Go! Thailand : เที่ยวตามหาเสน่ห์ตัวเมือง ลำปาง ที่หลงลืมกับ Samsung Galaxy K Zoom
สวัสดีทุกคน ขอบอกเลยนี้เป็นการเขียนรีวิวแรกของอ้นจูแห่งโกกราฟที่จะไม่ค่อยเห็นหน้าตาซักเท่าไร
ปกติเป็นแต่คนถ่ายภาพอย่างเดียว ปกติก็เป็นน้องแว่นฟ้าฟ้าของทุกคนเป็นคนเขียนน่ะ
มาเข้าเรื่องกันดีกว่า
เหตุที่อ้นจูต้องมารีวิวก็เพราะเรามีสปอนเซอร์ใจดีจาก Samsung ให้มาทดลองและรีวิว Samsung Galaxy K Zoom!!

ตัวนี้เลยๆ Samsung Galaxy K Zoom ก็รีบเปิดกูเกิ้ลดูมันคือโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่เน้นการใช้งานไปทางกล้องนั้นเอง
เพราะเน้นไปทางกล้องเลยต้องส่งมาให้ผมเป็นคนรีวิวให้ดูกัน ก็เลยต้องมารีวิวตามสไตล์ๆ อ้นจู บ้างน่ะ
ไม่กี่วันทาง Samsung ก็ส่งเจ้า K Zoom มาให้ถึงบ้าน
แกะกล่องมาลองดูกันเลย


รูปร่างหน้าตาก็ประมาณนี้ ขนาดพอดีมือ เวลาจะถ่ายรูปก็จะมีเลนส์ยืดออกมา
ไปอ่านมา เขาบอกว่าจุดเด่นของ K Zoom คือ Optical Zoom 10 คือซูมได้ 10 เท่า และ แฟลช Xenon ซึ่งเป็นแฟลชชนิดพิเศษ สว่างมากกว่า, ไกลกว่า และ สีแฟลชยังเป็นธรรมชาติมากกว่า
เขาบอกมาว่างี้ แต่ไม่รู้จริงหรือเปล่า เราเลยต้องมาลองใช้กัน!! เอามาให้ดูกันเลยว่าเจ๋งจริงไหม
ขายของมาเยอะล่ะ เรามาเข้าเรื่องเที่ยวจริงๆกันดีกว่า
ตอน Samsung ส่งเครื่องมาลอง พอดีกับต้องไปทำงานที่ลำปาง
ก็เลยเอามาใช้ซะเลย หลังจากนี้รูปทั้งหมดมาจากกล้องของ K Zoom ล้วนๆ
……………………………………………………………………………………………………………………………………
ถึงเวลามาเที่ยวกันได้แล้ว!
ทริปนี้เราเดินทางไปเที่ยวตัวเมืองลำปางกัน หลายคนคงรู้จักลำปางแค่รถม้า กับชามตราไก่กันแน่นอน
และคนก็ไม่ค่อยจะแวะนอนที่ลำปางซักเท่าไร เห็นว่าเป็นแค่เมืองผ่าน
แต่หลายคนคงไม่รู้ว่าลำปางเป็นเมืองเก่า ที่สมัยก่อนเป็นเมืองที่รุ่งเรืองจากการค้ามากจนเรียกว่า นครลำปาง
เราเลยอยากพาให้คนรู้จักจังหวัดลำปางนี้ให้มากขึ้น ว่ามีอะไรที่น่าสนใจอีกมาก
ออกเดินทางกัน!
เริ่ม เราเดินทางออกจากกรุงเทพที่หมอชิตวันศุกร์ตอน 2 ทุ่มตรง
เราใช้บริการของสมบัติทัวร์แบบ VIP กันเลย ทริปนี้มีไปกัน 3 คน
สภาพในรถสมบัติทัวร์แบบ VIP ก็ดีมาก มีบริการของหวาน เยอะกว่านั่งเครื่องบินอีก! ขนม น้ำส้ม นม เยอะไปหมด
มีทีวีให้ดู หนังใหม่ เกมให้เล่น แถมมีแวะให้เราไปกินข้าวตรงที่พักรถ กินแบบบุฟเฟ่ต์กันเลย อร่อยใช้ได้เลย
แล้วก็หลับไป ตื่นมาอีกทีก็จะถึงลำปางล่ะ ประมาณตี 4
ถึงขนส่งลำปาง ก็ลงจากรถแบบมึนๆ ไปหารถสองแถวเหลืองเพื่อไปที่พักของเรา ตกคนละ 20 บาท

