เที่ยวอินโดนีเซีย 101
INDONESIA 101 โก! อินโดนีเซียฉบับง่าย อ่านแล้วลอกทริปได้สบาย !
สวัสดีค่ะ ไปเที่ยวอินโดนีเซียมากับเพื่อน (ไปกันผู้หญิงสองคน สวยกันมาก)
และค้นพบว่า จริงๆ แล้วอินโดเป็นประเทศที่เดินทางง่ายมวากส์ แทบไม่ต้องวางแผน
จัดทริปให้เมื่อยสมอง แถมภาพที่ได้ ประสบการณ์ที่ได้กลับมานี่แบบสุดติ่งมาก
(เอาจนแบบเรื่องข่าวดารา ดราม่าพันทิพกลายเป็นเรื่องจิ๋วเลยเมื่อเจอธรรมชาติตรงหน้า)
แต่ปัญหาคือ ก่อนที่จะเดินทางไป เที่ยวอินโดนีเซีย 101 ใช้เวลาค้นคว้านานพอดู นั่งอ่านกระทู้ไปมาจนงง
และพบว่า ทำไมไม่มีรีวิวไหนรีวิวให้มันง่ายๆบ้าง
ทุกคนมีแต่ภาพสวยและไม่มีใครแฉเรื่องราวที่แท้จริง !! ก็เลยเกิดรีวิวนี้ขึ้นมา แค่นั้นค่ะ ง่ายดาย
เชิญพบกับประสบการณ์ใหม่ ภูมิประเทศใหม่ ที่ไปได้ง่ายจนไม่อยากจะเชื่อ !
**ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย iphone5S นะคะ

5 เหตุผลที่ต้องไปเที่ยวอินโดนีเซียทำไมถึงง่าย
1. เดินทางง่าย
ถ้าอยากเข้าป่า ปีนเขา ไม่มีใครใช้ขนส่งสาธารณะ ทุกคนจ้างรถ ดังนั้นก็ไปแบบราชา นั่งรถสบาย ถึงแล้วลง จบ
ถ้าเดินในเมือง ก็นั่งรถเมล์เอา อ่านป้ายเอา
2. เข้าเมืองง่าย
ไม่ต้องทำวีซ่า ไม่ต้องทำเอกสารให้ยุ่งยาก จองตั๋วกดๆไป สักพักก็ไปปีนเขาแล้ว
3. อยู่ง่าย กินง่าย นอนง่าย
ค่าครองชีพต่ำ (ถูกกว่าเมืองไทยอี้ก) อาหารมีให้กินเยอะแยะมากมาย ที่พักในเมืองก็มีให้เลือกเยอะ
แต่ถ้าเข้าป่าแล้วแทบไม่มี ดังนั้นเรื่องมากไม่ได้ ง่ายดี
4. พูดคุยง่าย
คนอินโดส่วนใหญ่พูดอังกฤษได้ค่ะ (แบบสำเนียงงงๆหน่อย) แต่เขาก็เข้าใจ ดังนั้นสบาย
5. เที่ยวอินโดนีเซีย จองง่าย ไปง่าย
ตั๋วเครื่องบินสมัยนี้ลดราคากันเป็นว่าเล่น (ลดบ่อยกว่าเสื้อผ้าในห้างอีก) กดจองลงไป
ที่พักก็จองง่ายสมัยนี้ ไม่เห็นจะมีอะไรยาก จองลงไป ถ้าขี้เกียจก็ให้ทีมคนขับรถจองให้ สบายจะตาย
ง่ายขนาดนี้ ภาพที่เห็นสวยขนาดนั้น มันจะไม่ไปได้ยังไง

รายละเอียดทริป เที่ยวอินโดนีเซีย (สำหรับเอาไว้ลอกเลย)
ระยะเวลาเดินทาง 7 วัน 6 คืน
ค่าใช้จ่าย ไม่เกิน 20,000 บาท (ถ้ากินดีอยู่ดี ก็ 25,000 สวยๆ) รวมทุกอย่างเน็ตๆ
เที่ยวอินโดนีเซีย ไปไหนบ้าง
0. จาร์กาต้า นั่งรอในสนามบินเปลี่ยนเครื่อง
1. ยอคยากาต้า Yokyakarta (แลนมาร์คทั้งหลาย บุโรพุทโธ พรัมบานัน วังสุลต่าน สระน้ำ)
2. น้ำตกยักษ์ Madakaripura Waterfall
3. โบรโม (ปีนปากปล่อง นั่งม้า ดูพระอาทิตย์ขึ้น คลุกทรายบนจี๊ฟ)
4. คาวาอีเจียน (ปีนปากปล่อง ดู blue frame ดูพระอาทิตย์ขึ้น เดินเขาช้างเผือกยักษ์)
5. บาหลี (แลนมาร์คทั้งหลาย แถมยังได้นั่งชิวที่สตาร์บัคส์อีกด้วย)
ว่าแล้วก็ออกเดินทางกันเลยค่ะ


ขั้นตอนเตรียมตัว และข้อควรรู้ เที่ยวอินโดนีเซีย ได้สบายใจ
จองตั๋วเครื่องบิน
ถ้าอยากไปโบรโมเลย – ให้จองไป สุราบายา Surabaya
ถ้าอยากแวะเมืองหลวง – ให้จองไป จาร์กาต้า Jarkarta
ถ้าอยากไปดูบุโรพุทโธ – ให้จองไป ยอคยากาต้า Yogyakarta
จขกท.ก็อยากไปเมืองใหญ่บ้างอะไรบ้างผสมกับแลนมาร์คเพื่อเช็คอิน
ก็เลยไปลง ยอคยาการ์ต้า (ชื่อเล่น ยอคยา)
ส่วนที่จองเครื่องบิน กรุงเทพ – จาร์กาต้า และนั่งสายการบินในประเทศ
จาร์กาต้า – ยอคยากาต้า แทน เดาว่าที่จองแบบนี้ตอนนั้นเพราะตั๋วถูกกว่า เขาลดราคาไรงี้
** ถ้าอยากทางลัดก็จองไป ยอคยา เลย
จองที่พัก
จากแผนการเดินทาง เรารู้ว่า สิ่งที่เราทำได้ คือ จองที่พักที่ ยอคยา
และ บาหลี (ส่วนพวกบนเขาทั้งหลาย ต้องอีเมลไปหา ไม่ก็จองเอง ซึ่งลำบากชีวิตนะ)
ก็กดๆ จองไปค่ะ booking.com ก็ได้ เลือกแล้วยกเลิกได้ (แต่อย่าไปยกเลิกบ่อย สงสารเจ้าของบ้าน)
ส่วนพวกนอนบนเขา ที่พักโบรโม คาวาอีเจียน มีหลายที่ค่ะ อยู่ที่เราจะอยากนอนที่ไหน
(ที่สำคัญพวกนี้ถูกมาก คืนละแบบหลักร้อย)
รายชื่อที่นอนทั้งหมด
ยอคยา นอน Whiz hotel จองผ่าน booking โอเค โรงแรมปกติ ห้องน้ำเจิ่งนองไปหน่อย
โบรโม อ่านรีวิวมาว่า นอน Hotel Cemara Indah วิวงามที่สุด กับข้าวโอเค นอนเพื่อดูภูเขา
** ข้อควรรู้ ที่นี่เราสามารถจองออนไลน์ได้ เขาจะหักบัตรเครดิตทันที หรือ
จะฝากทีมคนขับรถจองให้ก็ได้นะ ทางไปจองออนไลน์ http://goo.gl/At1qe4
** ข้อควรรู้ 2 ที่นี่ชอบเต็ม (พวกนักรีวิวเขาชอบไซโคมา) ดังนั้นก็เพื่อความอุ่นใจ จองไปก่อนเป็นดี
คาวาอีเจียน นอน Catimor Homestay มีให้เลือกอยู่ที่เดียว นอนไปเหอะ กับข้าวอร่อย มีสระน้ำ
ด้วยนะ (แบบไม่กล้าลงอะ)
** ข้อควรรู้ ที่นี่จองออนไลน์ไม่ได้เลย ดีที่สุด ฝากทีมคนขับรถจอง
บาหลี นอน Puji bungalow จองผ่าน booking ถูกและดี ข้าวฟรี ใกล้เมือง มีที่ไหน
ห้องน้ำโคตรใหญ่เหมือนได้ชำระล้างร่างจากการปีนเขาคลุกฝุ่น

