปีใหม่กันแล้ว!คำถามที่ทุกคนต้องถามแน่นอนคือ ไปฉลองไหนดี? เอาแหละวันนี้เราขอยกตัวอย่างร้านที่เราแนะนำ 6 ร้านกินฉลองปีใหม่ (6 New Year Food Guide) ซึ่งแต่ละร้านก็มีจุดเด่นและสไตล์ที่แตกต่างกันไป แถมมีโปรโมชั่นด้วย อันไหนเหมาะกับใครหรืออยากจะพาใครไปด้วยก็ลองไปดูไปชิมกันเล้ยย….
1.Yoisho Thai Style Izakaya | อิซากายะ สไตล์ไทยๆ
จุดเริ่มของร้าน Izakaya สไตล์ไทยๆร้านนี้เริ่มต้นมาจากผู้กำกับหนุ่มที่มีใจรักในการทำอาหาร จากงานอดิเรกที่ไปออกร้าน Foodtruck ตามอีเว้นท์ต่างๆ จนมาตั้งถิ่นฐานในเอกมัย พร้อมสาวคู่ใจที่มาช่วยกันทำร้านในฝันให้เป็นจริง
เมนูเด็ดของที่นี่คือ ราเม็งแบบแยกน้ำสูตรเข้มข้น (Tsukemen) on top ด้วย หมูชาชูเนื้อนุ่มที่เจ้าของออกปากว่าเพิ่งสำเร็จวิชามาหมาดๆนี่เอง เมื่อได้ลิ้มลองแล้วก็บอกได้คำเดียวว่าคุ้มค่าแก่การรอคอยจริงๆ
นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษอย่าง ราเม็งแห้งไก่น่าง (BBQ Chicken Ramen) ที่เป็นอีกท่าไม้ตายของร้านสลับกับ อูด้งเย็น (Zaru Udon) ช่วยเพิ่มรสชาติที่หลากหลาย
รวมไปถึง Weekly Special (เมนูประจำวีค) ที่สร้างสรรค์ตามอินสปายของพี่เจ้าของร้าน ส่วนแต่ละวีคจะมีเมนูอะไรนั้นสามารถติดตามกันได้ในเพจ www.facebook.com/pages/Yoisho-Thai-Style-Izakaya
ตามมาด้วยของทานเล่นที่ขึ้นชื่อ เช่น ไก่ทอดนันบังซอส (Fried Chicken with Nunban Sauce)

ครีบหอยเซลล์ (Seasoned Scallop Fin)
ปลาหวานย่างเสิร์ฟเย็น (Sweet Grilled Fish – Cold Serve) จะให้ดีต้องสั่งคู่กับเบียร์สดเย็นๆซักแก้วอย่าง Asahi Draft Beer หรือ จะสั่งเป็นขวดก็มี Kirin, Signha เรียกว่าอยู่กันไปยาวๆทั้งคืนเลยค่ะ
เสน่ห์ของร้านอีกอย่างคือ การสั่งนอกเมนู เป็นเสมือนการลองใจเชฟว่าจะเสริฟ์อาหารหน้าตาแบบไหนมาให้ เพียงแค่บอกโจทย์ง่ายๆว่าวันนี้ feeling like …. ข้าว หรือ ราเม็ง ความเผ็ดระดับไหน และที่คุ้มไปกว่านั้นคือสามารถขอเติมข้าว หรือ ราเม็งได้ด้วย (พี่เจ้าของร้านแอบกระซิบว่าความสุขของพี่คือคนเสียตังค์ต้องอร่อยและอิ่ม) เรียกว่าต้นทุนคือ Passion ส่วนกำไรนี่ยกให้ลูกค้าได้อิ่มสุขกันไปเลยค่ะ
ด้วยบรรยากาศแบบอบอุ่น และเป็นกันเองของหนุ่มสาวคู่นี้ทำให้ร้านที่เพิ่งเปิดเพียงแค่ 3 เดือน วีคละ 3 วันกลายเป็นที่ฝากท้องและสังสรรค์ของทั้งขาจรและขาประจำชาวญี่ปุ่นฝรั่งและไทยหลังเลิกงานอย่างไม่ขาดสาย…ถึงร้านจะเล็กแต่รับร้องว่าปริมาณและคุณภาพความอร่อยใหญ่คับคั่งมากค่ะ
New Year Food Guide Special : โปรโมชั่นเบียร์ ซื้อ 2 แถม 1
ที่ตั้ง : ตรงข้ามเอกมัย ซอย24
เปิดบริการ : เฉพาะ ศุกร์–อาทิตย์
เวลา : 17.30-01.00 (24.00 last order)
โทร : 086 989 5695
ราคา : เฉลี่ย 300 ต่อคน
เหมาะสำหรับ : เพื่อน และ ออฟิส (เหมาปิดร้านได้)