ดูจากรูปก็รู้ว่ารถขับนิ่มมาก (ประชด!!) กล้องดีขนาดไหนก็สั่นอยู่ดี
นั่งไปซักพักไม่นานจากขนส่งนักก็ถึงที่พักของเราอยู่แถวถนนกาดกองต้าเลย ริมน้ำวัง
และถึงซักที Riverside Gusethouse บรรยากาศดีมากเลยใครมาแวะลำปาง แนะนำที่นี้เลย
เดินเข้าไปในโรงแรมตอนตี 4 เข้าไปไม่มีพนักงานที่เคาเตอร์เลย ก็เป็น Gusethouse นี้น่ะคนเขาไปนอนกันหมด
ก็นั่งรอตบยุงกันไป เดินไป เดินมาทั่วโรงแรม ซักพักก็มีคนออกมา สงสัยเสียงดัง (คือตั้งใจ ฮ่าๆ)
แล้วก็ได้มานอนในห้องพักของเราซักที เจอเตียงนุ่มๆหลังจากหลับๆตื่นๆบนรถทัวร์
งีบได้ซัก 1 ชม. ประมาณ 6 โมงเช้าก็ลุกออกไปที่ตลาดเช้าเพราะเริ่มหิวล่ะ
ก็ออกจากที่พัก เดินไปเรื่อยๆ บนถนนกาดกองต้า ก็จะเป็นบรรยากาศบ้านเรือนเก่าๆ เพราะเดิมเป็นย่านการค้าตั้งแต่สมัยก่อน
เดินไปเรื่อยๆจนถึงสะพานรัษฏาภิเษก ฟ้าตอนเช้ากำลังสวยเลย
บรรยากาศหลังฝนตก เย็นกำลังดี
เดินข้ามสะพานปุ๊บ ตรงตีนสะพานก็จะเจอกับตลาดเช้าเทศบาล1 และจะเจอพระหลายรูปบิณฑบาทผ่านแถวนี้เยอะมาก
เพราะลำปางเป็นเมืองที่มีวัดอยู่เต็มทั่วเมืองไปหมด

บรรยากาศตอนเช้า ซื้ออาหารจากชาวบ้าน มีให้เลือกหลากหลายแล้วแต่อยากจะกิน 3 คนหมดแค่ 100 เดียวได้ทั้งหมูย่าง ปลาย่าง น้ำพริกผักลวก ข้าวเหนียว น้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ อิ่มพอดี ความสุขจริงๆ อาหารเช้าจากตลาด

จริงๆตลาดเทศบาลนี้ไม่ได้ขายแค่ช่วงเช้าแต่ขายตลอดทั้งวันทั้งคืนเลยทีเดียว เหมือนเป็นตลาดหลัก ที่คนลำปางจะมาซื้อของสดกัน

ซื้อของที่ตลาดเสร็จก็เดินกลับที่พัก ผ่านบรรยากาศตอนเช้าที่ไม่ต้องเร่งรีบมาก สบายๆ

กลับมาถึงที่พัก ถ่ายบรรยากาศริมน้ำวังให้ดูบ้าง เมื่อเช้ามืดเกินไปมองอะไรไม่เห็น บรรยากาศดีมากจริงๆ ก็นั่งริมน้ำพร้อมจกข้าวเหนียวหมูปิ้งพร้อมน้ำพริกหนุ่มและผักลวกกันไป

