นีงาตะ Niigata สัมผัสเสน่ห์ฤดูหนาว เต็มอิ่มกับกิจกรรมบนลานหิมะ

นีงาตะ

นีงาตะ (Niigata) นั้นเป็นจังหวัดที่คาดว่าใครหลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อกันอยู่บ้างไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้าวพันธุ์ดี สาเกขึ้นชื่อ และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ที่นี่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันก็คือ “หิมะ” ค่ะ แม้ว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่หากเอ่ยถึงหิมะแล้วจะนึกถึงภูมิภาคฮอกไกโดเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้ว นีงาตะ (Niigata) เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีหิมะตกมากที่สุดในญี่ปุ่น หากวัดระดับความสูงของปุยหิมะที่ทับถมกันแล้ว โดยเฉลี่ยทุกปีจะวัดได้ระดับความสูงถึง 2-3 เมตรเลยทีเดียว ทำให้ที่นี่ได้รับสมญานามว่าเป็น “เมืองแห่งหิมะ” (Snow Country)

จังหวัด นีงาตะ (Niigata) a ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของโตเกียว (Tokyo) เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคชูบุ (Chubu) ซึ่งเป็นตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น สำหรับการเดินทางจาก Tokyo นั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่นั่งรถไฟชิงคันเซ็นจากสถานีรถไฟโตเกียว (Tokyo Station) หรือสถานีรถไฟอุเอโนะ (Ueno Station) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีเท่านั้น ที่นี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักเล่นสกี สโนวบอร์ด รวมไปถึงเหล่าคนที่ชื่นชอบกิจกรรมบนลานหิมะในช่วงฤดูหนาวค่ะ เพราะนอกจากจะเดินทางได้สะดวกแล้ว เสน่ห์ในช่วงฤดูหนาวของจังหวัดนี้โดดเด่นไม่แพ้ที่ไหนเลย

และสำหรับวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับเสน่ห์ของจังหวัด นีงาตะ (Niigata) เมืองโทคามาจิ (Tokamachi) และเมืองยูซาว่า (Yuzawa) ในช่วงฤดูหนาว ระยะเวลา 3 วัน 2 คืนเต็ม ๆ ทั้งสองเมืองนั้นเปรียบเสมือนเป็นประตูสู่จังหวัด Niigata หากคุณเดินทางมาจาก Tokyo รับรองว่าบทความนี้จะทำให้คุณตกหลุมรักทัศนียภาพสีขาวโพลนราวกับเทพนิยายของจังหวัดนี้อย่างแน่นอนค่ะ

– Day 1 – นีงาตะ (Niigata)

รู้จักกับพิพิธภัณฑ์สาเกตู้หยอดเหรียญ ณ สถานีรถไฟ Echigo-Yuzawa

นีงาตะ

เริ่มต้นทริปแรกกันด้วยวิธีการเดินทางจาก Tokyo กันก่อนเลยดีกว่าค่ะ สำหรับการเดินทางครั้งนี้เรานั่งชิงคันเซ็นจากสถานีรถไฟ Tokyo ไปลงที่สถานีรถไฟเอจิโกะยูซาว่า (Echigo-Yuzawa Station) โดยราคาค่าโดยสารสำหรับตู้ Non-Reserved Seat อยู่ที่ราคา 6,250 เยน/เที่ยว หากเป็นตู้ Reserved Seat อยู่ที่ราคา 6,790 เยน/เที่ยว

นีงาตะ
นีงาตะ

ทันทีที่เข้าเขตจังหวัด นีงาตะ (Niigata) จะต้องตะลึงกับทิวทัศน์ที่แตกต่างไปจาก Tokyo อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ปุยหิมะสีขาวเหมือนหลุดไปอยู่ในหนังเลยล่ะค่ะ แถมวันที่ไปหิมะตกหนักค่อนข้างมาก ควรแต่งตัวให้ร่างกายอบอุ่นเข้าไว้นะคะ

นีงาตะ
นีงาตะ

สถานีรถไฟ Echigo-Yuzawa นั้นเป็นสถานีที่ค่อนข้างใหญ่ค่ะ สำหรับใครที่รอขึ้นรถไฟแล้วไม่รู้จะไปที่ไหนก็สามารถแวะมาเดินเล่นฆ่าเวลาได้ เพราะที่นี่มีทั้งจุดให้บริการนักท่องเที่ยว (Visitor Center) โซนขายของที่ระลึก ร้านสะดวกซื้อ และจุดเด่นที่เราอยากนำเสนอก็คือ พิพิธภัณฑ์สาเกพอนชูคัง (Ponshukan)

