Benelux + Europe : EP 15 – Brugge & Ghent

ความเดิม
จากกรุงเทพสู่เนเธอร์แลนด์ แดนจักรยาน จากเนเธอร์แลนด์ สู่ ลักเซมเบิร์ก เมืองเล็กที่น่ารัก จากลักเซมเบิร์ก สู่ เบลเยียม ประเทศสุดท้ายในกลุ่มเบเนลักซ์ และตอนนี้เราผ่านเมืองหลวงเบลเยียมกันไปแล้ว ขอเชิญพบกับเมืองเล็กๆ อีก 2 เมืองน่ารักระดับภาพยนตร์โลก Brugge และ Ghent ค่ะ

เราเริ่มออกเดินทางจากบรัสเซลส์ นั่งรถไฟเอาค่ะ
โดยนั่งไปไกลสุดก่อนคือ Brugge (บรูจจ์) คืนนี้เราจะนอนค้างคืนกันที่เมืองนี้ค่ะ
ดังนั้นวันนี้ไม่มีอะไรมาก เที่ยวชมเมือง เริ่มต้นจากสถานีรถไฟบรัซเซลส์กันเลย




นั่งรถไฟไปสักพักประมาณ 1 ชม.
เราก็ถึงกันแล้ว สถานี Brugge กันแล้วค่ะ


บรูจจ์ มาทำไม?
สมัยมหาวิทยาลัย จขกท.เคยดูหนังเรื่อง Brugge ค่ะ หนังสนุกดีเป็นแบบยิงๆกัน
ฆาตกรรมแต่โรแมนติก ที่สำคัญคือฉากเมืองอย่างงามมาก ดังนั้นครั้งนึงถ้ามีโอกาสได้มา ชั้นจะมาเมืองนี้
เราเริ่มออกมาเดินหน้าสถานีรถไฟแล้ว ฝนตกก็ไม่กลัว

เมืองนี้ดันฮิตค่ะ ต่อมาดูหนังเรื่อง PK (หนังอินเดีย เกี่ยวกับพวกศาสนา) ก็มาถ่ายที่เมืองนี้
แน่นอนว่าเอกลักษณ์ของบรูจจ์คือ เมืองเล็กน่ารัก คลอง และสวยงามค่ะ

กระเป๋าหนักๆ เริ่มจากเดินไปเก็บของก่อนเลย ฝนก็ตกอีก ชีวิตดีจุง
แวะพักที่ Information Center แป๊ป คือเมืองนี้เราไม่ต้องใช้สมองอีกเช่นเดิม
เพราะพี่นัท (พี่สจ๊วตที่บังเอิญเจอ) พาทัวร์จ้ะ

รูปปั้นแถวสถานีรถไฟค่ะ จากสถานีรถไฟเดินเข้าสู่ถนนเส้นฮิตได้แปปเดียว

เก็บของจบ ทีนี้ได้เวลาเดินเล่นในเมืองค่ะ
ตัวเมืองก็ถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับต้นๆ ของเบลเยียม ดังนั้นงานแบรนด์เนมต้องมา
ถนนเส้นนี้ Steenstaat เป็นถนนเจริญสุด มีร้านค้ามากมาย
พวกเราก็ซื้อบ้าง ชิมเค้าฟรีบ้าง ตามประสาเด็กน้อย

เราแวะโบสถ์กันก่อนค่ะ โบสถ์ St Salvatorkathedraal (ชื่อยากไปใด)
ด้านในก็โบสถ์ค่ะ ใหญ่พอตัวเลย


ในโบสถ์นอกจากจะมีรูปปั้น ออแกนยักษ์แล้ว ยังมีงานศิลปะเกี่ยวกับศาสนาอีกค่ะ
อันนี้เราชอบมาก เป็นกางเขนแบบตัดทอนสุดๆ กราฟิกและมินิมอลมากเลย

รวมภาพโบสถ์รอบๆค่ะ



เดินกันต่อที่ถนน Steenstaat ค่ะ เพื่อเข้าสู่จตุรัส The Markt

The Markt จตุรัสใจกลางเมืองค่ะ ที่นี่เป็นฉากถ่ายหนังมาหลายเรื่องละ ดีจริงๆ

เมืองนี้มีรถม้าบริการด้วย (แถมทั้งเมืองเหม็นไปด้วยขี้ม้านะ)
ราคาก็น่าจะแพงค่ะ อ่านหนังสือมา ซึ่งนั่งรถม้ากับเดิน คือไม่ต่างกัน ดังนั้น
เราก็เดินดมขี้ม้าไปค่ะ