ทดสอบ Optical Zoom 10 บ้าง ดูจากรูปด้านบนยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน ซูมไปเห็นถึงฝั่งตรงข้ามนู่นเลย ชัดมากด้วย ไม่น่าเชื่อว่ากล้องที่มากับมือถือจะทำได้ละเอียดขนาดนี้ จริงๆ น่ะ มือถือรุ่นอื่นไม่สามารถซูมได้ขนาดนี้และชัดขนาดนี้เลย

ก็นั่งกินอิ่ม เล่นมือถือไปซักพักก็งีบหลับต่ออีกแปปหนึ่ง เพื่อรอเวลาตอนบ่ายวันนี้ เราได้นัดลุงรถม้าไว้แล้ว มารับที่พักเลย
พอหลับไปได้ซักพักก็ตื่นขึ้นมาดูเวลายังแค่ 11โมงเอง ยังต้องรอลุงรถม้าตั้งบ่าย 3
เลยคิดว่าไปเดินเล่นในเมืองก่อนดีกว่า ก็หยิบแผนที่ตัวเมืองที่โรงแรมมา อันนี้เลย
http://lampangcitymap.com ลองเข้าไปดูได้ในเว็บของท่องเที่ยว ลำปาง
ก็เลยดูตามแผนที่ แล้วเดินเล่นผ่านศาลเจ้าแม่ทับทิม แปลว่าแถวนี้สมัยก่อนมีคนจีนมาอาศัยอยู่เยอะแน่นอน

เดินไปอีกหน่อยก็ผ่านสะพานแขวนแห่งเดียวของ ลำปาง จะเห็นสัญลักษณ์ไก่ขาวของเมืองลำปางด้วย
มันก็เป็นเรื่องแปลกที่ทุกคนจะนึกถึงลำปางจะนึกถึงรถม้าแต่สัญลักษณ์จริงๆของลำปางคือ ไก่ขาวนั้นเอง

เดินไปอีกซักพักก็ถึงวัดศรีรองเมือง ซึ่งเป็นวัดที่สร้างรูปทรงแบบของวัดพม่า ข้างในก็จะประดับ รูปทรงตามสไตล์พม่าเป๊ะๆ
ทำให้เรารู้ว่าที่นี้ก็มีอิทธิพลจากพม่าเหมือนกัน แปลว่าต้องมีคนพม่าเคยมาทำมาค้าขายแน่นอน


ซักพักเราก็เดินกลับมาที่ถนนกาดกองต้า ที่ถนนแห่งจะเจอบ้านรูปทรงที่ปนฝรั่งๆ ฉะลุลายไม้อย่างสวยงาม ซึ่งเขาเรียกสถาปัตยกรรมที่นี้ว่า “ล้านนาโคโลเนียล”
เป็นบ้านที่ปนวัฒนธรรมหลายๆอย่างทั้งแบบล้านนา แบบฝรั่ง แบบพม่า ปนๆกันไป

จนเราเดินมาจนถึงบ้านที่ทรงสวยที่สุดในย่านนั้นเลยก็ว่าได้ เป็นสไตล์โคโลเนียล ฉะลุลายขนมปังขิงที่เต็มไปทั้งหลัง
อาคารหลังนี้ชื่อว่า หม่องโง่ยซิ่น
ตอนนี้ได้ทำการบูรณะกลายเป็นร้านกาแฟและแกลอรี่ไป


ก็ลองเข้าไปนั่งดู และสั่ง หม่องเซ็ต มาเป็นชุดเครื่องดื่มหลายๆรสเสริ์ฟพร้อมกับข้าวแต๋น จัดมาน่ารักดี แน่นอนหลายคนชอบแช๊ะก่อนกิน เลยลองใช้โหมดถ่ายอาหารดู รูปออกมาสีหน้าตาน่ากินเลย
ถ่ายเสร็จก็กินกาแฟ ชาเย็นไปเพลินๆรอเวลา ลุงรถม้าต่อไป