นีงาตะ
นีงาตะ

พิพิธภัณฑ์สาเก Ponshukan นั้นเป็นสถานที่ที่คุณสามารถลิ้มลองสาเกชื่อดังได้อย่างจุใจ โดยสาเกจังหวัด นีงาตะ (Niigata) เป็นเหล้าที่ทำมาจากข้าวพันธุ์ดีซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำจังหวัดนี้ ทำให้คุณสามารถมั่นใจได้ในรสชาติความอร่อยค่ะ และที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็มีสาเกหลายประเภทและหลายรสชาติกว่า 120 ชนิดมาในรูปแบบตู้หยอดเหรียญอัตโนมัติ

นีงาตะ

ก่อนอื่นเลยคนที่สามารถเข้าพิพิธภัณฑ์นี้ได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 16 ปีค่ะ ค่าเข้าชมเพียง 500 เยน/คนเท่านั้น โดยคุณสามารถแลกเหรียญได้ที่หน้าเคาน์เตอร์ พนักงานจะให้เหรียญสำหรับหยอดตู้มาทั้งหมด 5 เหรียญพร้อมกับถ้วยสาเกค่ะ หากใครไม่รู้จะชิมรสชาติไหนดี คุณสามารถเช็ค Rank 10 อันดับสาเกยอดนิยมได้จากป้ายด้ายในพิพิธภัณฑ์ค่ะ

สัมผัสกับวิถีชีวิตของคน นีงาตะ ในท้องถิ่นช่วงฤดูหนาว

นีงาตะ

ก่อนที่เราจะพาไปรู้จักกับกิจกรรมสนุก ๆ ในช่วงฤดูหนาว เราขอพาทุกคนไปรู้จักกับการใช้ชีวิตของคนท้องถิ่นกันก่อน เพราะวิถีชีวิตของคนที่นี่ในช่วงฤดูหนาวค่อนข้างน่าสนใจมาก ๆ ตามที่เราได้เอ่ยไปข้างต้นว่าจังหวัด นีงาตะ (Niigata) เป็นจังหวัดที่มีหิมะตกและทับถมกันเฉลี่ยสูงถึง 2-3 เมตร ทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันค่อนข้างแตกต่างไปจากช่วงฤดูอื่น ๆ ที่ผ่านมา

นีงาตะ

กล่าวคือ ในช่วงฤดูหนาวผู้คนต่างต้องเรียนรู้วิธีการจัดการกับหิมะ เพราะถ้าหิมะตกแล้วปล่อยให้ทับถมไปเรื่อย ๆ จนหนามากขึ้นยิ่งก่อให้เกิดอันตรายกับการจราจรและบ้านเรือนได้ค่ะ ดังนั้น คนในท้องถิ่นจึงมักจะสวมรองเท้าบูทสำหรับกันหิมะยาวขึ้นมาถึงเข่าและแทบทุกบ้านจะมีพลั่วสำหรับตักหิมะ ซึ่งเป็นหน้าที่ของแต่ละบ้านที่จะต้องกวาดหิมะตามทางเดินบริเวณหน้าบ้านออก หรือบางบ้านก็จะมีเครื่องเป่าหิมะติดไว้เลยค่ะ

นีงาตะ

บริเวณตามถนนเองหิมะที่ตกและทับถมลงมาจะถูกอัดให้เป็นกำแพงแข็ง ๆ คล้ายกับ กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ (Tateyama Kurobe Alpine Route) อันโด่งดัง เพื่อให้การสัญจรและคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้นค่ะ สำหรับคนที่ชินกับเมืองร้อนมาตั้งแต่เกิดอย่างเรา พอได้เห็นวิวสองข้างทางที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เป็นสีขาวไปเสียหมดทำให้รู้สึกประทับใจมาก ๆ เลยค่ะ มองกี่ครั้งก็ไม่มีวันเบื่อเลย