จองคนขับรถ
คิดจะเดินทางประเทศนี้ ไม่มีคนขับไม่ได้นะจ๊ะ
เสียงรีวิวส่วนใหญ่แนะนำอยู่ 2 เจ้า ทอมมี่ และ pink house ราคาพอๆกัน
เราเลือก Tommy เพราะตอบอีเมลไวมาก
3.1 คนขับรถคนแรก จากในเมือง ยอคยา ไป บุโรพุทโธ
บุโรพุทโธ ไกลจากเมืองค่ะ เดินไม่ได้ ถ้าอยากนั่งรถเมล์ก็นั่งไปแต่กลัวนาน
เวลามีไม่เยอะ เราเลยเลือกคนขับรถ
ราคา 500 บาท (ไป – กลับ)
ใช้เวลา ประมาณ 3-4 ชั่วโมง (รวมเดินเล่นในบุโรพุทโธแล้ว)
วิธีการไปจอง
https://www.facebook.com/TraveltoYogyakarta เข้าไปแชทแล้วคุยกับเขาค่ะ
3.2 คนขับรถคนสอง จากสถานีรถไฟสุราบายา ยัน คาวาอีเจียน จนถึงท่าเรือไปบาหลี
โอ้โห ส่วนนี้ไม่มีคนขับไม่ได้เลย ไปแทบไม่เป็น ขึ้นเขา ทางยิ่งกว่าเชียงใหม่
คือคนขับเสมือนเพื่อนคู่คิดมิตรคู่ยากเลย พระเจ้าทรงโปรด ต้องมีจริงๆ
ราคา 5000 บาท / คน
ราคานี้รวม
คนขับแสนใจดี
ค่าน้ำมัน
ค่าเช่ารถ (เป็นรถแวนเหมือนพวก Avanza คือใช้กันทั้งประเทศค่ะ)
ค่ารถจี๊ฟตอนโบรโม
ที่นอน 1 คืน ที่คาวาอีเจียน (Catimor Homestay)
ค่าเข้าโบรโม และ คาวาอีเจียน น้ำตกและไกด์
** คนขับเราใจดี ออกค่าเรือไปบาหลีให้ด้วย (คนละ 20 บาท T-T)
อ้างอิงจากอีเมล์ค่ะ
for such a trip it cost:4 million idr for 2 person.including;
.private car.driver.petrol
.private jeep bromo sunrise tour
.1 night std dbl in katimor homestay
.entrance fee bromo and ijen
.madakaripura waterfall and local guideNot including:
.guest meals
.horse ride
.transport to bali from pier
.hotel in bromobest regards
tommy
วิธีการไปจอง
อีเมล์ไปหา Tommy ที่ blueisland_024@yahoo.com เขาตอบไวมาก
บอกสิ่งที่ต้องการ แล้วเฮียแกจะตีราคามา เฮียแกใจดี ส่วนคนขับก็เป็นลูกทีมเฮียแกแหละ
3.3 คนขับรถในบาหลี
บาหลีอยากเดินทางเองก็ได้ค่ะ (แต่แทบหารถไม่เห็นจะเจอเลยรถเหลืองไรเนี่ย)
คนขับรถเราโหดมาก พาไป 1 day trip กะเอาทีเดียวคุ้ม ก็ครบจริงอะไรจริง
ราคา 1300 / คน (เขาคิดวันละ 1 ล้านรูปี เราก็หารกัน)
วิธีการไปจอง
อีเมล์ไปหา Tommy ที่ blueisland_024@yahoo.com เขาตอบไวมาก
บอกสิ่งที่ต้องการ แล้วเฮียแกจะตีราคามา เฮียแกใจดี ส่วนคนขับก็เป็นลูกทีมเฮียแกแหละ
จองตั๋วรถไฟ
อันนี้สำหรับ นั่งรถไฟ จากเมือง ย็อคยา – สุราบายา
ชื่อสถานีรถไฟ เวลาไว้เช็ครอบ Yogyakarta – Surabaya Gubeng
ซึ่งรถไฟขบวนนี้เลือกเที่ยวกลางคืนค่ะ ทำให้ประหยัดค่าที่พักไป 1 คืน
สามารถเช็ครอบ รถไฟออนไลน์ได้ที่ https://www.kereta-api.co.id/
ส่วนตั๋วรถไฟ เราติดต่อผ่าน Tommy ให้ซื้อให้ค่ะ
ราคาประมาณ 1000 บาท (ราคาไม่ชาร์ตนัก เขาซื้อแล้วก็จะเอามาให้ ไม่ก็ฝากโรงแรมไว้)
เตรียมของออกเดินทาง
จัดเสื้อผ้าปกติค่ะ แต่ข้อควรรู้คือ
5.1 แถบโบรโมและคาวาอีเจียน ตอนเช้าหนาวมากกกกกกก ควรเอาเสื้อกันลม เสื้อหนาวไป
(ที่พักที่โบรโม มีให้เช่าเสื้อกันหนาว ค่าเช่าไม่เกิน 100 บาทค่ะ ส่วนอีเจี้ยน ไม่มีนะ !!)
5.2 ผ้าปิดปาก เป็นสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาด แถบโบรโมนี่ ทรายเข้าปากค่ะ แบบเคี้ยวทีเป็นทราย
ส่วนอีเจียน กลิ่นกำมะถันหอมรัญจวนใจมาก ไม่มีที่ตาย
แนะนำให้ซื้อแบบดีๆ หนาๆไปเลย หาซื้อได้ที่ห้างชั้นนำ
5.3 รองเท้า เอาผ้าใบไปด้วยนะคะ มีปีนเขา และ รองเท้าแตะ เพราะมีย่ำน้ำตก (ถ้าจะไปน้ำตกนะ)
พร้อมสักที ออกเดินทางได้ค่ะ