พอนั่งไปได้ซักพัก ก็เผอิญไปเจอเจ้าของอาคารนี้ ก็เลยคุยกัน เขาก็เล่าประวัติของเมืองลำปาง ทำให้เราถึงบางอ้อว่า
ลำปางเป็นหัวเมืองการค้าของล้านนา ทำให้มีคนหลากหลายชาติมาทำการค้ามากมายทั้งพม่า จีน อังกฤษ จึงทำให้อาคารแถวนี้ ตึกแถวนี้มีทรงที่มีหลากหลายวัฒนธรรมมาผสมกันอยู่ มีศาลเจ้าแม่ทับทิม
และเล่าถึงที่มาของตึก หม่องโง่ยซิ่น เจ้าของเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูล
เดิมเจ้าของอาคารนี้คือคณบดีชาวพม่าที่มาทำค้าขายไม้ในย่านนี้ แต่เดิมแถวนี้มีแต่ชาวจีนมาทำมาค้าขาย นำสินค้าขนส่งผ่านเรือมาขึ้นที่ท่าแถวเชิงสะพานรัษฎา ซึ่งทำให้สมัยนั้นนครลำปางรุ่งเรืองมาก แต่พอมีฝรั่งเข้ามาค้าขายด้วย ซึ่งเกิดปัญหาเรื่องภาษา จึงได้มีชาวพม่าเนี่ยแหละ มาช่วยทำมาค้าขายกับชาวอังกฤษ เพราะชาวพม่าสามารถพูดได้คล่อง จนทำให้ลำปาง มีคนหลากเชื้อชาติมาอาศัยกันอยู่ จนทำให้เกิดสถาปัตยกรรมสไตล์ล้านนาโคโลเนียลขึ้นมาให้เราได้เห็นทุกวันนี้
เจ้าของบ้านยังพาไปเผยความลับของบ้านหลังนี้ด้วย เขาพาขึ้นไปดูว่าฝ้าของอาคารหลังนี้ทำด้วยดีบุกทั้งหลัง ซึ่งมีแห่งเดียวในไทย และเป็นอาคารที่เสริมเหล็กเป็นอาคารแรกของลำปางด้วย อาคารหลังนี้ได้รับแขก ทูตจากต่างชาติมากมาย ในอดีต แปลว่าเจ้าของบ้านหลังนี้เป็นคนที่สำคัญมากจริงๆ


และยังพาไปดูความลับอีกอย่าง คือข้างใต้ของอาคารเป็นหลุมหลบภัยที่ใช้ในสมัยสงครามโลก พอมีสัญญาณเตือนภัยคนทั้งกาดกองต้าจะมาหลบที่หลุมหลบภัยแห่งนี้เพราะอาคารหลังนี้แข็งแรงที่สุดใน ลำปาง ในสมัยนั้น

พอคุยกับเจ้าของได้ซักพักก็ต้องขอลา เพราะต้องไปเจอกับลุงรถม้าที่นัดไว้
ตอนนี้ก็บ่ายแล้วก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย แต่ที่ลำปางน่ะ
จัดโหมดอาหารเหมือนเดิม

อิ่มแล้วก็กลับมาที่โรงแรม และรออีกซักพัก ก็เลยลองเล่นกล้องระบบมาโครบ้าง ว่าเป็นอย่างไร


ก็ออกมาอย่างที่เห็น ซูมมดชัดเจนเลยทีเดียว ถ่ายง่ายแค่ปรับโหมดแล้วถ่ายเลยก็ได้รูปมาแบบนี้ล่ะ
นั่งเล่นซักพักลุงรถม้าก็มาพร้อมกับม้าลูกครึ่ง ตัวใหญ่กว่าม้า ลำปาง ตัวอื่นที่เราเห็นตามเมืองทั่วไป
ที่ตอนแรกเห็นแล้วสงสัยว่าลากไปได้ไงตัวแค่นั้น เล็กกว่าตัวในรูปเยอะ
พอเห็นตัวนี้เราก็ไม่ต้องห่วงแหละ ว่าจะลากพวกเรากันไหวไหม
ลุงชื่อสมพร กับเจ้าม้าชื่อสิงหา