Facebook : www.facebook.com/yoishothaistyleIzakaya
2.Cuisine de Garden | Fine Dining บรรยากาศในสวน
ร้านนี้เกิดจากความตั้งใจของ 3 Specialist ตั้งแต่เชฟ สถาปนิก และ ผู้จัดการการบริการ ที่นำแรงบันดาลใจจากสวนหลังบ้านมาสู่ Dining Experience สไตล์ฝรั่งเศษในซอยเอกมัยแห่งนี้
เมนูจะถูกผันเปลี่ยนตามฤดูกาลทั้งจากวัตถุดิบและคอนเซปของอาหาร แต่ก็จะมีบางเมนูที่ได้รับความนิยมจนต้องยอมเก็บไว้เป็นฮีโร่เมนู โดยอาหารของที่นี่จะแบ่งออกเป็น 4 Chapters หลัก โดยมี Complimentary เสริมตอนต้นและตอนปิดท้ายด้วย พร้อมแล้วก็มาเริ่มต้นกันเลย
Amuse bouche (Introduction)
เป็นเมนูเปิดก่อนเข้าสู่ Chapter 1 ภายใต้แนวคิด อย่าง”ในน้ำมีปลาในนามีข้าว” ซึ่งเป็นการพูดถึงการย่างเข้าสู่หน้าหนาวและเป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวของบ้านเรา จึงเช่าเรื่องผ่านข้าวที่เป็นสื่อหลักทั้ง 3 คำนี้ เรียงตามลำดับ
- ข้าวเกรียบหอมมะลิ และข้าวโพด Smoke Puree ให้กลิ่นหอมแบบเบคอนตั้งแต่คำแรกที่เข้าปาก
- กุ้งและข้าวคั่ว มีส่วนผสมของน้ำซอสด้านในลงตัวกลับกลิ่นของข้าวคั่ว
- นำ้ข้าวหอมมะลิ Sphere ลักษณะเหมือนเป็นเจลใสแต่ให้รสเปรี้ยวนิดๆเพื่อเป็นการเตรียมลิ้นให้เข้าสู่เมนูถัดไป
Chapter 1 – Soil-Beef Tartae
เริ่มต้นฤดูหนาวกันด้วยเมนูที่ให้กลิ่นสดชื่นของดินด้วย Charcoal Ice cream
ที่ทำจากเนื้อดิบและใบผักคะแยงจากภาคอีสาน และ พืชที่โตจากดินอย่าง Beetroot ทอด สร้าง Texture และสีสันให้กับอาหาร ปิดด้วยส่วนผสมจากผงherbsเขียวๆ เป็นเมนูที่กลมกล่อมนุ่มลิ้นและให้ความสดชื่นเหมือนอยู่ในป่า
Chapter 2 – Nest
เมนูรังนกจานนี้เป็นเมนู Signature ของ Chapter นี้ เพราะมีการเพิ่มลูกเล่นให้ผู้มาทานได้ทีส่วนร่วมในการออกแบบจานนี้ในการตอกไข่ Onsen ลงในรังนกที่ทำจากเส้นหมี่ข้าวทอด
ตามมาด้วย Pulled Chicken, Chicken Jus เห็ด Shitake, Porcini Powder และ รากโกโบทอดที่ทำให้รังนกนี้เหมือนเก็บมากจากกิ่งไม้จริงๆ
Chapter 3 – Banana
เมนูสำหรับหน้าหนาวนี้ เซฟอยากพูดถึงวัตถุดิบบ้านๆอย่างกล้วย ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายอย่าง
โดยเริ่มต้นที่การนำปลาฮาริบะซึ่งเป็นปลาทะเล มีรสชาติคล้ายปลาหิมะ แต่ไขมันน้อยกว่า มาหมักซอสมิโซะและย่างในใบตอง ตามมาด้วยหยวกกล้วยที่ถูกนำไปทอดกรอบ ทานคู่กับMashed Banana และราดด้วยซอสที่ทำจากใบตองย่าง
Swamp – หนองน้ำและโขดหิน
เป็นอีกเมนูที่ต้องเลือกภายใน Chapter 3 นี้ (ทำใจยากจริงๆ) ถ้าใครชอบทานเนื้อคงถูกใจเพราะทำวัตถุดิบหลักทำจากเนื้อ Tenderloid (Dry age 55วัน) ราดด้วยซอสไวน์แดงและBeef Jus เข้มข้น
สำหรับซอสนั้น ยังมีซ่อน Hint ของซอสกุ้ยฉ่ายขาว และน้ำมันสกัดกุ้ยฉ่ายเขียว กลิ่นคุ้นลิ้นคล้ายอาหารจีน แต่ถือว่าเป็นเมนูลูกครึ่งที่ลงตัวทีเดียว