01 ดอนเมือง – จาร์กาต้า – ยอคยาการ์ต้า
วันทั้งวันอยู่กับการเดินทางและต่อเครื่องค่ะ ออกจากดอนเมือง แวะกินข้าวที่จาร์กาต้า ต่อเครื่องบินลงยอคยาการ์ต้า เดินเล่นในเมืองนิดหน่อย ก็นอนตายแล้ว
1.1 สนามบินจาร์กาต้าไม่มีอะไรมาก นั่งรอไปงั้น ตม.ใจดี
1.2 สนามบินยอคยาการ์ต้าไม่ใหญ่ เล็กๆ
หนทางเข้าเมืองคือ นั่งแท็กซี่ เหมา 80,000 รูปี (200 บาท)
หรือจะนั่งรถเมล์ (3,000 รูปี ประมาณ 8 บาท)
1.3 อาหารการกิน หาอะไรกินแถวถนนหลักของเมืองชื่อ Malioboro
1.4 สิ่งที่อยากให้ลองคือ ซีฟู้ดข้างทาง (จะเปิดตอนกลางคืน แถวๆห้าง)
ปลาทอด ปูทอด ราคาถูกมาก กินเอาประสบการณ์ พอกินได้

02 ท่องเที่ยวในยอคยา – นั่งรถไฟไปสุราบายา
เช้านี้เราออกไป พรัมบานัน ก่อนเลย แดดก็ร้อน หมดแรงมาก
จากนั้นช่วงบ่ายก็มาเดินในเมือง พวกวังสุลต่าน สระน้ำ นั่งรถบีจาก์ (สามล้อถีบเค้า)
ช่วงเย็นมีคนขับรถพาไป บุโรพุทโธ ดูพระอาทิตย์ตก กับฟีลหลอนๆ
กลับบ้าน เดินตลาด รอขึ้นรถไฟไปสุราบายา

*พรัมบานัน ร้อนโพดดดดดด
2.1 พรัมบานัน Prambanan ไปโดยนั่งรถเมล์ เดินไปที่ป้ายรถเมล์
บอกเค้าไป พรัมบานัน ค่ารถเมล์ 8 บาท ตลอดสาย นั่งไปประมาณ 1 ชั่วโมง แอร์เย็นมาก
2.2 วังสุลต่าน (Keraton Yogyakarta / Sultan Palace) เดินเอาจากในเมืองได้
2.3 สระน้ำสุลต่าน (Taman Sari) เดินเอาจากในเมืองได้
2.4 บุโรพุทโธ (Borobudur) เช่ารถไป ค่าเข้าแพงอยู่
ของเราเป็น Sunset ด้วย 380,000 รูปี ประมาณ 1000 บาท
** บุโรพุทโธ ปกติปิด 5 โมงเย็น ถ้าซื้อตั๋วธรรมดา เขาจะไล่ลง
แต่ถ้าซื้อแบบ Sunset tour จะมีแปะสติกเกอร์ไว้ เค้าจะยังไม่ไล่ จะลงกี่โมงก็ได้ (แต่ส่วนใหญ่ 6 โมงก็ลงละ น่ากลัว)
** Sunrise / Sunset tour สามารถหาซื้อได้ที่ Manohara Hotel คือโรงแรมนี้อยู่ติดกับบุโรพุทโธเลย นางเลยได้สิทธิพิเศษ
(และประตูพิเศษ) ที่เปิดปิดเฉพาะเวลาของตัวเองได้ รับเงินเต็มๆ ถ้าคนที่พักที่นางอีกก็ได้ลดราคาค่าเข้าอีก (ลดไปประมาณ 200 กว่าบาท)
ข้อมูลเพิ่มเติม http://manoharaborobudur.com/package/

2.5 ขึ้นรถไฟไปสุราบายา – ตั๋วได้มาแล้ว ก็ขึ้นรถไฟ ดูเอาจากเวลาและถามนายสถานีเอา
สถานีรถไฟเล็กๆ ถ้ากระเป๋าไม่หนักก็เดินได้ สถานีอยู่บนสุดของถนน Malioboro ชื่อ Tugu Station
แต่ถ้าจะนั่งรถสามล้อก็ราคา 20,000 รูปี (50 กว่าบาท) แล้วก็รอรถไฟ



03 น้ำตก Madakaripura Waterfall สุดยอด สุดยอด สุดยอด
หลังจากที่นั่งรถไฟมาถึง สุราบายาแล้ว เรานัดคนขับรถให้มารับที่นี่ ตอนประมาณ ตี4
จากนั้นก็มุ่งตรงสู่น้ำตกยามเช้ากันเลย (ทางที่ดีซื้อข้าวมากินก่อนได้เลยนะ)
ถึงน้ำตกประมาณ 8 โมง เปลี่ยนรองเท้า ใส่กางเกงขาสั้น แล้วออกเดินไปน้ำตกกัน
ใช้เวลาเดินเข้าป่าไปประมาณ ครึ่งชั่วโมง เดินบนคอนกรีตบ้าง (ที่ชาวบ้านทำไว้) เดินผ่าน้ำตกบ้าง
และทีเด็ดสุด เดินทะลุน้ำตก เพื่อเข้าไปหาน้ำตกที่ใหญ่ที่สุด
3.1 อินโดนีเซียจะสว่างเร็วมืดเร็วกว่าเวลาปกติ ตี 5 นี่พระอาทิตย์ขึ้นแล้วนะ
3.2 อย่าลืมเปลี่ยนเป็นรองเท้ากันน้ำ และ กางเกงขาสั้น เพื่อเข้าน้ำตก
3.3 ถ้ามีร่ม หรือ เสื้อกันฝน เอาไปด้วย ถ้าไม่มีเขามีให้ยืม แต่ก็เหม็นๆหน่อยอะ
เชิญชมภาพค่ะ ประทับใจที่นี่มาก อลังการงานสร้างที่สุด