คุยกับลุงสมพรว่าช่วยพาไปที่แปลกๆ ที่ปกติรถม้าจะไม่มาพาไปให้หน่อย
ลุงแกก็เลยจัดให้ บอกจะพาไปตามรอยประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ของ ลำปาง ล่ะกันน่ะ
ก็ขึ้นรถม้า ออกไปกับลุงสมพรและสิงหาเลย


นั่งรถม้ากุ๊บกั๊บๆ ก็ถึงวัดวัดป่าฝาง
วัดนี้ก็เป็นหนึ่งในวัดพม่าใน ลำปาง วัดนี้มีความพิเศษอยู่อย่างที่ไม่มีวัดใดๆในไทย
คืออุโบสถของงวัดป่าฝางหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ซึ่งปกติจะหันไปวัดตะวันออก
เขาอธิบายว่า คนสร้างอุโบสถพยายามต้องการบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องทำตัวตามใคร ให้ใช้ชีวิตแบบทวนไปอีกด้านบ้างก็ดี
เลยแฝงไว้ในการหันหน้า ทิศของอุโบสถหลังนี้ไว้ ถ้าคนไม่สังเกตก็คงไม่รู้เหมือนกัน

แล้วก็เดินทางต่อ ผ่านป้อมปราการ ที่เมื่อก่อนมีปืนใหญ่ไว้สู้รบกับข้าศึก เป็นร่องรอยที่ให้เรารู้ว่าเป็นหัวเมืองเก่าที่สำคัญมาก
ระหว่างทางที่รถม้า ลุงก็จะชี้ว่าตรงนี้เป็นฐานกำแพงเมือง และมียาวเป็นกิโลๆเลย

จนมาถึงวัดประตูป่อง อยู่ด้านเหนือของตัวเมือง ลำปาง เป็นวัดเก่าสไตล์ล้านนา

วัดนี้มีความ Unseen คือสามารถมองเงาพระธาตุกลับหัวได้เหมือนกัน
ปกติเราจะรู้ว่า Unseen Thailand ดูเงาพระธาตุกลับหัว จะมีที่พระธาตุลำปางหลวง แต่จริงๆที่ ลำปาง มีวัดที่สามารถดูได้อีกคือ
วัดพระธาตุจอมปิง วัดอักโขชัยคีรี และวัดประตูป่อง นั้นเอง
หลังจากดูเงาพระธาตุเสร็จก็พักซักแปป ให้สิงหาหายร้อนบ้าง

พักเรียบร้อยก็เดินทางกันต่อไปดูบ้านเสานัก ก็หมายถึงบ้านเสามาก คือมีเสาบ้านตั้ง 128 ต้น
ไม่รู้จะเยอะไปไหน เป็นบ้านทรงล้านนาผสมพม่า เจ้าของเป็นคนพม่าที่มาทำค้าขายที่ลำปางเหมือนกัน

แล้วก็ไปแวะพาะธาตุดอนเต้า

แวะวัดปงสนุก เป็นวัดที่มีพิพิธภัณฑ์ของเก่าด้วยน่ะ ลองไปแวะดูกันได้


นั่งรถม้ากับลุงสมพรมาได้ 3 ชั่วโมงล่ะ ก็พูดคุยเกี่ยวกับรถม้า ก็มาจากวัฒนธรรมของชาวอังกฤษที่มาทำการค้าในสมัยก่อนนั้นแหละ
หลังจากเที่ยววัด ตามรอยประวัติศาสตร์มาทั้งวัน ก็ให้ลุงสมพรไปส่งที่ถนนสายวัฒนธรรมตั้งอยู่บน ถนนวังเหนือ ปกติถนนคนเดินนี้จะมีแต่วันศุกร์ตอนเย็นเท่านั้น แต่พอดีมาช่วงที่เขาจัดงานพอดี เลยได้มาแวะเที่ยวกัน

ในงานก็มีจัดโชว์งานหัตถกรรมพื้นบ้านของลำปาง

เลี้ยงด้วงกว่าง อยู่กรุงเทพนี้ไม่น่าจะได้เห็นแล้วน่ะ

แกะสลักกันให้ดูตรงนั้นเลย งานละเอียดมาก

ทำเชือกมัดปลอกดาบ
มีสอนการเขียนอักษรล้านนาด้วยน่ะ
ลองใช้ซูมของกล้องดู ไม่ต้องก้มไปถ่ายไปรูปให้เมื่อย รูปคมชัด