ลิ้มรสโซบะเก่าแก่ที่ไม่เหมือนกับที่ไหนกับร้าน Kojimaya Main Restaurant

นีงาตะ

สถานที่แรกที่เราจะมุ่งหน้าไปก็คือเมืองโทคามาจิ (Tokamachi) ค่ะ หากขับรถยนต์จากสถานีรถไฟ Echigo-Yuzawa จะใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น อันดับแรกเราขอไปเติมพลังกับมื้อเที่ยงก่อนนะคะ โดยร้านอาหารที่เรากำลังมุ่งหน้าไปนั้นเป็นร้านโซบะเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในเมือง Tokamachi นี้ มีชื่อร้านว่า โคจิมายะ สาขาหลัก (Kojimaya Main Restaurant)

นีงาตะ
นีงาตะ

สำหรับคนไทยแล้วคาดว่ายังมีหลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับการทานเส้นโซบะเท่าไหร่นัก แต่ต้องบอกเลยว่าว่าโซบะที่ร้านนี้ใช้วัตถุดิบพิเศษที่ไม่เหมือนกับที่ไหน และหาทานได้เฉพาะในจังหวัด นีงาตะ (Niigata) เท่านั้น

นีงาตะ

จุดเด่นที่ว่าก็คือการผสมผสานเส้นโซบะกับสาหร่ายโนริ (Nori) ทำให้ได้เส้นที่เหนียวนุ่มและมีการถักทอเส้นโซบะอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนจนได้ขนาดที่พอดีคำ ทานง่าย จากนั้นก็จะม้วนเป็นรูปทรงสวยงามคล้ายกับคลื่น จัดเสิร์ฟในถาดไม้ที่ดูหรูหรา โซบะประเภทนี้เรียกว่า เฮกิโซบะ (Hekisoba) สามารถทานคู่กับของทอด เช่น เท็มปุระ ทงคัตสึ หรือเมนูสุดพิเศษก็คือซุปเป็ดแสนอร่อยที่หาทานได้เฉพาะในช่วงฤดูหนาวเพียงอย่างเดียวค่ะ

นีงาตะ

ปกติแล้วเราเป็นคนไม่ค่อยชอบกินโซบะเท่าไหร่ แต่พอได้มาลองโซบะร้านนี้แล้วต้องเปลี่ยนใจเลยค่ะ เพราะเส้นโซบะนั้นมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับ ไม่ได้เป็นเส้นเละ ๆ เหมือนโซบะทั่วไป พอเคี้ยวแล้วมีความรู้สึกกรุบ ๆ เล็กน้อยเข้ากับซุปเป็ดเข้มข้นได้เป็นอย่างดี ทำให้กินเพลินมาก รู้ตัวอีกทีก็กินหมดจานไปแล้ว อร่อยจริง ๆ ไม่ได้โม้ค่ะ!

นีงาตะ

สำหรับที่นี่แล้วไม่ได้มีเมนูเด็ดแค่ของคาวเพียงอย่างเดียวนะคะ สำหรับของหวานอย่างไอศกรีมโซบะก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่รู้สึกว้าวมาก เพราะไอศกรีมโซบะรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นอ่อน ๆ สามารถกินปิดท้ายล้างปากได้เป็นอย่างดี หากใครได้มาเยือนเมือง Tokamachi ล่ะก็ขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะ

  • หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://hegisoba.co.jp (ภาษาญี่ปุ่น)
  • เวลาเปิด-ปิดให้บริการ : 10:00 น. – 20:00 น.
  • โลเคชั่น Kojimaya Main Restaurant : https://goo.gl/maps/GdAFDBmiVMYkT9kc6

เต็มอิ่มไปกับกิจกรรมบนลานหิมะ สนุกได้ทุกเพศทุกวัย ณ รีสอร์ท Belnatio

นีงาตะ

หลังจากเติมพลังกันจนอิ่มแล้วเราก็พร้อมลุยต่อค่ะ จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ก็คือรีสอร์ทเบลนาติโอ (Belnatio) ตั้งอยู่บริเวณอะเทมะโคเกน (Atema Kogen) เมือง Tokamachi นี่ล่ะค่ะ ที่นี่เป็นรีสอร์ทที่เรียกได้ว่าครบครันทุกสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการที่ใส่ใจเต็มร้อย ไม่ว่าจะเป็นห้องพักแสนสบาย ออนเซ็นธรรมชาติ บุฟเฟต์อาหารสุดหรู และแน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้ก็คือโซนกิจกรรมบนลานหิมะนั่นเองค่ะ