04 Bromo mount ทุกคนช่างรีทัชภาพกันเนอะ !
จากน้ำตก โบรโมอยู่ไม่ไกลแล้ว ช่วงเที่ยงแล้วก็เข้าเขตที่พักกันแล้ว
(พักที่ Hotel Cemara Indah) คืนนี้หน้าที่คือนอนเก็บแรง เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นตี 3 เพื่อไปดูพระอาทิตย์
ดังนั้นวันนี้ก็ไม่มีอะไรทำ กินๆ แล้วรีบนอน อากาศหนาวมาก
ตี 3 ได้เวลาออกเดินทาง มวลมหาประชาชนทุกคนก็ตื่นกันอย่างพร้อมเพรียง
รถจิ๊ฟทุกคันซิ่งกันไปบนที่ราบล่างภูเขาและขับขึ้นเขาเพื่อชมภาพพระอาทิตย์ขึ้นกัน
ทุกคนดูตื่นเต้นกันดีมาก เหมือนอารมณ์เตรียมดูภูชี้ฟ้าเลย
ภาพที่ออกมา รู้อยู่แล้วว่ารีทัชกัน แต่ของจริงก็สวยดีนะ




จากพระอาทิตย์ขึ้น ก็ได้เวลาลงเขามาด้านล่างเพื่อปีนปากปล่องภูเขาไฟ
รถจี๊ฟจอดรอที่ที่ราบทะเลทราย ใครจะเดินไปที่ปากปล่องก็ได้
หรือจะ ขี่ม้าก็ได้ จากนั้นทุกคนก็ต้องเดินขึ้นบันไดไปดูปากปล่องอยู่ดี

4.1 คนเยอะมาก และทุกคนมีมือถือ ไม้เซลฟี่ เพื่อถ่ายภาพ
4.2 ขี่ม้า ค่าขี่ก็ขาเดียว 80,000 รูปี ประมาณ 200 บาท
4.3 บันไดทางขึ้นปากปล่องเต็มไปด้วยทราย ระวังลื่น
4.4 พื้นที่แถบนี้เต็มไปด้วยทราย ขนาดลองเคี้ยวฟัน ยังรู้สึกได้ถึงทรายในปาก ดังนั้น ผ้าปิดปาก !!
4.5 เมื่อรถจี๊ฟ เราจอดแล้ว ควรจำสีรถ และตำแหน่งจอดด้วย เพราะขากลับ
รถจะจอดเยอะมาก (เกินร้อยคัน) มีหลงนะงานนี้
4.6 ภูเขาไฟที่ทุกภาพถ่ายมา โบรโมคืออันที่พ่นควันอยู่ ส่วนอันที่ทุกคนถ่ายมาอันกลางคือ
Batok Mount นะจ้ะ เข้าใจผิดมาตั้งนาน !!




05 Kawah ijen นี่โลกหรือดาวอังคาร !!
จากโบรโม เดินปากปล่องเสร็จ กินข้าวเช้า ทำยังไงก็ได้ให้เสร็จก่อนเที่ยง
เพราะจากโบรโม – คาวาอีเจียน ใช้เวลาขับรถ 8 ชั่วโมง สงสารคนขับมาก
เรารีบออกจากโบรโมเพื่อเป้าหมายต่อไป

*โอรีโอระหว่างทาง นั่งรถจนเมื่อย
กว่าจะถึงที่พักแถวคาวาอีเจียนก็เย็นแล้ว (พักที่ Catimor Homestay)
แถบนี้ปลูกต้นกาแฟกัน ใครอยากเดินดูก็ได้ ส่วนพวกเรา อ่านหนังสือ เล่นเน็ต และ นอน
เพราะพรุ่งนี้เช้า หนักกว่าโบรโม ตื่นเที่ยงคืน !! (ไม่เรียกว่าเช้าได้มั๊ยอ่า?)
เหมือนเราได้มาสู่อีกโลกหนึ่ง เราอยู่ส่วนไหนของโลกไม่รู้
แค่ไก่ทอด ข้าวสวย ไข่เจียว คืออร่อยมากน้ำตาไหล ห้องน้ำสะอาดคืออะไรไม่เคยรู้จัก
มีแต่อาบน้ำ รีบนอน ชาร์ตแบตเอาตัวรอดเพื่อวันพรุ่งนี้
เที่ยงคืน ได้เวลาออกเดินทาง ขับรถออกที่พักประมาณไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงตีนเขา
คนขับนอนรอ ส่วนพวกเราได้เวลาปีนเขา
ปีนเขาตอนตี 1 ทำไม ?
มืดก็มืด เพื่อไปดู Blue Frame (ที่เขาบอกว่ามี 2 ที่บนโลก อีกที่คือที่ไหนวะ)
บลูเฟรมมีแต่ตอนกลางคืนเท่านั้น ที่นี่สว่างเร็ว ตี 4 ก็สว่างแล้ว เลยต้องรีบ
สองข้างทางมืดมาก เหมือนอยู่ในป่าตอนกลางคืน ทุกคนอาศัยไฟฉายเอา

เดินเท้า 3 ชั่วโมงบนเขาท่ามกลางความมืด ชันนิดหน่อย
(ควรเตรียมร่างกายมาให้พร้อมเพราะเพื่อนเราอ้วกตลอดทาง)
เมื่อถึงปากปล่องแล้ว ก็ต้องเดินเท้าลงหน้าผาไปอีกเป็นกิโล เพื่อไปดูไฟสีน้ำเงิน
โหดสัสของชีวิต แต่ไม่ยากเกินความสามารถมนุษย์

รางวัลของความสำเร็จคือ ภาพตรงหน้า
สวยงามมากจริงๆ ดีใจมากที่ปีนขึ้นมา 3 ชั่วโมงไม่เสียแรงเลย !!
ที่สำคัญ อย่าลืมผ้าปิดปาก
เชิญรับชม วิวที่พวกเราไปสัมผัสมา
ชีวิตผ่านปัญหา เรื่องไร้สาระมามากมาย
มันเทียบไม่ได้กับธรรมชาติตรงหน้าเลย
มนุษย์ช่างกระจ้อยร่อยนัก





06 บาหลี สวรรค์ของข้า

จากคาวาอีเจียนตอนเช้าแทบไม่ได้นอน
เราเดินเขากลับลงมา คนขับรถ(ชื่อ อีวา) แสดงความยินดีเสมอข้าเป็นผู้พิชิตในฮังเกอร์เกมส์
เอาจริงๆ ภูมิใจกับตัวนะที่ไปถึงจุดนั้นได้ สุดยอด
จากตีนเขา สู่ท่าเรือไปบาหลี ขับรถประมาณ ชั่วโมงนึง
อีวาก็มาส่งที่ท่าเรือ ออกค่าเรือให้ด้วย คนขับรถที่นี่ดีมาก ใจดี มารยาทงามทุกคน
(บังเอิญพวกเราได้เจอ Tommy ที่โบรโมด้วย ทอมมี่มาดักเจอพวกเรา ก็เม้ามอยกัน สนุกดี)
ได้เวลาบาหลี
จากท่าเรือบาหลีชื่อ Gilimanuk (อยู่ทางซ้ายสุดของเกาะ ไกลมาก)
เรานัดคนขับรถไว้ เพื่อพาไปส่งที่โรงแรม
จากนั้นก็นอนเอาแรงตลอดทั้งวัน
พอเย็นๆ ก็ออกมาเดินเล่นในเมือง ซื้อของฝาก
ดื่มสตาร์บัคส์ กินซีฟู้ดสวยๆ นวดอโรมาชิลๆ
คือชีวิตหน้ามือหลังเท้ามาก เมื่อเทียบกับปีนเขาเมื่อเช้า