ซักพักพระอาทิตย์เริ่มตก บรรยากาศดีมาก ลองใช้โหมด HDR ถ่ายดู ภาพออกมาสีสวยเลย

พอตะวันตกดิน ท้องก็เริ่มหิว ก็ไปหาไรกินกันดีกว่า ที่งานมีขายอาหารพื้นเมือง ลำปาง
ที่น่าสนใจคืองานนี้จะให้แลกเป็นหอยเบี้ยเอาไปเงินสำหรับซื้ออาหารให้เข้ากับงานย้อนยุคเขา ก็แลกไปเป็น 100 เลย
เอาทุกอย่าง ข้าวส้ม ยำถั่วมะเขือ ข้าวเหนืยว น้ำพริก เยอะแยะไปหมด ป้าขายอะไรเอาอย่างละหนึ่งหมด
ไข่ป่ามก็คือไข่เจียวย่างบนใบตองนั้นแหละ กลิ่นหอมใบตองดี

ยำถั่วมะเขือ ใส่ผักสมุนไพรเยอะแยะไปหมด ไม่รู้อะไรมั้ง อร่อยดี
ซื้อมาหลายๆอย่าง แล้วก็ถึงเวลาจกกินกันแหละ ง่ายๆ แต่อร่อย อิ่มไปอีกมื้อ

พอมืดก็เริ่มเดินเที่ยวงานล่ะ ถนนประดับโคมไฟสวยงาม
อย่างที่บอกวันนี้พอดีกับวันเขาจัดงานพอดีเลยมีการแสดงรำไทยแบบล้านนาให้ดูกัน

พอดูรำไทยขยับกันไวๆ เลยอยากลองโหมดนี้บ้าง โหมดหยุดการเคลื่อนไหว สงสัยว่าเป็นยังไง

ผลที่ออกมาดูดีทีเดียว โฟกัสที่หน้าคนรำได้ชัดเจน ในขณะที่กล้องซูมอยู่ด้วย ออกมาได้ภาพที่ดี
พอเดินถนนสายวัฒนธรรมจนพอล่ะ ก็เดินกลับมาเดินถนนคนกาดกองต้าบ้าง ถนนจะเปิดทุกเสาร์-อาทิตย์ ในช่วงเย็น

บรรยากาศดีมีของกินเยอะ ของขายทั่วไป ท่ามกลางถนนที่มีบ้านสถาปัตยกรรมแบบเก่าๆ ให้ชมกัน

มาแวะร้านม้าหมุน ร้านที่มีงานแฮนเมดขายในย่านนี้ตั้งแต่เริ่มต้นถนนคนเดินเลย

เดินจนมาถึงร้านลูกชิ้นยักษ์เขียง คนต่อคิวยาวมาก เขาว่าเป็นต้นตำรับลูกชิ้นยักษ์เลย

ลูกชิ้นใหญ่จริง 2ลูก 10บาท อร่อยดีเนื้อเต็มๆไม่ค่อยผสมแป้ง

แล้วก็แวะเข้าไปดูงานศิลป์บนบ้านศิลปินบนถนนกาดกองต้า

อีกร้านที่น่ามาแวะชมดูก็ร้านบุญช่วย เป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ของเก่า ที่เอาสินค้าต่างๆที่เราเคยใช้ในอดีตให้ลองย้อนเวลาในวัยเด็ก

เคยใช้ของบางอย่าง บางอย่างก็ไม่รู้จักเลย เกิดไม่ทัน ฮ่าๆ

เดินกันจนเหนื่อย ก็กลับมาถึง Riverside Guesthouse บรรยากาศตอนกลางคืนก็ชิลดีเหมือนกัน