นีงาตะ
นีงาตะ

รีสอร์ท Belnatio นั้นเป็นรีสอร์ทที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัวหรือคู่รักที่ต้องการมาพักผ่อน โดยห้องพักก็จะมีหลากหลายประเภทให้ได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นแบบห้องแฝด บ้านพักสไตล์คอทเทจ (Cottage) เป็นหลังให้สำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว ที่รีสอร์ทแห่งนี้ยังมีกิจกรรม Outdoors ที่น่าสนใจซึ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นลานกอล์ฟและอื่น ๆ ที่สำคัญที่นี่ยังมีสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานอีกด้วยนะคะ

นีงาตะ
นีงาตะ

ในส่วนของการเดินทางนั้น หากขับรถยนต์จากร้านโซบะ Kojiyama Main Restaurant จะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ แต่สำหรับใครที่ไม่มีรถยนต์ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะทางรีสอร์ทมีบริการรถรับ-ส่ง Shuttle Bus ฟรีจากสถานีรถไฟ Echigo-Yuzawa ตรงมารีสอร์ทเลยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที นอกจากนี้ใครที่อาศัยอยู่ใน Tokyo ยังสามารถขึ้นรถบัสจากสถานีรถไฟชินจูกุ (Shinjuku Station) ตรงมาได้เลย หรือใครที่อาศัยอยู่ใน Yokohama ก็สามารถขึ้นรถบัสได้จากสถานีรถไฟซากุระกิโจ (Sakuragicho Station) เช่นเดียวกัน สะดวกสุด ๆ !!

นีงาตะ

เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ที่รีสอร์ทแห่งนี้ยังมีพนักงานคนไทยชื่อ “คุณโพสต์” คอยดูแลอยู่ด้วยนะคะ ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่เราอยู่ที่รีสอร์ทแห่งนี้ก็ได้คุณโพสต์คอยดูแลเช่นเดียวกัน หากนักท่องเที่ยวคนไทยคนไหนสนใจแวะไปเที่ยวที่รีสอร์ทแห่งนี้ล่ะก็ อย่าลืมติดต่อแจ้ง Reception นะคะว่าเป็นคนไทย คุณโพสต์จะดูแลคุณอย่างดี มั่นใจว่าประทับใจอย่างแน่นอนค่ะ

เอาล่ะค่ะ กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า หลังจากที่เราเดินทางมาถึงรีสอร์ทและ Check-In ห้องพักเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราจะไปเปลี่ยนชุดเล่นสกีเพื่อไปเล่นกิจกรรมบนลานหิมะกันค่ะ ใครที่ไม่มีชุดสกีมาไม่ต้องกังวลนะคะ ที่รีสอร์ทนี้มีบริการให้เช่าชุดสกีแบบครบเซ็ตเลย (สำหรับถุงมือจะต้องเสียเงินซื้อต่างหากค่ะ)

นีงาตะ
นีงาตะ

พอเปลี่ยนชุดแล้วเราจะไปที่โซนกิจกรรม “SNOWLAND FOREST FAIRY” กันค่ะ สำหรับโซนนี้จะจัดเฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น เป็นกิจกรรมบนลานหิมะที่สามารถสนุกได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลย ก่อนอื่นจะต้องซื้อตั๋วกันก่อนค่ะ โดยตั๋วจะแบ่งเป็น 2 ประเภทคือตั๋วเซ็ตเหมา หรือซื้อเป็นเหรียญแยกไว้สำหรับเลือกเฉพาะเครื่องเล่นที่ต้องการ (แต่ละเครื่องเล่นจะมีจำนวนเหรียญที่ใช้แตกต่างกัน) เรียกได้ว่าตอบโจทย์ทุกความต้องการเลยจริง ๆ

