สวัสดีค่ะ พวกเราและผองเพื่อนได้โอกาสไป unseen เมืองไทย ที่เห็นเพื่อนๆไปกันสักที อยากไปมานาน
รอบนี้บอกเลยว่า สนับสนุนโดย AirasiaGo เจ้าเก่า (สามารถอ่านดีเทลเฉพาะของ AirasiaGo ได้ด้านล่างนะนะ)
แต่เราก็นับค่าตั๋วท้ังหมดรวมนะคะ ออกเดินทางแบบประหยัดแต่วิวระดับห้าดาวกันเลยค่ะ !
3 วัน 2 คืน – อุบลราชธานี
ค่าใช้จ่าย อย่างที่รู้ๆกันเราจะมาแฉค่าใช้จ่ายกันก่อน
1. รถทัวร์ – จากกรุงเทพ ไป อุบลราชธานี คนละ 575 บาท
2. เครื่องบิน – จากอุบล กลับกรุงเทพ คนละ 1429 บาท
3. รถเช่า – ขับเองรอบอุบล (หารกัน 5 คน ) คนละ 560 บาท
4. โรงแรม 2 คืน – คนละ 333 บาท
5. กิน + ค่าจุกจิก ค่าเข้า ค่าน้ำมัน รวมเงินกองกลาง คนละ 1000 บาท
ศิริรวมออกมาได้คนละประมาณ 3900 บาทค่ะ เราก็ตีไป 4000 ละกัน เอาที่สบายใจ
ถ้าจะให้ขายของว่า มี 3000 บาท ไป 3000 โบกก็จะได้ แต่สามพันโบกค่ะ สู้เที่ยวให้หนุกๆดีกว่า
ขับรถกันยาวๆ แต่ถ้าไปสามพันโบกอย่างเดียว รับรองว่า 3000 เอาอยู่ค่ะ !
https://go-graph.com/category/gograph-thailand/

เริ่มต้นออกเดินทางกันเลย
ทริปนี้ก็ไม่ยากค่ะ อาศัยวันหยุดติดกัน 3 วันก็ได้แล้ว
เริ่มจาก คืนวันศุกร์ ทำงานเสร็จ ก็นั่งรถทัวร์ที่หมอชิตไป อุบลราชธานี
รอบ 22.30 ถึงนู่นก็เช้าพอดี


จากนั้นโทรติดต่อบริการรถเช่า ซึ่งก็หาไม่ยาก หาตามเฟซบุคนี่แหละค่ะ
แลดูเจ้าที่น่าเชื่อถือหน่อย ก็โทรไป เราได้รถวีออสป้ายแดงมาในราคา 1,400 บาท / วัน ไม่รวมน้ำมัน
เราเช่าทั้งหมด 2 วัน = 2800 บาท ไปกัน 5 คน สวยๆ ตกคนละ 560 บาท เออสวยและถูก
รายละเอียดเจ้าที่เราเช่า อยู่ในนี้ค่ะ http://goo.gl/vQJimU
เริ่มแรก ขับรถพาตัวเองเข้าเมืองก่อนเลย
อาหารเช้าวันนี้ ก็ดูๆมาจากในเน็ต เขาบอกต้องมากิน สามชัยกาแฟ

ไข่กะทะยามเช้า จัดไป ไมโลเย็นจัดไป
ต้มเลือดหมู ขนมปังหมูยอ จัดไป ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เฉยๆ (อ้าววว)

กินอิ่มก็เก็บของเข้าที่พัก อาบน้ำซักนิด
เราจองที่พัก + เครื่องบินมาจากเว็บ AirasiaGo นี่แหละค่ะ
คือถ้าจองพร้อมกันถูกกว่า หรือถ้าจองผ่าน AirasiaGo ก็มีสิทธิถูกกว่า เออดีงาม
สรุปเราได้ โรงแรมราชธานี เป็น Boutique Hotel ดัดแปลงมาจากตึกยุคเก่า เก๋อยู่ นอนสบาย
คืนละ 500 บาทต่อคืน | นอน 2 คืนก็ 1000 บาท นอนกัน 3 คน คนละ 333.33 บาท

