Japan North – South : EP4 เที่ยว โนโบริเบทสึ

สารบัญ

    Japan North – South : EP4 เที่ยว โนโบริเบทสึ

    5 พฤศจิกายน 2555 (จันทร์) วันนี้เราออกจากเมืองซัปโปโรเพื่อลงใต้ลงไปเรื่อยแล้วค่ะ คืนนี้เราจะพักกันที่ฮาโกดาเตะ แต่ก่อนไปฮาโกดาเตะเราแวะเมือง โนโบริเบทสึ (Noboribetsu) กันก่อน

    มาขึ้นรถไฟที่ JR Sapporo ใช้ JR pass เหมือนเดิม รถไฟขบวน Limited Express HOKUTO ขบวนสีน้ำเงินเท่ดี ขึ้นไปกันเลย

     

    ภายในรถไฟ เราจองตั๋วไว้อยู่แล้ว ก็หาโบกี้ที่จองไว้ นั่งที่ที่จองไว้ เจ้าหน้าที่ก็จะมาตรวจเป็นอันจบ

    รถไฟญี่ปุ่นสะอาดและดีน่าปลาบปลื้มและน่าอิจฉาค่ะ

     

    รู้จักโนโบริเบทสี กันก่อนค่ะ โนโบริเบทสึเป็นเมืองบ่อน้ำร้อน ชื่อดังมากขนาดมีโรงแรมไฮโซยันเรียวกังเยอะมาก

    เป็นเมืองเล็กๆ อาบน้ำแร่แช่ออนเซ็น แถมยังมีปากปล่องภูเขาไฟที่ยังมีควันพุ่งอยู่

    เหมาะแก่การมานอนรวยๆ ส่วนเราก็เที่ยววันเดียวอย่างประหยัดค่ะ

    นั่งรถไฟจากซัปโปโรมาประมาณ 70 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ สถานี โนโบริเบทสึ ร้างดีจริงๆ

     

    ในสถานีรถไฟทุกที่จะมีล็อคเกอร์ให้เก็บของ 300 500 600 800 เยน ก็ว่ากันไปตามขนาดตู้

    เราเสียค่าโง่ ดันหยอดเหรียญก่อนแล้วบิดกุญแจ กลายเป็นถูกกินเงิน

    ให้เปิดตู้ยัดของเข้าไปก่อนแล้วค่อยหยอดนะคะ ถือเป็นการเรียนรู้การใช้ล็อคเกอร์ครั้งแรกในญีปุ่่น

    จากการอ่านหนังสือรีวิวมาเขาบอกให้นั่งแท็กซี่เข้าไปยังถนนเส้นหลักของเมืองได้

    เราก็คำนวณกันแล้วว่า ถ้า 3 คนนั่งแท็กซี่คุ้มกว่ารถบัส แต่กลายเป็นว่าแท็กซี่มิเตอร์พุ่ง 2000 เยน !!

    จากเดิมที่บอก 800 เยน ดังนั้นเราแนะนำ เรารถบัสเถอะค่ะ คนละ 330 เยน

    เช็คเวลาดีๆกันนะคะ ชม.นึงบัสจะออก 2 เที่ยวค่ะ

     

    ถึงแล้วตัวเมือง สัญลักษณ์ของเมืองนี้เป็นยักษ์ค่ะ มาจาก ปล่องภูเขาไฟที่มีควันอยู่ชื่อ จิโกคุดานิ แปลว่า หุบเขานรก

    ก็เลยเป็นยักษ์เฝ้านรกเต็มทั้งเมือง น่ากลัวบ้าง น่ารักก็มี

    ขนาดป้ายร้านขายราเม็งยังเป็นยักษ์ ประเทศนี้เขา concept จัดนะคะ

    ก็มาเช้าเกินก็เดินเล่นในเมือง ที่ร้านเขาก็ยังไม่เปิดกัน ตึกร้านนี้เป็นสัญลักษณ์เลยมันต้องมาเห็น !!