ชอบทั้งคู่ มันคนละอารมณ์กันดี เหมือนชีวิตได้รับรางวัล
6.1 ค่าเรือจากอีเจี้ยน – บาหลี คนละ 8,000 รูปี (ประมาณ 20 บาท) นั่งเรือประมาณ ชั่วโมงนึง
เป็นเรือ ferry เอารถข้ามมาได้นะ (ถ้ามี)
6.2 บาหลีแยกตัวออกจากอินโด ขนาดนับเวลายังไม่เหมือนกัน ทำให้ต้องเพิ่ม +1 ชม.ลงไป
อย่าลืมเปลี่ยนนาฬิกา
6.3 เมืองหลวงบาหลีคือ Denpasar (เดนปาซาร์) แต่โซนที่คนฮิตพักกันคือ Ubud (อูบูด)
6.4 จากท่าเรือ ไป อูบูด คือไกลมาก ใช้เวลาขับรถประมาณ 5 ชั่วโมง !!!
6.5 แถว อูบูด เราสามารถเดินได้ ถนนที่แนะนำคือ Jalan Monkey Forest (Jalan แปลว่า ถนน)
ถนนเส้นนี้มีร้านขายของเยอะมาก ร้านฮิปๆก็เยอะ คือเก๋ไก๋สไตล์เอเชียนแท้ๆ
6.6 ร้านอาหารที่แนะนำคือ Lotus Cafe เพราะสวยมากกก สวยมากจริงๆ
แถมติดกับ Starbucks ด้วย คือตอนกลางคืน สั่งสตาร์บัคส์มาแล้วจะได้แอบดูโชว์ฟรีของร้านอาหารด้วย

07 บาหลี ประสบการณ์ไม่รู้ลืม
วันนี้เราอยู่บาหลีเต็มวัน นัดกับคนขับรถแล้วว่าจะ 1 day tour ซึ่งโปรแกรมเราโหดสัสมาก ดังนี้
– Pura Tirta Empul
ที่นี่คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ทุกคนมาอาบน้ำกัน มาเช้าๆหน่อย คนน้อยดี (มาตั้งแต่ 8 โมง)
บรรยากาศชิวมาก เราชอบนะ

– Goa Gajah
ถ้ำช้าง มีบ่อน้ำเล็กๆ คนน้อยดี ด้านหน้าเป็นหินแกะสลักเป็นรูปตัวอะไรสักหนึ่ง
ให้ฟีลลึกลับ เฉยๆกับที่นี่
– Rice Terrace
นาขั้นบันได แนะนำว่า ถ่ายรูปจากด้านบนจะสวยงามมาก
แต่ถ้าได้เดินลงไปจะเหนื่อยมาก (บันไดสูงมาก เหงื่อแตกเลย)
และภาพซูมของนาข้าวจะแบบดูไม่เป็นระเบียบนัก

– Ulun Danu Bratan
ค่ะ เจดีย์กลางน้ำ แลนมาร์คสุดๆ บนภาพโปสการ์ด
คิดว่าตอนเราไปน้ำลงมั้ง น้ำคือทะเลสาบนะ
ภาพที่เห็นเลยเป็นดังนี้…
เวอร์ชันเอาลง IG คือ crop รูปสุดฤทธิ์ค่า

– Tanah Lot
ที่นี่สวย ทะเลงาม ท้องฟ้าสดใส เป็นอีกหนึ่งที่โปสการ์ด สำหรับคนที่มา เที่ยวอินโดนีเซีย ต้องซื้อกลับ อันนี้สมชื่อ
ถ้าทนแดดได้จะดีมาก วิวสวยเลย ขนาดมาตอนกลางวันนะ พระอาทิตย์ตกจะขนาดไหน



Luhur Uluwatu
ที่นี่อยู่ปลายสุด ใต้สุดของเกาะบาหลี คนขับรถดูอยากมามาก
ถึงขนาดเราบอกไม่เป็นไร ไม่ไปก็ได้ กลัวขับไกล เฮียแกก็ยังจะมาให้ได้จ้า
เป็นวิวหน้าผา มีให้ชมการแสดง คือวิวสวยมาก
เป็นอะไรที่ดีงามมากเมื่อพระอาทิตย์ตก

แต่แต่แต่ ความเลวร้ายของที่นี่คือลิงค่ะ
จขกท.เจอประสบการณ์ใหม่ที่รับรองว่าไม่มีใครเคยเจอ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้
ขณะกำลังชมพระอาทิตย์ตก มีชาวจีนมาถ่ายพรีเวดดิ้งพอสมควร
ที่นี่ด้านหลังเป็นป่า คือมีลิงมาพอให้เห็นบ้าง
อิลิงก็ชอบไปแกล้งคน ดึงกระโปรงเจ้าสาวมั่งไรงี้
เรานั่งอยู่เฉยๆ กำลังดีงามชมวิว อิลิงมาจากด้านหลัง ฉกแว่นไปเลย !!!
ตอนนั้นชีวิตเชี้ยแล้ว มองไม่เห็น (คือสายตาสั้นเยอะ)
ได้แต่ยืนอึ้งค้าง ลิงกำลังจะวิ่งเข้าป่าไป
เพื่อนบอกช่างภาพแถวนั้นให้ล่อลิงไว้ก่อน (ไม่งั้นแว่นกรูไปแน่)
เพื่อนก็วิ่งไปตามจนท. เพื่อจะแว่นคืน
ระหว่างที่ยืนแบบมองไม่เห็นอยู่นั้น ลิงอีกตัวก็เข้ามาฉกไอโฟนจากมือไป !!!!!
นักท่องเที่ยวแถวนั้นทุกคนตกใจ (แต่ไม่มีใครช่วยเพราะทุกคนกลัวลิง)
เราได้แต่บอกชาวบ้านว่า ไอโฟน !! (แต่ก็ทำไรไม่ได้เพราะกรูมองไม่เห็น)
เพื่อนเรียก จนท.มาพอดี ลิงไอโฟนกำลังเข้าป่า
เหตุการณ์ตอนนั้นมองไม่เห็นอะไรเลย สุดท้าย จนท.ได้ไอโฟนกลับมา
สภาพไอโฟนปกติมาก ดีที่อิลิงยังไม่เอาไปโยนนะ
ส่วนแว่นตา สุดท้ายได้กลับคืนแต่ขาแว่นหัก.. จบ
ความเลวร้ายต่อมาคือ มองไม่เห็น เริ่มเที่ยวไม่สนุกแล้ว
พระอาทิตย์ตกกรูไม่สนใจแล้ว !!
คนขับพากลับเข้าเมือง Ubud ความเลวร้ายคือ
แทบทั้งใจกลางเมืองอูบูด ไม่มีร้านขายคอนแทคเลนส์ และ ร้านตัดแว่น !!!
สุดท้ายประทังชีวิตด้วยแว่นที่เขาขายกันตามตลาดนัด ซื้อแบบ +4.0 มา
ดีนะ พรุ่งนี้กลับบ้านแล้ว !!
7.1 สถานที่เที่ยวทุกที่ต้องใส่กางเกงขายาว ไม่ก็นุ่งผ้าถุงนะคะ เขาจะมีให้ยืม
7.2 Tanah Lot เดินไปบนชายหาด โปรดระวังงูน้ำ ตามซอกหิน
พวกเราก็ว่างไม่มีอะไรทำ นั่งสังเกตงูน้ำไป
7.3 ที่บางที่ไม่เหมือนโปสการ์ด แต่เราก็ยังรู้สึกดีกับบาหลีอยู่
7.4 ระวังลิง !!!