วันนี้ไม่มีอะไรทำแล้ว เป็นการเที่ยวที่ชิลล์มากกกก
เราก็กูเกิลจ้ะ ว่าอุบลไปไหนดี โอเควันนี้ เราจะไปจุดพีคของจังหวัดนี้กัน
น้ำตกรู ! เราขับรถกันไปเอง มี GPS เปิดมือถือก็ได้ แต่แนะนำให้ดูแผนที่ด้วยค่ะ
กับป้ายทางหลวง เพราะเวลาเข้าป่าไปลึกๆ แล้วสัญญาณมือถือหายทุกเครือข่ายจ้า
ระหว่างทาง : )

ถึงละครัช น้ำตกรู ชื่อจริง น้ำตกแสงจันทร์ ป้ายก็เซอร์เรียลมากค่ะ
เอารถจอดไว้ เดินลงไปนิดเดียว สบายมากใส่รองเท้าแตะยังไปได้

ตึงงงง ไหนน้ำ !! นี่มันหน้าร้อนนนนเหงื่อพลั่กขนาดนี้ยังจะหวังมีน้ำ !!

ด้วยความเกรียน ขอทำรูปนี้ด่วน
แต่พวกเรารู้นะคะว่าเราไปผิดหน้า แต่แบบอยากทำจัด 555
ขอบคุณภาพจาก คุณ poopack – http://www.tatcontactcenter.com/

ทุกอย่างมีข้อดีและเสียในตัวมันค่ะ ถ้าเราไม่ได้เจอน้ำ เราก็ได้เดินเข้ามาในโซนใต้หินเล็กๆ
ถ่ายรูปที เก๋ไปอีกแบบ อลังการงานสร้างอยู่นะ

ผู้ใดต้องการถ่ายแฟชันเซทปูหินผาเก๋ๆ จัดไปค่ะ ไม่แพงแถมโลเคชันอลังการมาก

เราเดินทะลุมาอีกฝั่งนึง เดินกลับไปทีจอดรถ
คือแดดกรุงเทพร้อนแล้วนะคะ ที่นั่นหนักกว่าค่ะ เหงื่อซ่กกันหมด เปิดแอร์ในรถแทบไม่ทัน
นี่ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเช่าสองแถวมาจะร้องไห้ขนาดไหน ยอมจ่ายเถอะค่ะเพื่อความเย็นฉ่ำของจิดใจ

สถานที่ต่อไป เรายังไม่เข็ดกับความร้อนระอุ
น้ำตกสร้อยสวรรค์ กันต่อ ตามเดิม ขับรถไปจอดหน้าอุทยาน
อันนี้เดินเข้าไปไกลหน่อย ทางลำบากขึ้น (แต่ก็รองเท้าแตะเหมือนเดิม)

ไม่มีน้ำเหมือนเดิม แต่ไม่มีน้ำก็เก๋ไปอีกแบบเนอะพวกเรา ปีนหินแมร่งเบยยยยยย

เท่าที่เราสัมผัส อุบลราชธานี มา เรารู้สึกว่าจังหวัดนี้มีภูมิประเทศที่เป็นหินอะไรแบบนี้เยอะมาก
แถมเราเพิ่งรู้ด้วยว่า พอเป็นหินแบบนี้แล้ว เราสามารถปีนไปไหนก็ได้ ข้ามขีดจำกัดไปอีกมาก
พวกเราก็ผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารัก จะให้มาปีนหินแบบนี้ก็..ก็ปีนค่ะ 555



จากน้ำตกแวะกินข้าวแถวนั้น ร้านป้า ครัวต้นแต้ ชาวเน็ตเขาให้มากิน
เรานี่ก็ตามเน็ตตลอด วางแผนกันในรถเมื่อกี้ด้วยนะ สบายไปไหม
ปีนหินมาเหนื่อยๆ กินข้าวที อาห์ นี่แหละสวรรค์ เอาโค้กมาาาาาาาา