ในส่วนของหนองน้ำนั้น เพิ่มรสชาติด้วยแขนงกะหล่ำ และตกแต่งด้วยดอกกุ้ยฉ่ายที่ให้รสชาติเผ็ดนิดๆแต่เป็น Element ที่ Complete ความเป็นหนองน้ำจริงๆ
Chapter 4 – Strawberry Field
เมนูของหวานที่พิเศษในช่วงนี้จะเป็น Yoghurt Marshmallow ราดด้วย Frozen Chocolate Air ที่มาเสิร์ฟตรงหน้า เพิ่มสีสันด้วย Crispy Strawberry, Strawberry Gel และตบท้ายด้วยผลสตอเบอร์รี่สด
Farm
อีกเมนูของหวานที่เป็น Signature ของที่นี่ คือ Panna Cotta ที่ทำจากนมแพะในฟาร์ม Top ด้วยฟองนมกรอบและSnow Milk ผสมกับถั่วแมคคาดีเมียและรวงผึ้ง
Petit four – Stone
ปิดท้ายด้วย Compliment สนุกๆจากทางร้านด้วย Chocolate Charcoal ที่ถูกเสิร์ฟผสมมากับหินจริงให้ผู้ที่มาทานได้ลองเลือกดูว่าหินก้อนไหนที่จะให้รสชาติมะขาม หรือ กระเจี๊ยบที่ถูกสอดไส้อยู่ภายใน
โดยรวมแล้วร้านนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของคนที่อยากลองทาน Fine Dining Food ด้วยรสชาติและวัตถุดิบที่เข้าถึงง่าย ผสมกับลูกเล่นและการ Display หน้าตาของอาหารที่เปิดประสบการณ์ใหม่ๆในการทานอาหารรวมถึงราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม
New Year Food Guide Special : เมนูพิเศษ สำหรับในช่วง 22-25 ธันวาคม ได้ของหวานเมนูต้นคริสมาสโต๊ะละ 1 ต้น
ที่ตั้ง : เอกมัย ซอย2
เปิดบริการ : อังคาร–อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์)
เวลา : 18.00-23.00
โทร : 061 626 2816
ราคา : เฉลี่ย 1,590 ต่อคน (เสิร์ฟเป็น Course Menu เท่านั้น) *ไม่รวมเครื่องดื่ม
เหมาะสำหรับ : คู่รัก และ เพื่อนนักชิม
Facebook : www.facebook.com/cuisinedegardenbkk
3.Broken Eggs | ทาปาส ทานเล่น นั่งคุย
ร้าน Fusion Tapas จานไม่เล็กร้านนี้อัดแน่นไปด้วยคุณภาพอาหารจากเชฟชาวสเปนที่มาเปิดร้านในย่านเอกมัย ราคาสมคุณภาพ
Special Menu Today ของแต่ละวีคก็จะแตกต่างกันไป ถือว่าเปลี่ยนบ่อยทีเดียวใครอยากรู้ว่าเซฟจะมีอะไรมาเสิร์ฟบ้างก็ลองเข้าไปติดตามได้ใน www.facebook.com/brokeneggsbkk/
สำหรับเมนูในช่วงคริสมาส ปีใหม่ ก็รอเมนูใหม่กันได้เรย
Burrata Cheese Rasberries Pitachio and Basil oil – 260
เมนูชีสที่ทานคู่กับการนำขนมปังกรอบไปดิป หน้าตาอาจจะดูไม่หวือหวาแต่ Hint ของรสซ่อนเปรี้ยวจาก Rasberries สามารถตัดรสเปรี้ยวได้ลงตัวมากๆ
Red Tuna Tataki with Guacamole Mango and Ponzu sauce – 360
เป็นเมนูที่สร้างความ Fresh ตั้งแต่คำแรกที่ทาน ด้วยวัตถุดิบหลักจากปลาทูน่าดิบ ราดด้วยซอสพอนซึที่ออกรสเปรี้ยวนิดๆและความหวานจากมะม่วง ตามมาด้วยรสชาติของ Guacamole sauce ที่อยู่ด้านล่าง เป็นเมนูที่ผสมความเป็น Japanese ได้อย่างลงตัว