08 ลาก่อน อินโดนีเซีย มาใหม่แน่ !
ในที่สุดก็ได้กลับบ้านสักที (จะดีมากถ้าแว่นไม่หัก)
จากแถว Ubud เรามายังสนามบิน Ngurah Rai International Airport
จากนั้นก็ขึ้นเครื่องโดยสวัสดิภาพ
ในความรู้สึก จะกลับมาเที่ยวอินโดนีเซียใหม่แน่ (ที่ไม่ใช่ปีนเขานะ)
บาหลี เป็นที่ที่เหมาะแก่การพักผ่อนและมาเยือนซ้ำมากมาย

8.1 ภาษีสนามบิน แทบทุกสนามบินที่อินโด จะเก็บภาษีสนามบินแยกด้วยเงินสด
(ถึงขนาดฝรั่งไม่มีตัง กรูมีตั้ง ATM ไว้ข้างๆเลย) ดังนั้นอย่าลืมเตรียมเงินไว้ด้วย
ไม่เกิน 300,000 รูปี
8.2 สนามบินบาหลี เป็นสนามบินที่ทันสมัยสุดแล้ว มากกว่าจาการ์ต้าอีก
มีแบรนด์เนม ของฝากมากมาย คิดไม่ออกให้มาซื้อที่นี่ ส่วน wifi สนามบินแรงดี เล่นได้ฟรี
สุดท้ายสุด เคยลิสต์นู่นนี่นั่นไว้เป็นข้อๆ ไว้ อ่านกันได้ (อันนี้จากที่เราพบเจอมา)
อินโดสาระผสมไร้สาระ บันทึกไว้นาน ลืม เพิ่งได้ลง
1. คนประเทศนี้ส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมเมอร์เพราะทุกคนรู้จัก Java script จริงๆ อ่านว่า ชวา สคริปท์นะ ฮ่า ตลกปะ
2. สุราบายา สุรา แปลว่า ฉลาม บายา แปลว่า จระเข้ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสุราเหล้าแต่อย่างใด
3. ศูนย์กลางของโลกอยู่ที่ไหนวะ ไปนครวัด เทียนถานปักกิ่ง นี่ก็บุโรพุทโธ ทุกคนบอกตัวเองคือศูนย์กลางจักรวาล
4. ที่นี่นับเงินกันไม่สนใจเลข 0 มาก ถ้า 100,000 คือ 100 นะ เรียกย่อ จริงๆลดค่าเงินมะ
5. บ้านเมืองเขาสะอาดกว่ากรุงเทพนะคิดว่า
6. ที่นี่เคยถูกดัชต์ ปกครองมาก่อน ดังนั้น คำบางคำพวกทับศัพท์ยังวิธีเดียวกับดัชต์เลย เช่น computer เป็น komputer แต่บางคำก็เหมือนมาเลเซียเช่น selamut datang แปลว่า ยินดีต้อนรับ
7. ที่นี่เป็นเกาะ ซีฟู้ดเลยเยอะมาก ตามเมืองใหญ่บางทีก็ไม่ได้สนใจเลยว่าเป็นซีฟู้ด ร้านนี่เหมือนร้านขนมจีนงานวัด นั่งกินกับพื้น แต่กินปู กุ้ง ปลาทอดนะ กินคนเดียวทั้งตัว
8. ที่นี่ไม่มีเซเว่น มินิมาร์ทดังสุดคือ K circle ซึ่งแบรนด์นี้มีที่เกาหลี กะ Indomaret แบรนด์อารมณ์ 108 shop อะ
9. ร้านกาแฟชื่อ OJ คือ โดนัทอร่อยมาก อารมณ์คริสปี้ครีม มีโครนัทด้วยนะ คือ โดนัทแป้งครัวซองส์ แล้วเขาก็แตกไลน์ไปมีไอติมโยเกิร์ต ขนมปัง คือโลโกนี่สตาร์บัคส์มาก แต่เป็นสีส้ม…
10. ร้านอาหารริมถนนทั่วไปส่วนใหญ่ขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อวัวกับเกี๊ยวกรอบยักษ์ ไม่แพง และลูกชิ้นลูกใหญ่มากกก ส่วนก๋วยเตี๋ยวคือเหมือนแต่ก็ไม่เหมือนบ้านเรา เส้นจะออกเครื่องเทศหน่อยเหมือนที่ไปกินทิเบตมา
11. ตอนกลางคืน ที่นี่เมืองไทยมากกกก เหมือนตั้งแต่ถนน สัญญาณไฟ (ที่มีเลขนับถอยหลัง) รถยนต์ โอ๊ย เหมือน แต่ตอนกลางวันเหมือนเวียดนามแทน
12. คนชวาหน้าตาไม่จีนเลย ทุกคนตาโต เราแปลกปลอมอีกละ
13. สามล้อถีบที่นี่มีเยอะมากเรียก บีจาก์ ไม่แพง แต่ใช้กำลังขาเยอะมาก นักปั่นแต่ละคนกล้ามเป็นมัด บางคันก็เป็นรถเครื่อง เลือกเอาตามสะดวก ส่วน taxi ที่นี่เรียก taksi ก็ต่อรองกันไป โนมิเตอร์จ้ะ
14. ผ้าบาติกของขึ้นชื่อนะคะ เพิ่งรู้ว่าตรงลายสีชาวที่เป็นเส้น เขาใช้ขี้ผึ้งวาดเส้นไว้ ที่นี่มีขายตั้งแต่ไซส์ยักษ์ ไปจนถึงในโปสการ์ด
15. สิ่งที่ชอบสุดคือ ป้ายรถเมล์ ในเมืองยอคยา คือเป็นตู้แท่นเหมือนเวที แล้วให้คนเดินขึ้นไป จ่ายเงินกันตรงนั้น คนละ 3000 รูปี ประมาณ 8 บาท ตลอดสาย รถแอร์นะ แล้วพอรถเมล์มาก็จะมาจอดชิดแท่นแล้วก็เข้าเหมือนขึ้นบีทีเอส ความดีคือ มีทางลาดคนพิการ เพราะขึ้นตั้งแต่แท่นละ ลดปัญหาจอดไม่ตรงป้าย เพราะแท่นสูงมาก แปลว่า ประตูรถเมล์ก็ยกสูงมาก ขึ้นจากพื้นถนนไม่ได้ เจ๋งปะ 555