    เช้าๆ ไม่มีร้านไหนเปิด มีร้านขายวาซาบิเปิด เดินเข้าไปดูหน่อย ไม่มีอะไรทำ

     

    ช่วงสาระค่ะ ใครเคยเห็นต้นวาซาบิบ้างคะ ถ้าคนไหนอ่านการ์ตูนทำซูชิน่าจะพอรู้กัน

    วาซาบิที่เรากินๆกันมันมาจากแท่งๆที่รูปร่างหยึกๆอยู่ในน้ำนั่นแหละค่ะที่คล้ายๆแครอท

    แล้วก็เอามาขูดๆ จะเป็นวาซาบิให้เรากินนี่แล ยิ่งขูดโดยไม่ปอกเปลือกนะยิ่งเด็ด (หนังสือการ์ตูนเขาบอกมาค่ะ)

    ประเทศนี้เขาก็แปรรูปทุกอย่าง วาซาบิเลยกลายมาเป็น ผงโรยข้าว ข้าวเกรียบ ฯลฯ

    ใช้วัตถุดิบที่ดีจากธรรมชาติให้คุ้มทุกส่วน สมแล้วนักประเทศนี้

     

    ร้านต่อมาก็เป็นร้านของที่ระลึกของเมือง ขนมต่างๆในกล่อง ไว้ซื้อฝากชัดๆ

    และทุกอย่างเป็นยักษ์ ยักษ์เล็กน่ารัก ยักษ์ใหญ่เป็นเบียร์ คิดแล้วถ้าเราเป็นอาม่าได้มาเที่ยว

    คงซื้อฝากลูกหลานว่าชั้นไปมาแล้วนะ เมืองนี้ อะไรประมาณนี้

    พวกเราก็เดินไปเรื่อย บ้านเมืองสงบเงียบๆดี ไร้คนดี บรรยากาศเช้าๆ ชีวิตดีมีสุขเพลินๆค่ะ

     

    เดินไปจนเจอทางแยกก็ไปทางขวาต่อเป็นโซนปากปล่องภูเขาไฟแล้ว

    ที่ทัวร์ชอบมาลงกัน ข้างหน้าเลยๆ ใบไม้ก็เปลี่ยนสี

     

    ถึงแล้ว หุบเขานรก !!! มาง่ายกว่าที่คิดเยอะ และสวยงามเหมือนในภาพเลย

    ข้างๆป้ายก็มีศาลเจ้า คนเริ่มทยอยมากันแล้ว

    ควันยังพวยพุ่งค่ะ ได้กลิ่นกำมะถันนิดๆ กว้างดีจริงๆที่นี่

     

    เขาทำทางเดินไว้ให้รอบเขานี้เลยค่ะ คนก็เดินกันเรื่อยๆ (อย่างในรูปจุดเล็กๆคือคนนะ) สีสวยงาม

    ทัวร์ชาวจีนเริ่มมาลง คนเริ่มบาน จ้อกแจ้กชาวจีนแล้วๆ

     

    ทางเดินยาวมาก เดินได้เรื่อยๆ คือถ่ายรูปได้เป็นร้อยรูป ถ่ายแล้วถ่ายอีก

     

    เดินมาจนสุดเป็นจุดที่เขาให้ดาวไว้ คือเป็นที่ที่ยังมีควันขึ้นอยู่ๆ เราก็ไปไทยมุงกับเขาดูบ้าง

    เป็นน้ำร้อนที่ยังมีควันออกมาตลอดเวลา ห้ามโยนเหรียญลงไป (แต่ก็ยังมีคนโยนนะ) ทุกคนก็ดูตื่นเต้นก้มๆมุงๆกันใหญ่

     

    ที่เขามุงกันมันมีอะไร ถึงทำให้คนมุงกันเยอะ ถ่ายมาให้ดู มุงกันไป

     

    สถานที่เที่ยวส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นจะเป็นอย่างนี้ค่ะ
    มี 1 จุดเด็ด สร้างคาแรคเตอร์โปรโมท ยัดสตอรี่เข้าไป
    สร้างจุดขายของเมือง เช่นเมืองนี้มีปากปล่องนะจ้ะ ออนเซ็นนะจ้ะ
    พอมีจุดขายแล้วก็กระจายต่อลงของที่ระลึก ที่พัก สัญลักษณ์เมือง รูปปั้น ฝาท่อ ตั๋ว แสตมป์ ฯลฯ
    มันดีนะ ทำให้ประเทศเขาไม่น่าเบื่อเลย มีอะไรให้เที่ยวตลอดเวลา เมืองนั้นเมืองนี้ สนุกดี

    เด็กๆก็มีแหล่งเที่ยวกับครอบครัว วัยรุ่นก็มีแหล่งเดทใหม่ๆ ทุกอย่างได้ประโยชน์

     