Eggplant with Honey and Miso – 160
เมนูจานนี้สร้างต้องยกให้เป็น Twist ของร้านเลยทีเดียว จากวัตถุอย่างมะเขือม่วงทรงสี่เหลี่ยมนี้ เสิร์ฟร้อนด้วยการทอดที่ไม่เน้นกรอบ แต่ชุ่มฉ่ำภายในปากด้วยรสชาติของหอมจากน้ำผึ้ง Top ด้วยซอสที่ให้ความกลมกล่อม เป็น Combination ที่ต้องยอมใจ
Special Menu Today : Fried Shrimps on Mushrooms Spanish Cream – 320
จานนี้หน้าตาคล้ายๆกุ้งสโร่งบ้านเราแต่กลับสร้าง Twist ด้วยซอสที่ให้รสชาติกลมกล่อมแบบอาหารสากล
Iberico Pork Presa with Chimichurri Sauce
จานนี้ยกให้เป็นอีก Highlight สำหรับคนที่ชอบทานเนื้อหมู ความนุ่มของเนื้อหมูถูกเสริ์ฟมาพร้อมกับซอส BQQ จากอเมริกาใต้ให้รสชาติมะเขือเทศนิดๆ เคล้ากลิ่นเครื่อเทศหน่อยๆ และโรยด้วยเกลือทะเลด้านบน ให้ความลงตัวอย่างไม่ต้องสงสัย
โดยรวมแล้วร้านนี้ถือเป็น Spanish Tapas ที่มีกลิ่นไอของอาหารเอเชียอยู่ทำให้ทานง่าย และไม่เขินที่จะลองเมนูใหม่ๆอยู่ตลอด สำหรับใครที่กลับจะไม่อิ่น Tapas ที่นี่จานไม่เล็กอย่างที่คิด เราทานกัน 5 เมนู 2 คน ถือว่ากำลังอิ่มแบบพอดีๆ ยังไม่รวมเมนูไวน์และเครื่องดื่มอีกมากมายให้เลือก ถ้ามากินเล่นจิปไปเม้าท์ไป ก็น่าจะ หัวละ 800-1,000 บาท
New Year Food Guide Special : ร้านเปิดในช่วงเทศกาล วันที่ 24/31 ธันวาคม พร้อมกับเมนูพิเศษ (เพิ่มเติม https://goo.gl/HKzkJt)
ที่ตั้ง : ระหว่างซฮย เอกมัย ซอย 10 และ 12
เปิดบริการ : อังคาร–อาทิตย์
เวลา : 17.00-23.00
โทร : 022477811
ราคา : เฉลี่ย 1,000 ต่อคน (เน้นทานไปคุยไป)
เหมาะสำหรับ : คู่รัก และ เพื่อนชอบเม้าท์
Facebook : www.facebook.com/brokeneggsbkk
4.Maxicano | อาหารแม็กซิกันในโรงแรม
ใครจะไปนึกว่าโรงแรม Rembrandt จะมีร้านอาหาร Maxican ที่เป็นทีเด็ดซ่อนอยู่ อาหารที่นี่เน้นวัตถุดิบสดๆ ทั้งคุณภาพและปริมาณ เราขอแนะนำให้คนที่เป็น Maxican Food Lover มาที่นี่จริงๆรับรองว่าไม่เคยได้ทานรสชาติแบบนี้ในร้านอื่นแน่นอน
นอกจากทานอาหารแล้ว ที่นี่มี Live Band ช่วง 2 ทุ่ม ของทุกวันยกเว้นวันอังคาร คอยสร้างบรรยายกาศได้ดีสุดๆ
Guacamole en molcajete – 350 ฿
สาวกแม็กซิกันฟู๊ดต้องรู้กันว่าจานนี้คือ a must ที่ต้องสั่ง โดยความเก๋าของที่นี่คือเชฟจะมาปรุงกัวคาโมเล่แบบสดๆให้ชมกันเป็น Live Show เลยทีเดียว โดยเสิร์ฟพร้อมกับแป้งข้าวโพดตอติญ่า เป็นการเรียกน้ำย่อย
Quesadillas (Carne asada/braised Australian beef brisket) – 285 ฿
เนื้อย่างฉีกคุณภาพและปริมาณแน่น ถูกห่อหุ้มด้วยแป้งตอติญ่าย่างสไตล์เม็กซิกันเสิร์ฟพร้อมซัลซ่าและซาวครีม จัดวางบนบนกะทะจานร้อน เมนูนี้คือเป็นเมนูเบสิคที่รสชาติแอดวานซ์จริงๆ
Tacos de cabrito – 460 ฿