เราขอเลี้ยวซ้ายหลบร้อน ชมวิวประเทศลาว บรรยากาศดีๆ (แถมตรงนั้นเน็ตมือถือแรง)
แค่เห็นภาพนี้ก็ขอหยุดตรงนี้แล้ว

ภาพเขียนสีไม่ต้องเห็น เท่านี้แหละ ชอบแล้ว คุ้มค่า



ถ่ายวิว ถ่ายดอกไม้ ต้นไม้ จริงๆเท่านี้ก็สนุกละ
เดินเล่นกันบนผาหน่อย คือทำอัลไลกัน แอโรบิค ณ ผาแต้ม
ไหนฟร่ะ แต่แบบโอเค บรรยากาศชิวมากกกกกก เริ่มหายร้อน



ชาวทีมเรานี่ แฟชันเซทกันใหญ่ ถ่ายรูปเป็นระวิงแถมมีเวลานั่งชิวอีก รับลมนิดนึง

น้ำไหลเชี่ยวมาก มีคนมาแช่น้ำกันพอสมควร (เราเข้าใจ คือร้อนมากกกก)

ก็ปีนหินกันตามเดิม แต่รอบนี้หินมีน้ำ โอเค ชมวิวกันไป





กินอิ่มนอนหลับ เดินกลับโรงแรม โลเคชันดีมีชัยจริงๆค่ะ


แต่คิดภาพตอนนั้นร้อนกว่ากรุงเทพตอนนี้ ใจเย็นก่อน ค่อยไปตอนเย็นนะ
เขาบอกเป็น unseen แห่งใหม่ คนยังไม่ค่อยมา (เพราะคนจะไปสามพันโบกกะหาดหงษ์ อิอิ)
เจอหาดสูงเข้าไป บอกเลย ทรายเข้ารองเท้า !!


ดูถ่ายรูปสนุกนะคะ จริงๆคือแบบ กางร่ม (เวลาถ่ายก็ต้องกระแดะเอาร่มออกนะ เพื่อความสวย)
แต่แบบขานี่สปาสครับทรายอยู่ ทรายร้อนมาก
เริ่มต้นจากที่ใกล้ๆ ใช้งบน้อยแต่วิวร้อยล้าน

เราก็เห็นกินหมูกะทะ ก็โอเคตามไปๆ หมูกะทะมาเลยป้า

พวกเราขอยกให้เหนือกว่า สามพันโบกค่ะ ที่นี่ ผาชมดาว!
(แต่ตอนนี้ชมอาทิตย์ไปก่อนนะ)

แดดเปรี้ยง ! หินร้อน! เวิ้งว้างไร้คน!
ที่นี่เป็นของเรา 5 คน
เห็นรูปแล้วชื่นใจเพราะถ่ายไปเหงื่อไหลพลั่ก

ควรอ่านขณะเดินออกไปข้างนอก คุณจะได้รับความรู้สึกร้อนตอนนี้เหมือนเรา อิอิ
คือที่นี่ร้อนจริง แต่โอเคยอม วิวสวยจริง ใหม่มาก ต้องมาเห็นกับตา ภาพถ่ายเราก็บอกได้เพียงส่วนหนึ่ง
คืออ่านรีวิวมากเยอะมากกกก สรุปมันต้องขึ้นเรือยังไงนะ แล้วไปสามพันโบกยังไงนะ

ตามป้าย เสร็จเจอสองแถวติดต่อจ้างเรือ เหมาลำ 500 บาท = คนละ 100 บาท ได้ทัวร์หมด
หาดหงษ์ หินสี หินมิคกี้เมาส์ สามพันโบก ครบๆ ทีเดียวจบ
เพราะถ้าไปจากหาดหงษ์ค่าเรือจะ 1000 บาท (แตกต่างกันคือเห็นน้ำตกเพิ่ม)