หิวข้าวแล้ว พอดีทริปนี้มากับเพื่อนแอร์เจ้าเก่า กินดีอยู่ดีนิดนึง
สั่งจนๆ ที่ร้านอาหารในจตุรัสมันซะเลย แพงกระแทกใจกันมาก แต่ก็ทำใจกินนะ
ร้านนี้ได้ดาวมิชลินด้วย เออ แพงหนักเลยชีวิต 555

มาดูหน้าตาอาหารกันหน่อย เออน่ากิน คนเยอะสั่งไม่เหมือนกัน ได้รูปตรึม



จากนั้นเราก็เริ่มเดินสำรวจเมืองอย่างจริงจังสักที เย้
เมืองนี้สามารถเดินได้ทั่วค่ะ ตัวเมืองก็จะซอกแซกซอยๆ มากมาย

รอบๆ จตุรัสเอาให้สะใจค่ะ



ที่สำคัญมีคลอง พบเห็นได้บ่อยครั้ง ถ้าโชคดีได้เจอหงษ์ด้วยนะ

เมืองสวยมาก แบบภาพวาดรึเปล่า (แต่นักท่องเที่ยวเยอะไปนิส)

เดินไปเรื่อยๆค่ะ วิวนี่คือสวยทั้งเมืองจ้ะ


เราก็เดินกันไป จนมาจบที่ร้านนี้

ร้านนี้เป็นร้านขายของที่ระลึก มีขายเบียร์แปลกๆ มากมายค่ะ
แน่นอน ขาเบียร์ ดื่มมันทุกวันขนาดนี้ อ้วนลงพุงขนาดนั้นแล้ว จัดมาอย่าให้เสีย


เบียร์ที่แก้วใหญ่ที่สุด 3 ลิตร แบ่งกัน 7 คน
หนักมากกกกก ใหญ่กว่าหน้า ช่วยด้วย
ร้านนี้ยังมีเบียร์แก้วทรงประหลาดให้ลองอีกเยอะ แถมยังขายของที่ระลึก
(ที่สามารถหาซื้อในบรัสเซลส์ ก็ได้) แต่พวกเราก็ซื้ออยู่ดีค่ะ เล็กๆน้อยๆ


กลับมาชมเมืองสวย เบียร์อร่อยกันต่อค่ะ

กินเบียร์จนหน้าแดง เมามายกันละ

เมืองนี้ถึงเมาก็ยังสวยอยู่นะ

เด็กดีไม่ควรไปเมาที่เมืองนอกนะคะ ถ้าไม่ทำให้ใครลำบาก ตลกโปกฮาคาเฟ่ได้

เราก็เดินสำรวจกันอีกนิดหน่อย ก็เข้าที่พักกันแล้ว
ที่พัก เราพักที่ Snuffel Hostel ยังอยู่ในโซนเมืองค่ะ
แต่ตัวที่นอนคือ โหดมากกกกก ถ้าใครจำได้ว่าที่เมือง Hague เนเธอร์แลนด์ เรานอนสไตล์คุกแค่ไหน
ที่นี่โหดสัสกว่านั้นค่ะ

เริ่มกันที่ห้องน้ำ คือคืนนั้นไม่มีใครอยากอาบน้ำ ทำใจยากมาก
คือเพราะห้องพักไม่ได้ติดกับห้องน้ำ เราต้องเดินลงมาด้านล่าง ผ่านบาร์ ทะลุหลังร้าน ทะลุสวน
ขึ้นบันได ไปเจอห้องน้ำรวม (ความสะอาดปกติค่ะ)
แต่ความพีคคือ ฝักบัว ต้องชักรอกเอาาาา โหวววว ประสบการณ์ใหม่โพดๆ
แบบนี่ชั้นอยุ่ในคุกรึเปล่า อะไรจะแอดเวนเจอร์ได้ขนาดนั้น
ดังนั้นพักที่นี่ อาบน้ำรอบเดียวพอค่ะ (ไม่ได้สกปรกนะ)

บ่นที่พักไปซะเยอะ (จนไม่กล้าถ่ายรูปมา) มาชมเมืองตอนเย็นกันต่อดีกว่า



วันต่อมา
เราก็ยังคงอยู่ในเมือง บรูจจ์ ค่ะ เมืองนี้ยอมรับเลยว่า สวยจริงอะไรจริง
แผนของวันนี้คือ เราจะนัดเจอกับ Warner เป็นเหมือนไกด์ประจำเมือง เขายินดีจะมาพาเที่ยวให้
(พอดีเพื่อนเคยมาเมืองนี้มาก่อนแล้ว เลยรู้จักกับคนนี้พอดี พอพวกเรามาก็เลยแนะนำกันมาต่อค่ะ)
เริ่มต้นออกสำรวจเมืองยามเช้ากันก่อน สวยงามจริงๆ