อีกหนึ่ง Signature ของอาหารแม็กซิกัน ด้วยแป้งทาโก้ (สามารถเลือกได้ว่าชอบแป้งแบบกรอบหรือนิ่ม) ที่เสิร์ฟพร้อมกับขาแกะอบรสชาติละมุน ตามมาด้วยเครื่องเคียงอย่าง Avocado Sauce ผสม Fresh Mint
Braised short beef rib mole verde – 690 ฿
ขอยกให้เป็นท่าไม้ตายทีเด็ดของมื้อนี้กับเมนูซี่โครงเนื้อวัวอังกัสปรุงพิเศษ เสิร์ฟพร้อมซัลซ่าเขียวและมันฝรั่ง บอกเลยว่ารสชาติประทับใจ เชื่อเถอะว่าคุณภาพวัตถุดิบที่นี่ดีจริงๆ
Pulpo con camaron a la diabla – (Special Menu เฉพาะช่วง Christmas และ New Year เท่านั้น)
เป็นเมนูพิเศษของช่วงนี้ นำโดยวัตถุดิบชั้นดีอย่างปลาหมึกจากสเปน และ กุ้ง ที่สัมผัสได้ถึงความสดและความกรอบตั้งแต่คำแรกที่กัด เป็นประสบการณ์การกินปลาหมึกที่ดีมาก ตามมาด้วยการราด Devil Sauce เพื่อ Complete รสชาติอย่างลงตัว
Helado frito – 150 ฿
ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานอย่างไอศครีมทอดเสิร์ฟกับซัลซ่ากล้วย และราดซอสคาลัวช็อกโกแลตล้างปากกันไปเบาๆ
La Calaca (Tequila, Red Vermouth, Grapefruit Juice) – 280 ฿
เครื่องดื่มรูปหัวกะโหลก จานนี้หวานนำแต่สตรองงง เหมาะกับการล้างปากจากของหวานอีกที
Maracuya (Tequila, Passionfruit, Absinthe)- 300 ฿
จัดไปอีกแก้วเพิ่มความสตรองขั้นสุดกับแก้วรูปชนเผ่า ด้วยลีลาการเสริ์ฟแบบจุดไฟใส่ Absinthe ในภาชนะเปลือกเสาวรส สร้างความเร้าใจให้คนดื่มรวดเดียวหมด และรีบกระดกรสชาติหวานของน้ำสาวรส ผสม Tequila โดยทันที เพื่อ Balance รสชาติของเครื่องดื่มสไตล์นี้
นอกจากนั้นวันเสาร์ ยังมี El Brunch เป็น Maxican Food Buffet ให้บริการกันอย่างจุใจตั้งแต่ เที่ยง ถึง บ่าย 3 ราคาคนละ 800 บาท net (ถ้าใครอยากพาลูกหลานไปด้วย เด็ก 6-12 ขวบ ราคา 200 บาท ต่ำกว่า 6 ขวบฟรีจ้า) ส่วนใครที่ติดใจอยากจะจองโต๊ะในช่วง Christmas หรือ New Year เค้าก็มีให้จอง เป็น Festive Dinner ด้วย
บอกเลยว่าไม่ว่าจะเคยทานอาหารแม็กซิกันหรือไม่ แต่ถ้าได้มาลองที่นี่ยังไงก็ต้องประทับใจกับคุณภาพ รสชาติ และปริมาณที่ให้ของร้านนี้แน่นอน ความคุ้มค่าในปากนั้นจะทำให้ลืมความเชื่อที่ว่า อาหารโรงแรมแพงไปเลย จิจิ
New Year Food Guide Special :
- 24 ธันวาคม 2560 และ 25 ธันวาคม 2560
>Festive Dinner เวลา 17.00 น. – 23.30 น. อิ่มอร่อยกับเมนูเฟสทีฟที่รังสรรค์โดยเชฟ Carlos Bravo
เชฟเม็กซิกันแท้ จับคู่กับเครื่องดื่มสุดพิเศษหลากสไตล์ พร้อมเต้นรำในบรรยากาศปาร์ตี้กับวงดนตรีสไตล์ละติน ซึ่งจะทำให้มื้อค่ำสนุกมากกว่าที่เคย - 30 ธันวาคม 2560
>Festive Brunch เวลา 12.00 น. – 15.00 น. ราคา 999 บาท (เครื่องดื่มแบบไม่อั้นเพิ่ม 499 บาท)
อาทิตย์ 31 ธันวาคม 2560
>All you can eat เวลา 17.00 น. – 20.00 น. ราคา 890 บาท
หรือจะอิ่มไม่อั้นแบบ All You Can Eat พร้อมฉลองต่อกับ After Party ในเวลา 20.00 น. – 1.00 น.