16. อีกสิ่งที่ชอบคือ local guide ตามพวกสถานที่ชื่อดังต่างๆ บางที่เป็นคุณป้าวันเกษียณทั้งนั้น บางที่เป็นชาวบ้านปกติ ก็พาเราเดินไป สุดท้ายเขาจะพาไปบ้านเขาในชุมชนเผื่อเราสนใจซื้อสินค้าของเค้า คือบ้านเค้าก็ทำพวกผ้าบาติก otop กันดีมาก ยังเห็นแม่เขานั่งตัดผ้าอยู่เลย ดีนะ
17. รถเช่าที่นี่ส่วนใหญ่เป็น innova ไม่ก็พวกรถ suv ดังนั้นดีสุดควรมา 3-4 คน แต่ 2 คนก็ดีกว่าคนเดียวนะ
18. บอกเลย ที่นี่ภาษาอังกฤษน้อยกว่าญี่ปุ่นเว้ย !! ยกเว้นบาหลีนะ
19. เพิ่งค้นพบว่า โซนของเล่นเด็กตามห้างที่หยอดตู้ปาจิงโกะกัน ชูตลูกบอล เป็นอะไรที่เอเชียมากกกก ฝรั่งงงจ้า
20. ภาษาของกินวันนี้ Nasi – rice Gorang – fried ดังนั้น Nasi Gorang – ข้าวผัด Ayam – chicken / Mie – noodle / Sate – สะเต๊ะ / Susu – milk / Teh – tea
21. ภูเขาโบรโม พวกภาพถ่ายที่เขาถ่ายกันมันคืออีกลูก อิโบรโมจริงคืออันหลังที่ปะทุอยู่
22. ฝุ่นดำจากภูเขาไฟเยอะมาก คือก็ไม่มีใครสนใจจะทำความสะอาดนะ แบบมาเที่ยว สูดเข้าปอดไป โอเค จบ แถมตอนกลางวันแมลงวันเยอะมาก แถบนั้น ที่พักเอย แต่ตกดึกหายตัวกันหมดละ
23. ชิมข้าวผัดแล้ว nasi gorang คือมีความเผ็ดเล็กๆ แต่โอเค แด้กได้ บางร้านแปะข้าวเกรียบมาให้ด้วย
24. เจ้าพ่อใหญ่ในวงการรถเช่า-คนขับรถที่นี่คือ ทอมมี่ เขาใจดีนะ ตัวจริงก็ใจดี ลูกน้องก็ดี ยกให้เป็นเจ้าพ่อได้ ส่วนบนเกาะบาหลีมีรองบอสคือ Agus คอยสั่งการอยู่ เหมือนแยกภูมิภาคกันชัดเจน
25. โบรโมต่อ ทุกคนตื่นเช้าเพื่อนั่งจี๊ฟไปดูพระอาทิตย์ขึ้น คือแถวรถจี๊ฟยาวมาก และขากลับทุกคนต้องปีนปากปล่อง ขากลับลงมาโปรดจำรถจี๊ฟท่านไว้ให้ดี ไม่งั้นจะหารถไม่เจอเพราะจอดกันเป็นตับมาก งงมากค่ะ
26. รองเท้าแตะ ขาสั้น ขายาว แจ็คเก็ตกันหนาว หน้ากากกันฝุ่น และ ทิชชู่เปียก คือมาที่นี่ต้องเตรียมชุดฤดูร้อนและหนาวไปพร้อมกันค่ะ สับรางแทบไม่ทัน
27. ถ้าจะมาโปรดเลือกที่พักดีๆ ห้องน้ำสะอาด แต่สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือที่พักบนเขา โบรโม คาวาอีเจียน ทำใจเรื่องห้องน้ำเลยค่ะ ปวดใจมาก
28. ที่นี่ไม่มีเนื้อหมูเลย เพราะศาสนา และไม่มีหมาวิ่งเล่นริมถนนเหมือนกัน แต่เกาะบาหลีมีนะ
29. JL ย่อมากจาก Jalan แปลว่า ถนน
30. รถยนต์ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นรถเช่าทั้งนั้น จะเป็นพวก innova กะ suv คือสงสัยอยู่ว่าทั้งปีประเทศคือทำอาชีพนี้ ?
31. ทำไมไม่เคยมีคนบอกเลยว่าถาพที่ถ่ายมา บางที่กะของจริง มันไม่เหมือนกัน !! เช่น อิวัดทะเลสาบเป็นต้น ไปถึงซ่อม ไหนน้ำเจดีย์ลอย จบ
32. แสตมป์อินเตอร์เน้ชั่นนัล 10000 รูปี – ประมาณ 25 บาท ต้องแปะ 2 ดวง ดวงละ 5000 นะ
33. สนามบินบาหลีดีงามมาก ดีกว่าจากาตาร์อะ มี duty free ที่พีคสุดคือมี La place เป็นร้านขายพวกน้ำผลไม้ มีที่ฮอลแลนด์ คืออินเตอร์ จบ
34. เผื่อไม่รู้ อินโดนีเซียเคยตกเป็นเมืองขึ้นของดัชต์มาก่อน ซึ่งที่ดัชต์ก็ไม่ค่อยพูดถึงชวาหรอก พูดมากสุดก็ตามมิวเซียมที่เคยมีคนมาอยู่ไรงี้ ส่วนชวาคือไม่ชอบดัชต์มาก กดขี่สุด รวมๆ ทั้งสองตอนนี้ไม่ค่อยพูดถึงกันเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีในชีวิตประจำวัน – มากสุดเห็นจะเป็นเรื่องภาษาที่คำอินโดบางคำดูดัชต์อยู่
34. ธนาคารที่นี่ ไม่เหมือนบ้านเราตรงแยกสีกันชัดเจน ที่นี่จะแบบขอแมชสีนิดนึง ส้มเขียว น้ำเงินเหลือง น้ำเงินส้ม ว่าไป ที่นียี่ห้อดังๆ ก็ Mandiri / BR1 / BNI กะ CIMB เห็นเท่านี้จริงๆ และตู้เอทีเอมวางเฉยๆไม่ได้นะ ต้องมีประตู กันคนมาก
35. สนามบินที่นี่เก็บภาษีกันแบบไม่ทันตั้งตัวมาก ละก็ไม่รวมในตั๋วเครื่องบิยนะ ต้องจ่ายสดแยก ที่จากาต้า 40000 ที่บาหลี 2 แสน