เช้านี้ เรากลับไปที่จตุรัสอีกรอบค่ะ เพื่อไปดู Historium Brugge
คือเป็นแบบโชว์สเปเชียลที่แบบเทรลเลอร์น่าดูมาก อารมณ์ดูโชว์
แต่บอกเลยว่า ไม่ต้องเข้าไป ไม่ได้ขนาดนั้น คิดในใจกรูดูอะไรอยู่ฟร่ะ…
สิ่งที่ดีงามของตึกนี้คือ ชมวิวที่จตุรัสได้ ซึ่งขึ้นมาฟรีจ้ะ..

เรานัด คุณ Warner ที่ตลาดปลาค่ะ ตลาดปลานี้ก็มีตั้งแต่สมัยก่อนแล้วค่ะ
ดูเหมือนในการ์ตูนวันพีซมาก เราก็ได้เจอไกด์ประจำเมืองนี้กันแล้ว

Warner ภูมิใจในความเป็นเจ้าบ้านมาก ชวนคุย พาไปร้านอาหารทีเด็ดที่แบบเฮ้ย สุดยอด
กินข้าวกล่องกันที่สวน ชมวิวกินข้าว ชีวิตสโลว์ไลฟ์มากมายจ้ะ

เดินสำรวจเมืองกันต่อ เริ่มชานเมืองละ เดินไล่ไปเรื่อยๆ ค่ะ ชิลๆ

ถ่ายเฮียแกหน่อย ขุ่นพ่อ Warner

นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมาแถวนี้กันค่ะ (สงสัยอันซีนจริงๆ) เราก็โอเคนะ แปลกใหม่ดี แบบสัมผัสชีวิตคนที่นี่จริงๆ
อย่างคุณลุงคนนี้ ไม่บอกคงไม่รู้ นางกำลังจับไส้เดือนอยู่ค่ะ เอาไปให้อาหารสัตว์เลี้ยง
คือขูดๆๆๆๆ บนสนามหญ้าแบบนี้แหละ ได้ไส้เดือนมาเต็ม แปลกใหม่กับพวกเรามาก
(คือจริงๆ ที่ไทยอาจจะทำไง แต่ชั้นไม่รู้)

เจอกังหันลม ถ่ายแล้วสวยดี



ตัดกลับเข้ามาในโซนบ้านช่องกันต่อ

เรามาสู่ศูนย์หัตถกรรมบางปะอินบรูจจ์ค่ะ ฮ่าฮ่า
คือที่นี่นอกจากวาฟเฟิล ช็อคโกแลตแล้ว ลูกไม้ก็ฮิตค่ะ ติดท็อปนะคะ
สังเกตตามบ้านต่างๆ จะมีผ้าม่านน่ารัก ดีเทลมากมายให้ดู

ซึ่งศูนย์นี้คือดีมาก เพราะคนที่ทำลูกไม้เป็นคนแก่หมดค่ะ
ดีคือ การทำอะไรแบบนี้ล้วนใช้สมาธิและความจำสูงมาก ยิ่งให้คนแก่มาทำยิ่งทำให้ความจำเค้าดีขึ้นค่ะ
แถมว่างงาน มีเวลาเยอะ ทำอะไรประดิษฐ์ประดอยได้อีก ดีจริงๆ
Right man Right Job มาก




เดินกันต่อ เจอโบสถ์ค่ะ
โบสถ์นี้เป็นโบสถ์คนจนค่ะ ไม่ค่อยได้รับการสร้างที่แบบอลังการมาก
แต่เอาจริงๆ เจอโบสถ์มาเยอะ ชอบที่นี่มาก มันน้อยดี สวยดี แบบไม่ได้ต้องอาร์ตนูโวอะ ขอร้อง

Warner ใจดีมาก พาชมเมืองค่อนวัน เขาก็ถามว่าพวกเราไปไหนต่อ
เราก็อ๋อ เดี๋ยวจะนั่งรถไฟไปเมือง Ghent หรือ Gent กันต่อ เขาก็เลยบอกว่า
อ้าวจริง เค้าไปด้วยได้นะ อยากไปเที่ยวเหมือนกัน

สรุปพวกเราก็นั่งรถคุณ Warner ไปเมือง Ghent กันค่ะ ตั๋วรถไฟก็เป็นหมันไปเลย
ก่อนจะขึ้นรถก็กักตุนเสบียงก่อน คนเบลเยียมแท้ๆ พาไปช็อปขนม
ช็อคโกแลตในซูเปอร์ แนะนำหลายอย่างมาก พวกเราก็เชื่อฟัง จัดมา