ราคา 1,690 บาท (เครื่องดื่มแบบไม่อั้นเพิ่ม 1, 000 บาท) - จันทร์ 1 มกราคม 2561
>Family Day at Mexicano เวลา 12.00 น. – 15.00 น. ราคา 800 บาท อิ่มอร่อยพร้อมสนุกกับกิจกรรมมากมาย
ที่ตั้ง : สุขุมวิท 18 โรงแรม
เปิดบริการ : จันทร์–อาทิตย์
เวลา : 17.00-24.00
โทร : 02 261 7100 ต่อ Mexicano (เฉพาะเวลาเปิดร้าน)
ราคา : เฉลี่ย 800-1,000 ต่อคน
เหมาะสำหรับ : เพื่อนนักชิม และ ครอบครัว
Facebook : www.facebook.com/Mexicanobkk
*สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม restaurantreservations@rembrandtbkk.com
5.80/20 (เอ็ทตี้ทเวนตี้) | อาหารนานาชาติ นานาวัตถุดิบ
ด้วยจังหวะชีวิต และ ความ Passion ในอาหาร ทำให้คนกลุ่มนี้มาเจอกันและร่วมอุดมการณ์ในการเปิดร้านนี้ จุดเด่นของที่นี่คือความหลายหลายในรสชาติและกลิ่นอายของวัตถุดิบจากท้องถิ่นและนานาประเทศ จากเชฟผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นเชฟชาวญี่ปุ่น คนแคนนาเดียนที่คลั่งไคล้อาหารไทย และคนไทยที่ไปโตในต่างแดน
จนทำให้ร้านนี้ถูกผสมผสานกันอย่างลงตัวทั้งในเรื่องของรสชาติและการสรรค์หาวัตถุดิบต่างๆ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน 80/20 (Golden Ratio และ Paleto Theory) ที่กลายเป็น Key หลักในการคิดเมนู ตกแต่งร้าน ไปจนถึงการบริการและมอบประสบการณ์ที่พิเศษให้กับลูกค้า
บรรยายกาศในร้านไม่ถึงกับเป็น Fine Dining แต่นี่แหละคือจุดเด่นของที่นี่ เพราะด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง ง่ายๆแบบนี้แหละ ที่ทำให้การทานมีเสน่ห์เอามากๆ ส่วนเรื่องของรสชาติเนี่ยไม่ต้องห่วงเลยเพราะเทียบเท่า Fine Dining ได้เลย
Vibe บรรยากาศของที่นี่จะเน้นความเป็นกันเอง เพราะฉะนั้น จึงเลือกเสิร์ฟอาหารแบบ Shared Menu ตามประสาคนบ้านเราๆนี้แหละ ไม่ได้เสิร์ฟเป็น Course ให้คนทานกดดันจนเกินไป ด้วยความรักในการสรรค์หาอะไรใหม่ๆมานำเสนอตลอดเวลา เมนูของที่นี่จึงเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดทุกๆ 4 เดือน เพราะฉะนั้นใครที่เป็นแฟนพันธ์ุแท้ของร้านนี้ต้องหาโอกาสกลับไปทานบ่อยๆได้เลย
Refresher Drink
เรียกน้ำย่อยด้วย ค็อกเทลที่ Infuse ใบกะเพรา ผสมรสชาติขมนิดๆจากส้มซ่า ให้ความสดชื่นและเตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมกับรสชาติใหม่ๆที่กำลังจะตามมา (ภาพขวา)
Tsukune Yaowarat – ไส้กรอกเป็ดซอสเยาวราช
แค่ชื่อเมนูก็ต้องประหลาดใจ ไส้กรอกเป็ดจานนี้ผสมสมุนไพรจีน ขิง หอม และพริกไทยดำ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสเต้าหู้ยี้ และ ไข่แดงฟรีรานช์ดิบแบบญี่ปุ่น แต่รสชาติเข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ
Not a crayfish curry, not a crayfish salad – กุ้งก้ามแดงกับคัสตาร์ดกะทิ