ชอบที่ตามที่เที่ยวมีให้เด็กเป็นไกด์ รู้จักรักบ้านเกิด แถมได้เงินค่าขนม เป็นโครงการที่ดีนะ
นั่งเรือ ชมวิว
ปีนหินกันจนเชี่ยวแล้วครัช ระดับแอดวานซ์แล้ว (แน่นอนว่ารองเท้าแตะจ้า)
น้องๆพาเราไปที่แรก หินสี คือหินพวกนี้มันเปลี่ยนสีเพราะแร่ธาตุ น้ำกัดเซาะ บลาๆ
หน้าตาแลดูเหมือนช็อคโกแลตหิน

เดินลงไปริมโขงกันหน่อย คือปีนกันที หอบแฮ่กไม่เบา
สามพันโบก (เอาจริงถ้าไม่นั่งเรือก็เดินไป สามพันโบก ได้นะ แต่นั่งเรือก็จะได้เจออะไรมุมใหม่)
เพราะจาก สามพันโบก เราสามารถเดินกลับไปที่จอดรถเราได้
แต่ถ้าขี้เกียจเดิน ไกลพอควร ทางชัน ก็นั่งสองแถม ไปกลับคนละ 20 บาท

พวกเรามีภาพจริงมาให้คุณดูค่ะ : )

หินมิคกี้เมาส์ค่ะ ใหญ่อยู่นะ ทุกคนก็มาถ่ายรูปกัน

ภาพที่ออกมา เชื่อเลย ยอมปีนครัช !

ที่นี่เหมือนเป็นจุดที่เรียกพวกเรามาที่ อุบลราชธานี แต่สุดท้ายเรารู้จัก อุบลราชธานี มากขึ้น
จังหวัดนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากพวกเราปีนหิน ปีนน้ำตก เดินทะเลทราย ภูมิประเทศแบบที่กรุงเทพไม่มี
แค่ออกมาเราก็จะเปลี่ยนภาพที่เห็นทุกวันให้ไม่ซ้ำเดิมแล้วจงใช้ชีวิต จงใช้ชีวิตให้เหมือนวันสุดท้ายที่เราอยู่บนโลกนี้
เมื่อนั้น เราจะรู้สึกว่าคุณค่าของเรามันไม่ได้หายไปไหน
มันรอให้เราค้นหามันให้เจอแค่นี้เองหลังจากนั้นพวกเราก็เดินทางกลับสู่เมือง ร่ำลาเมือง อุบลราชธานี ไปด้วยกัน
นั่งเครื่องบินกลับ และถึงกรุงเทพเช้าวันจันทร์ ไม่เหนือยเกิน แต่วิวที่ได้รับมาเกินคุ้ม
วันว่าง หน้าร้อนนี้ อย่าลืมออกไปตากแดด เปิดโลก กันค่ะ : )
สรุปข้อมูลทุกสิ่ง
– เราใช้เงินไป 3900 บาท – 3 วัน 2 คืน มาง่ายสบาย
– จองที่พัก เครื่องบิน AirasiaGo ถูกกว่า ! http://www.airasiago.com
ดูวิธีการใช้งานที่ http://pantip.com/topic/32380008/comment11 ค่ะ
– เช่ารถอุบล ที่ไหนก็ได้ เราใช้ที่ http://goo.gl/vQJimU
– สามารถหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวแผนที่ทั้งหมดได้จาก google ได้ค่ะ
(น้ำตกแสงจันทร์, น้ำตกสร้อยสวรรค์, ผาแต้ม, แม่น้ำสองสี, แก่งตะนะ, หาดสูง, ผาชมดาว และ สามพันโบก) ประเทศไทยยังอะไรให้ค้นหาอีกมาก ไปค้นหาต่อกันได้ที่








คือไม่ได้เที่ยวเก็บแต้มแต่แบบวันนี้ดันตื่นเช้าเกิน เที่ยวให้คุ้ม !
(ทีเวลาทำงานตื่นเช้าแบบนี้มั๊ยลูก)