จากนั้นก็นอนบนเตียงนุ่ม และขอราตรีสวัสดิ์สำหรับวันนี้
ตื่นขึ้นเช้าอีกวันเราได้นัดกับรถสองแถวไว้ ได้เหมาไว้ใช้เที่ยวกัน
ก็เหมือนเดิม เดินไปตลาดเช้า ใส่บาตร กินง่ายๆ เหมือนเดิม มีความสุขแล้ว
9 โมงรถสองแถวมารับแล้วออกเดินทางไป อ.เกาะคา ห่างตากตัวเมือง ลำปาง 25 กิโล
ไปแวะพระธาตุ ลำปาง หลวง มาที่ ลำปาง ก็ต้องมาแวะที่นี้ซิ
เป็นหนึ่งในวัดที่สร้างแบบล้านนา ได้สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทยเลย ด้วยทรงวัดล้านนาที่ยังคงแบบดั้งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ที่พื้นรอบพระธาตุยังเป็นทรายตามอดีต ไม่ปูนพื้นดีๆ เพราะเขายังคงอยากอนุรักษ์วัฒนธรรมเดิมๆ ตรงกับสุภาษิตขนทรายเข้าวัด
ว่าทรายนั้นมีประโยชน์ และช่วยทำให้เวลาฝนตกแล้วน้ำไม่ท่วมด้วย
เข้าไปในกฎิเพื่อดูภาพพระธาตุกลับหัว แต่อดไม่เห็นเพราะเมฆเยอะ ฝนกำลังตก ไม่ค่อยมีแดด เลยอดเห็นไป

ไหว้พระธาตุ เดินรอบพระธาตุ แล้วอย่าลืมไหว้พระทันใจที่เขาว่าศักดิ์สิทธิ์มาก
บริเวณวัดพระธาตุ ลำปาง หลวงมีงานจิตรกรรมมากมาย ให้เราได้ลองดูกันด้วย
เสร็จแล้วเราก็กลับเข้าเมือง และแวะไปศาลหลักเมือง
ศาลหลักเมืองที่นี้ก็แปลก คือมีถึง 3 เสา เพราะ ลำปาง เคยสร้างเมืองใหม่ถึง 3 รอบ พอสร้างที่ล่าสุดก็เลยเอาทุกเสามารวมไว้ที่ศาลเดียวกันเลย
ช่วงบ่าย เราก็ไปแวะพิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี เป็นพิพิธภัณฑ์ใหม่ของ ลำปาง เปิดได้ประมาณ 3 ปี


เข้าไปส่วนแรกก็เป็นพิพิธภัณฑ์ เล่าถึงประวัติความเป็นมา ว่าอาปาอี้เป็นชาวจีนที่อพยพมาหางานทำที่ไทย แล้วแต่เดิมก็เป็นช่างปั้นชามอยู่แล้ว วันหนึ่งก็หาดินมาปั่นชามไปเจอชาวบ้านเอาดินขาวมาขาย ก็เลยถามว่าเอามาจากไหน ก็สืบจนเจอว่ามาจากลำปาง
ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของเซรามิคที่ ลำปาง และนำรูปแบบชามจากจีนมาใช้ ก็คือชามตราไก่นั้นเอง


พอเดินมาอีกส่วนก็จะเป็นโรงผลิตถ้วยชาม ที่ยังคงใช้อยู่จริงๆโรงนี้เน้นผลิตถ้วยขนมถ้วยที่เราเห็นทุกวันนี้ มาจากโรงผลิตที่นี้ทั้งนั้น

มีส่วนแสดงถึงการทำถ้วยชามแบบดั้งเดิม เป็นขั้นตอนเลย ทุกจุดมีคนทำให้ดู

และไฮไลท์ของที่นี้คือ เตามังกร เป็นเตาแบบโบราณที่ใช้กันตั้งแต่เริ่มต้นกิจการกันเลยทีเดียว น่าสนใจมากๆ
แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วเพราะควันเยอะมาก ทำลายอากาศโดยรอบเลยยกเลิกไป ใช้เป็นเตาแก๊สแทน