รสชาติแบบไทยๆถูกนำเสนอผ่านจานนี้กับรสชาติของเครื่องผัดพริกแกง แต่ถูกนำเสนอในรูปแบบของคัสตาร์ดกะทินึ่งที่ให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่ คล้ายห่อหมกแต่ก็ไม่เชิง ตบท้ายด้วยการราดซอสคล้ายซีฟู้ดที่คุ้นลิ้นกันดี
Thai-Panese Scallops – หอยเซลล์ลูกครึ่ง
หอยเชลล์ลูกเต๋าที่ถูกดันรสของทะเลอย่างชัดเจนด้วยซอสญี่ปุ่นผสมผงชาเขียวเคล้าส้มโอให้ความสดชื่นภายในปาก และเติมความแปลกใหม่ ด้วยฟองน้ำจิ้มที่ทำจากซอสมะม่วงเปรี้ยวและมะพร้าว ให้รสแบบซ่อนเปรี้ยวและเผ็ดแบบเบาๆเคล้ากันไป

Familiar taste of the unfamiliar – หมูเพรสซาซอสสาโทและกะปิ
อาหารปักษ์ใต้จานนี้นำเนื้อหมูมาจากสเปน โดยท้าทายนักกินด้วยการเสิร์ฟแบบ Medium Rare (โดยปกติแล้วหมูจะถูกเสิร์ฟแบบ Well Done – สุกเต็มที่) เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเนื้อหมูที่ดีที่สุดในโลก
นำโดยรสชชาติจากกะปิและกากสาโท แนมด้วยดอกขจรดอง ตามมาด้วยเศษข้าวที่นำมาผัดกับหอมและกระเทียม โดยรวมรสชาติจะมีรสเปรี้ยวนำ แต่เพิ่มเติมด้วยด้วยรสถั่วฝักยาว Puree และ ตกแต่งด้วยเปลือกถั่วฝักยาวที่เหลือโดยไม่ให้เสียของ
Sweet ‘n’ Salty – คาราเมลน้ำปลาหวาน
ตบท้ายด้วยเมนูของหวานที่ต้องประหลาดใจ เราจึงขอให้คำนิยามเมนูนี้ว่าเป็น เมี่ยงคำ–หวาน เพราะเป็น Combination ของ Sorbet กระเจี๊ยบกับมะแขว่น ผสมกับรสชาติของของสมุนไพรอย่างตะไคร้หั่นและใบกระเจี๊ยบ โดยมีเครื่องเคียงอย่างน้ำปลาคาราเมลที่โรยด้วยหอมเจียว ปิดท้ายด้วยการตกแต่งจาก เมอแรง Meringue ที่ Top ด้วยผงมะกรูด ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องทานพร้อมกันในคำเดียวเท่านั้น แบบเดียวกับการทานเมี่ยงคำ รสชาติที่เคล้ากันในปากจะเปิดมิติใหม่ของคำว่า ของหวานล้างปาก สำหรับคนที่ได้ทานแน่นอน
การมาทานอาหารที่ร้านนี้ นอกจากจะได้ความอิ่มและรสชาติใหม่ๆแล้ว สิ่งที่เราสัมผัสได้อีกอย่างคือ แนวคิดและ Passion ของนักสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่แค่คนหน้าเตา แต่มันคือทุก Element ของความใส่ใจและรักในสิ่งที่ทำโดยมีอาหารเป็นเพียงสื่อกลางในการสื่อสารเท่านั้น
New Year Food Guide Special :
–วันที่ 24 ธันวาคม ร้านจะปิดไปเปิดที่ The Common ทองหล่อ งาน The Last Supper x Naturalista เสิร์ฟ Set Course Pairing Wine
–วันที่ 31 ธันวาคม ร้านจะเสิร์ฟเมนูพิเศษ เป็น Set Course (เพิ่มเติม https://goo.gl/CBfucS)
ที่ตั้ง : เจริญกรุง ซอย 41
เปิดบริการ : ทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร
เวลา : 17.30-23.00
โทร : 099 118 2200
ราคา : เฉลี่ย 1,200 ต่อคน
เหมาะสำหรับ : คู่รัก และ เพื่อนนักชิม
Facebook : www.facebook.com/8020bkk
6.ร้าน46 | ปิ้งย่าง น้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด ส่งตรงถึงบ้าน