    จากจุดหุบเขานรก เราก็ดูว่ามีที่เที่ยวอะไรอีกบ้างเมืองนี้

    ป้ายบอกว่าเดินขึ้นเขาไปอีก 1.7 กิโลมีจุดออนเซ็นแช่เท้าได้ เราก็เมื่อยขากัน

    (แต่คิดว่าเดินไปแช่หายเมื่อย เดินกลับมาเมื่อยอีกอยู่ดี ?? ตรรกะงงๆ)

    แต่ก็ไม่มีอะไรทำก็เดินไป จบ

    เราก็เดินเข้าป่าไปเรื่อยๆ ยิ่งลึกยิ่งไม่มีคน ดีนะเป็นตอนเช้าอยู่

    จุดถ่ายรูปก็มีเยอะ ถ่ายแล้วถ่ายอีก คือสวยทุกมุม ใบไม้แดงนี่มีเสน่ห์จริงๆ

     

    เราก็เดินหลงป่าไปเรื่อย สองข้างทางดูไม่น่าเศร้า สวยงามไปหมด หลงป่าสวยขนาดนี้ก็ยอมวะ

    นี่เลย มาถึงแล้วจ้ะ 1.7 km ที่แช่ขาออนเซ็นฟรี คนมาหาของฟรีกันเยอะอยู่

    คุณลุงนี่ก็ชิว แนะนำใครจะมาเอาผ้าขนหนูมาด้วยไว้เช็ดขาจะได้แห้งๆใส่รองเท้าได้

    ลุงแกเตรียมมาพร้อมแล้ว พวกเราหน้าช็อคไม่มี คาดว่าแช่แล้วตากจนแห้งละกัน

    ต้นทางของแม่น้ำที่เราแช่ แหมสวย

     

    ตาพวกเราบ้าง วิวงาม แช่น้ำอุ่น (ที่ไม่ร้อนเลยอุตส่าห์เตรียมใจ)

    สบายๆ กดมือถืออัพอินสตราแกรม (เราไม่มีเนตนะคะ อัพทิ้งไว้ พอมีเนตก็กดรีเฟรชทีเดียว ทั้งรวด ฮี่ๆ) สบายจริงๆ

    เงยหน้ามองก็อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เราดูดซับธรรมชาติมาไว้ในตัวเรา เพื่อเป็นส่วนหนึ่ง

     

    หลังจากเราแช่ขาเสร็จก็เดินกลับมายังจุดหุบเขานรกใหม่

    โชคดีที่วันนี้อากาศแจ่มใส ฝนไม่ตก เราแวะกินขนมในเมืองนิดหน่อย นมฮอกไกโดเล็กๆ

    ตามที่บอกไปค่ะ ทุกอย่างคอนเซ็ปท์ ห้องน้ำยังเป็นยักษ์ !

     

    เดินเล่นในเมืองต่อ ขึ้นศาลเจ้าไหว้พระ

     

    เดินกลับมาในเมืองอีกทีเพื่อขึ้นรถบัสกลับ (ไม่ใช้แท็กซี่แล้วเปลือง)

    สถานีรถบัสอยู่ต้นถนนทางเข้าเมืองค่ะ ไม่ไกล เดินเอาเพลินๆ ขึ้นรถบัสกลับไปสถานีรถไฟ

    หน้าสถานีรถไฟค่ะ

    หญิงไทย ใจงามนั่งรถไฟไปฮาโกดาเตะ ข้าวก็กินข้าวกล่องจากเซเว่น

     

    เราก็ขึ้นรถไฟไปเมืองต่อไปคือ ฮาโกดาเตะ ค่ะ เมืองนี้วิวงามใครมาฮอกไกโดก็ต้องมา

    นั่งรถไฟไป 144 นาที ก็ถึงเมืองฮาโกดาเตะ ทุกอย่างง่าย / ระหว่างทาง เริ่มใกล้มืดแล้ว

     

    ถึงแล้วค่า ฮาโกดาเตะ เมืองนี้เจริญแต่ไม่มีรถไฟใต้ดิน การเดินทางด้วยรถราง สะดวกเหมือนกันแถมได้เห็นเมืองทั่วด้วย

     

    พบกันใหม่ตอนหน้า กับเมืองฮาโกดาเตะกันต่อเด้อ

     

     

    *****

    วิดีโอการเดินทางของเราค่ะ ทาง Youtube 

    สำหรับตอนนี้

    4. SAPPORO – NOBORIBETSU 2/2

     

    RELATED STORIES