36. มาม่าเป็นอาหารที่กินของชาติไหนก็อร่อย ยูนิเวอร์แซลจริงๆ และไม่คิดว่าไก่ทอดโง่ๆ จะอร่อยขนาดนี้ เมื่อหิว.. ส่วนสะเต๊ะ เป็นอินโดนะ ออริจินับจะเผ็ดนิดนุง
37. คนที่นี่นับถืออิสลามส่วนใหญ่ แต่ก็มีพุทธก็หนัก – ดูจากบุโรพุทโธสิ ฮินดูก็จัดเต็ม ศิลปะสไตล์บาหลีนี่คือ ฮินดูชัดๆ รูปปั้นเอย บ่อน้ำเอย
38. เพราะเคร่งศาสนานี่แหละ ที่ทำให้ประเทศนี้โดนเฉพาะบาหลี ที่นักท่องเที่ยวจะเยอะแค่ไหน กุก็ไม่มีผับตื้ด แดนซ์ มีแต่นั่งชิว ดื่มด่ำกีตาร์โปร่งกันไป ดี สงบ ไม่พัทยาดี
39. ทุกร้านค้าจะมีกระทง ดอกไม้ธูป คือคิดว่าเอาไว้ไหว้อะไรสักอย่าง เจ้าที่ไรงี้ แต่คือ ช่วยวางในที่ดีๆนิดนึง วางกับพื้นคนเตะไปเตะมามาก เหยียบก็กลัวบาปกรรมอีก
40. แทบทุกวันห้ามขาสั้น ถ้าสั้นเอาผ้าถุงไป !
41. ของที่ระลึกส่วนใหญ่ ผ้าบาติก ปลัดขลิก พวงกุญแจ แม่เหล็ก เซรามิค และกาแฟ
42. บาหลี อูบุด โซนเมืองสุด ไม่มีร้านคอนแทคเลนส์ !!! และร้านแว่นตา ใครซวยแบบข้าโปรดพึงระวัง พอได้สังเกตก็แบบ เออไม่ค่อยเห็นคนอินโดใส่แว่นเลย !!!
ไม่มีอารมณ์เล่าละ แว่นพัง มือถือเป็นรอยเพราะอิลิง จบ
แก้ไขเพิ่มเติมจากเพื่อนๆที่ร่วมตอบกระทู้ ซึ่งรู้ซึ้งในการ เที่ยวอินโดนีเซีย มากกว่า
– สนามบินที่จาการ์ตามี Wifi ฟรี ทั้ง 3 เทอมินอลค่ะ
– สกุลเงินของอินโดฯ เรียกว่า “รูเปีย (Rupiah)” ไม่ใช่ “รูปี” ค่ะอันนั้นของอินเดีย
– บาหลี ไม่ได้แยกออกจากอินโดนะ ยังคงเป็นส่วนนึงของอินโดอยู่ ที่บอกว่าแยกอาจจะหมายถึงแยกออกจากเกาะชวารึป่าวเอ่ย
– ประเทศอินโดนีเซีย มีการแบ่งโซนเวลาออกเป็น 3 โซน เนื่องจากประเทศกว้างใหญ่ไพศาลมาก
– ที่บาหลี มีผับติ๊ดๆนะ แบบรูดเสาเรียกแขกเลย ตรงย่าน Kuta เปิดเพลงกระหึ่มตีกันไปหมด
– คนบาหลี นับถือศาสนาฮินดู เช่นเดียวกับคนแถวๆโบรโม แถบนั้นเป็นชุมชนฮินดู วัดที่ผ่านก่อนปีนขึ้นปากป่องโบรโมก็เป็นวัดฮินดูนะ
– คนมุสลิมที่อินโด เป็นมุสลิมสายกลางที่ไม่เคร่งเลยย ตกดึกใส่ส้นสูง รัดติ้ว ดิ้นในผับ
– ผับที่จาการ์ตาเยอะมาก และเปิดยันเช้าเลยนะ
– เพื่อนเราบางคนชอบแอบกินหมูด้วยนะ บอกอร่อย
– จริงๆแล้วมีหมูขายทุกที่เลยนะ ไม่ว่าจะเป็น Sate Babi (สเต๊ะหมู) Nasi Goreng Babi (ข้าวผัดหมู) ที่ยอร์กยาก็มีนะแต่ต้องรู้แหล่ง ส่วนที่จาการ์ตา หมูพรึ่บ โดยเฉพาะย่านคนจีน
– คนจีนที่จาการ์ตาเยอะมาก ถ้าเจ้าของกระทู้มาที่นี่จะบอกว่าหน้าตากลืนเป็นจีน-อินโดมาก แยกไม่ออก เราก็โดนคิดว่าเป็นจีน-อินโดเหมือนกัน
– ค่าครองชีพที่จาการ์ตา และอีกหลายๆเมืองเศรษฐกิจ แพงกว่ากรุงเทพฯ แต่แรงขั้นต่ำถูกว่าบ้านเรา Nasi Goreng ข้างทางรถเข็นบนทางฟุตบาทริมถนนไม่มีที่นั่ง ราคาอย่างต่ำ 20,000 รูเปีย เกือบๆ 60 บาทเลย สงสารคนรายได้ต่ำที่นี่มาก
– อินโดมี 7-11 นะ แต่อยู่เฉพาะที่จาการ์ตา และกำลังจะขยายไปนอกเมืองขึ้นเรื่อยๆ
– ภาษาอินโด รากภาษาเดียวกันกับภาษามาเลย์ จริงๆภาษาเค้าเหมือนกันมากฟังกันรู้เรื่อง แต่สำเนียง+คำศัพท์บางคำใช้ไม่เหมือนกัน
– ภาษาอินโด มีการใช้คำจากภาษาอื่นๆหลายภาษาเช่น ดัตช์ บาลี สันสกฤต อาหรับ อังกฤษ และมีหลายคำที่คล้ายกับภาษาไทยด้วยนะ
-นึกไม่ออกแล้ว ขออภัยเขียนยาวมาก
– อ่อ ค่าเหมาแท็กซี่แบบถูกกฎหมายของสนามบินยอร์กยาแค่ 40,000 รูเปียเองแหละ
– แท็กซี่ที่จาการ์ตา มีมิเตอร์นะ เริ่มต้นที่ 7,000 รูเปีย แต่บางเจ้าก็เริ่มขึ้นเป็น 7,500 รูเปียแล้ว เพราะน้ำมันขึ้น
– แท็กซี่ที่นี่ดีกว่ากรุงเทพเยอะมาก ไปหมดไม่เกี่ยง และส่วนใหญ่สุภาพ
ขอบคุณ คุณ คิดดี ทำดี สบายใจดี ค่ะ
สุดท้ายขอจบ INDONESIA101 ไว้เพียงเท่านี้
หวังว่ารีวิวนี้จะไขข้อข้องใจใครหลายๆ คนและทำให้ชีวิตง่ายขึ้นได้นะคะ
สวัสดีค่ะ selamat tinggal !!