อีกบรรยายกาศในการฉลองปีใหม่สำหรับคนขี้เกีจออกจากบ้านแต่อยากไม่อยากพลาดเทศกาลแห่งการกินหมูกระทะ ร้านนี้มีทางออกให้ส่งตรงถึงหน้าบ้านเลย


ความดีงามที่สุดของการ Delivery คือร้านนี้สามารถสั่งเนื้อและหมูสไลด์แบบต่างๆมาได้ถึงบ้านแบบครบเซ็ทกันไปเลย มาพร้อมชุดผัก และ เตาไฟฟ้าแบบไม่ต้องล้างตอนคืนด้วยนะ แถมราคาก็เริ่มต้น เบาๆเริ่มต้นที่ 399 บาทเท่านั้น (สำหรับ 2 ท่าน) ส่วนแพคเกจอื่นๆ ติดตามใน www.facebook.com/46foods/
เนื้อและหมู
ของๆที่นี่เป็นเกรดพรีเมี่ยมแบบขึ้นห้างนะจ๊ะ สะอาดปลอดภัย มีให้เลือกมากมาย เช่น เนื้อหนอก ลิ้นวัว ริบอาย ใบพาย เสื้อร้องไห้ ลิ้นวัว หมูสามชั้น และสันคอ สำหรับคนบ้ากินเนื้อสัตว์ไม่ผิดหวังแน่


น้ำจิ้มแจ่ว
ทีเด็ดของร้านนี้เลย อันนี้บอกเลยว่าแจ่มมาก เป็นสูตรลับของทางร้านที่ไม่เหมือนใครจริงๆ มันจะออกแนวรสมะขามข้นๆหน่อย ผสมกับข้าวคั่ว หอมกรุบแบบลงตัวมั่กมากกค่ะ จริงๆต้องลองชิมเองนะ เพราะอธิบายคงไม่เห็นภาพ แต่จะบอกว่าแตกต่างจากน้ำจิ้มแจ่มแบบทั่วๆไปแน่นอน ใครที่ชอบทานรสจัด รสแซ่บห้ามพลาดด

เตาไฟฟ้า (ไม่ต้องล้างเอง)
ความดีงามที่กล่าวไปแล้ว ว่าไม่ต้องล้างเอง เพราะเค้าจะมาเก็บเองในวันต่อถัดมา สามารถมาส่งให้และรับคืนได้จากทั่วกรุงเทพฯ แต่จะมีค่าจัดส่งเพิ่มตามระยะทางค้า (ราคาค่าส่งจะคิดเฉพาะขามาส่งรอบเดียว) บอกเลยว่ามีแต่คุ้มกับคุ้ม ส่วนเรื่องการขนส่งและความสะอาดก็ไม่ต้องกังวลเพราะร้านก็แพคอย่างดีสะอาดสะอ้าน

วิธีการสั่ง (ต้องล่วงหน้า 1 ชั่วโมง)
- โทรไปสั่งได้ที่ 097 2011 545 หรือ
- ไลน์ไปก็ได้ @46foods (ใส่@ด้วยน้า) https://line.me/R/ti/p/%4046foods
New Year Food Guide Special : ส่งฟรีทั่วกรุงเทพฯสำหรับสั่งชุดทาน 4 คนขึ้นไป และ มีเมนูเพิ่มเติม คือ ชีส และ โค้กในราคา 50 บาท
ที่ตั้ง : จอมทองฝั่งธน
เปิดบริการ : ทุกวัน
เวลา : 11.00-22.00 (สำหรับ Delivery สั่งจองล่วงหน้า 1 ชม, ส่งทั่วกรุงเทพ ค่าส่งคิดเพิ่มตามระยะทาง)
โทร : 097 2011 545
ราคา : เริ่มต้นที่ 399 บาท สำหรับ 2 ท่าน (ไม่ต้องล้างเตาคืน รับคืนวันต่อมา )
เหมาะสำหรับ : เพื่อน และ ออฟิส (สั่งมาทานในพื้นที่ของตัวเองพร้อมเตา)
Facebook : www.facebook.com/46foods
เอาหละ เห็นอย่างงี้แล้วก็อย่าลืมพาคนใกล้ตัวคุณไปอิ่มอร่อยกันถ้วนหน้าตามประสา New Year Food กันนะ แล้วก็อย่าลืมจองไปก่อนหรือโทรไปสั่งล่วงหน้านะ จิหาว่าไม่เตือนนะค้า สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขส่งท้าย 2017 และ เตรียม Welcome New Year 2018 กันนะ ขอให้เป็นปีใหม่ที่มีแต่ความสุข ท่องเที่ยว แรงบันดาลใจ และใช้ชีวิตให้คุ้มค่ากับการมีชีวิตเนอะ และที่สำคัญ อย่าลืมติดตามพวกเราไปเรื่อยๆนะ เลิฟๆ : )































