ระหว่างไป Ghent ค่ะ อีกนิดนึงก็ชายแดนเบลเยียม ทะลุฝรั่งเศสแล้ว
ถ้าบ้าจี้อีกนิดจะไปปารีสซะเลยยย

ทริปนี้พวกเราไม่ได้ขับรถเลย แต่ดีได้นั่งรถคุณพ่อ  (คือสถาปนาให้คุณ Warner เป็นพ่อไปแล้วนะ ใจดีจุง)
จอดรถสักนิด เรามาถึงแล้ว เมือง Ghent  เมืองนี้ก็เป็นเมืองเล็กๆ (เล็กกว่า Brugge อีก)
แต่ความสวยไม่แพ้กันค่ะ

เมืองนี้ ศูนย์กลางเต็มไปด้วยโบสถ์ค่ะ
ถ้าจะเดินไล่ ก็เดินได้เลย ตั้งแต่ St Niklaaskerk ต่อด้วย Belfort เป็นหอระฆัง

ตรงกลางจะเป็นงานสถาปัตยกรรมโมเดิร์นใหม่ของเมือง
งานนี้เคยได้ลงในพวกเว็บดีไซน์บ้านไรงี้ด้วยนะคะ
แต่คุณพ่อบอกว่า สำหรับชาวเมืองคือ มันอาจจะดูขัดกับรอบๆไปหน่อย
รอบๆเป็นโบสถ์ซะส่วนใหญ่ อินี่มาโมเดิร์นเฉย งงเลย

วันนี้ท้องฟ้าสีดีมากๆๆ



จากโบสถ์เราก็เดินทะลุไปริมน้ำค่ะ โหห บรรยากาศดีมาก

ท้องฟ้าสดใส ตัดรับกับเมืองเล็กๆ คือมันคงไม่มีอะไรดีขนาดนี้แล้วหล่ะ

ภาพตรงหน้า ถือว่าสวยแล้ว มาเห็นด้วยตาตัวเองจริงๆ สวยกว่าค่ะ



เราเดินริมน้ำเสร็จก็ได้เวลาอาหารเย็น (กินทั้งวัน) เนื่องด้วยคุณพ่อแสนใจดี เราก็จะเลี้ยงข้าวเค้าดีกว่า
สรุปเค้าอยากกินอาหารไทย เฮ้ย เปลี่ยนเป็นอาหารญี่ปุ่นละกัน (พวกเราอยากกิน) เค้าก็โอเคได้หมดขอไม่ฝรั่งก็พอ
บนโต๊ะ อาหารญี่ปุ่นสนุกมากค่ะ ได้คุยอะไรหลายเรื่อง ทำงาน ชีวิตเค้า แถมสอนการจับตะเกียบด้วย
สำหรับหน้าจีนอย่างเรา พวกนี้แบบธรรมดามาก แต่คุณพ่อแบบใช้มือได้มั๊ย ไม่ตะเกียบได้มั๊ย ตลกดีค่ะ

จากนั้นพวกเราก็ลาคุณพ่อกันค่ะ รู้สึกดีนะคะที่ได้รู้จักใครใหม่ๆ และแบบเค้าดีกับเรามากจริงๆ
แน่นอนว่าเรายังคงติดต่อกันอยู่ (เพิ่งเม้ามอยกันอยู่เลย) นอกจากเมืองสวยแล้ว
ความรู้สึก ผู้คน ยังมีผลต่อการเดินทางจริงๆ

เรา 5 คนก็กลับสู่ชีวิตเดิม ได้เวลาขึ้นรถรางไปต่อรถไฟ เพื่อกลับสู่เมืองหลวง บรัสเซลส์กันค่ะ
ชมเมืองยามค่ำคืนกันอีกบ้าง ทั้ง 2 เมืองน่ารักอย่าง Brugge และ Ghent
คิดว่ามันดีจริงๆ ถ้าใครมีโอกาสมาเบลเยียม
โปรดมา 2 เมืองนี้ค่ะ เดินทางไม่ยากแต่วิวที่ได้กลับไปนี่คุ้มแน่นอน





การเดินทางของพวกเรายังคงดำเนินต่อไป ไม่จบค่ะ
ตอนหน้าพบกับ การนั่งรถไฟจากเบลเยียมกลับสู่อัมเตอร์ดัมส์ และโซนฮิปทั้งหลาย
และเปิดตอนใหม่เพื่อเข้าสู่ เยอรมัน ค่ะ พบกันไวๆนี้

 

Scroll Up
logo