หลังจากชมพิพิธภัณฑ์จนเสร็จ เขาก็มี workshop ให้ระบายสีบนเซรามิค แล้วเขาจะเผาให้เราแล้วส่งกลับบ้านมาทางไปรษณีย์


หลังจากลงสีกันจนเสร็จ ก็มาได้เวลาแวะซื้อของฝากบ้าง
บอกเลยของฝากที่นี้ทำได้ดูดีมาก สวยๆ น่าซื้อเก็บกลับบ้าน และมีเซรามิคราคาโรงงาน ให้ซื้อกลับบ้านด้วย
บอกได้เลยว่าควรมาแวะที่นี้ให้ได้ เมื่อมาลำปางใช้เวลาซัก 1 ชม. มาดูได้ความรู้ดีด้วย

แล้วก็หมดเวลา 2 วันที่อยู่ตัวเมืองลำปาง
สุดท้ายก็เดินทางกลับบ้านที่ขนส่งลำปาง กลับสู่กรุงเทพ
นี้ยังเป็นแค่ส่วนน้อยของที่เที่ยวลำปาง ลำปางยังมีที่เที่ยวอีกเยอะมาก ให้พวกเราได้ลองค้นหาดู ยังมีของกินอร่อยๆมากมายให้ลองชิมอีก
นอกตัวเมืองก็มีที่เที่ยวธรรมชาติ น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน แนะนำให้ลองไปพักดูในอุทยาน ดีมากๆ อยากไปลองเที่ยวกันน่ะ
สุดท้ายก็เดินทางกลับบ้านที่ขนส่งลำปาง กลับสู่กรุงเทพ

ก็จบแล้วสำหรับการรีวิวเที่ยวและลองใช้กล้อง Samsung Galaxy K Zoom
หลังๆรีวิว ไม่ได้พูดถึงกล้องเป็นอย่างไรบ้าง ลืมไปเลยซิว่าเป็นรูปจากกล้องที่ติดมากับมือถือ
สรุปเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าดี เหมาะสมกับนักเดินทางแบบเราแล้ว
เดี๋ยวนี้ก็ไม่อยากจะพกกล้องใหญ่แล้วมันหนักบางที แต่ภาพที่ได้จากมือถือก็ไม่ค่อยละเอียดอีก
ฉะนั้น ตัวเลือกที่เดียวตัวหนึ่ง ที่จบในตัวเดียว ไม่ต้องพกทั้งโทรศัพท์มือถือ ทั้งกล้องอีก
ก็เจ้าตัว Samsung Galaxy K Zoom เนี่ยแหละตัวเดียวจบ ไม่ต้องพกอะไรเพิ่มแล้ว
เออ เกือบลืม
ขอเสริมอีกฟังก์ชั่นที่ชอบดีกว่าเหมาะกับนักเดินทางแบบเราด้วยคือ โหมดประหยัดแบต



คือโหมดนี้เหมาะกับพวกเรานักเดินทางมาก ที่จำเป็นต้องใช้มือถือแต่แบตมันจะหมดแล้ว!!
โหมดนี้ช่วยยืดชีวิตของเราได้เยอะมากจริงๆ แบต 10% ปกติแค่ชม.เดียวก็หมดล่ะ
แต่เปิดโหมดประหยัดแบต อยู่ได้อีก 1 วันเต็มๆสบาย ดีจริงๆ
ก็สรุปอีกรอบ K zoom นี้เหมาะสำหรับคนชอบถ่ายรูป แต่ไม่อยากพกอะไรเยอะแล้วๆ
ตัวเดียวจบจริงๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………….
และแล้วก็จบสำหรับรีวิวนี้
ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้ เป็นรีวิวที่ยาวพอสมควรสำหรับตอนเดียว
ไว้พบเจอกันใหม่ ในข้างหน้า อย่าลืมไปเที่ยวกันด้วยล่ะ โก!
อ้นจู โกกราฟ
เมืองไทยเรายังมีที่เที่ยวสวยๆอีกมากรอให้เราไปค้นหา ติดตามต่อกันได้ที่
Sponsored post by Samsung