นีงาตะ
นีงาตะ
  • โซนเด็ก (Kid’s Park) เพียงแค่เราเดินออกมาจากที่พักก็จะเจอกับโซนเด็กที่เต็มไปด้วยของตกแต่งน่ารัก ๆ เต็มลานหิมะก่อนเลยค่ะ โซนนี้มีทั้งสไลเดอร์ กระดานลื่นหิมะและอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับน้อง ๆ หนู ๆ ที่ยังเป็นเด็กเล็กก็สามารถเล่นโซนนี้ได้ค่ะ
นีงาตะ
  • โซนห่วงยาง (Snow Tubing) ห่วงยางเป่าลมสำหรับสไลเดอร์บนหิมะที่มีความลาดชัน กิจกรรมนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแถบอเมริกาเหนือ โซนนี้ผู้ใหญ่ก็สามารถเล่นได้นะคะ
นีงาตะ
  • สโนว์โมบิล (Snowmobile) สายซิ่งไม่ควรพลาดเลยค่ะ กิจกรรมนี้สำหรับเด็กโตเท่านั้น โดยคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ขี่สโนว์โมบิลไปตามทางต่าง ๆ สำหรับคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็นก็ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่คอยสอนและดูแลอย่างใกล้ชิด สนุกและวิธีขี่ก็ง่ายกว่าที่คาดไว้มากเลยค่ะ
นีงาตะ
  • ล่องแก่งหิมะ (Snow Rafting) เปลี่ยนบรรยากาศจากล่องแก่งในน้ำมาเป็นล่องแก่งบนหิมะกันดีกว่าค่ะสำหรับคนที่ชอบความท้าทายและความเสียว กิจกรรมนี้สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลย โดยเจ้าหน้าที่จะขี่สโนว์โมบิลด้วยความเร็วสูงและคอยเหวี่ยงเรือห่วงยางที่มีเรานั่งอยู่ด้านใน ต้องบอกเลยว่าช่วงที่ลมตีหน้าหนาวจนหน้าชา แต่ก็มันส์สุด ๆ จนหัวฟู เครื่องเล่นนี้ไม่ควรพลาดเลยค่ะ!
นีงาตะ
  • ทัวร์ชมวิวกับสโนว์โมบิล (Snowmobile Wagon Tour) เครื่องเล่นสุดท้ายเหมาะสำหรับสายชิลล์ค่ะ โดยเจ้าหน้าที่จะขี่สโนว์โมบิลพาเราขับรถชมวิวรอบ ๆ Atema Kogen ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที/1 รอบ คุณจะได้เห็นวิวอลังการราคาหลักล้านที่หาไม่ได้จากที่ไหน ใครที่เลือกเครื่องเล่นนี้อย่าลืมพกกล้องไปด้วยนะคะ

และนี่เป็นเพียงกิจกรรมบางส่วนที่เราได้ไปเล่นมาเท่านั้นค่ะ มีหลายเครื่องเล่นที่น่าลองมากเลยใช่ไหมล่ะคะ นอกจากนี้รีสอร์ท Belnatio ยังมีกิจกรรมน่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมายที่อยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสกันนะคะ

  • ช่วงเวลาเปิดให้บริการ : วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2020 – วันพุธที่ 31 มีนาคม 2021
  • ค่าเครื่องเล่น : หากซื้อเป็นตั๋วเซ็ตเล่นครบทุกอย่าง 3,000 เยน/1 ใบ (มีทั้งหมด 10 เหรียญ) หรือซื้อเหรียญแยกเครื่องเล่น 300 เยน/1 เหรียญ

บุฟเฟต์อาหารค่ำสุดหรูจัดเต็ม สัมผัสความโรแมนติกกับโปรเจ็กต์หัวใจท่ามกลางหิมะ

นีงาตะ

ไฮไลท์ของรีสอร์ท Belnatio ยังไม่ได้จบแค่กิจกรรมสนุก ๆ บนลานหิมะเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะคะ เพราะที่นี่ยังมีบุฟเฟต์อาหารสุดหรู รับประกันความอร่อย การันตีด้วยบุฟเฟต์อาหารเช้าที่ได้รับรางวัล Rakuten Travel ปี 2019 ถึง 2 รางวัลด้วยกัน!

นีงาตะ
นีงาตะ

เอาล่ะค่ะ หลังจากที่เราเต็มอิ่มกับการเล่นเครื่องเล่นมาทั้งวันแล้วก็ได้เวลาทานอาหารค่ำกันค่ะ สำหรับบุฟเฟต์อาหารค่ำที่นี่เรียกได้ว่าจัดเตรียมอาหารมาให้แบบจัดเต็ม หรูหรา ไม่มีกั๊กวัตถุดิบ และที่สำคัญยังมีหลายเมนูที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นซุปปู หรือแม้แต่ข้าวหน้าฟัวกราที่เติมได้แบบไม่อั้น!

นีงาตะ
นีงาตะ

ที่นี่ยังมีโซนสำหรับเด็กด้วยนะคะ ทั้งสีสันอาหาร ทั้งจัดตกแต่งจานได้น่ารักมาก ๆ คาดว่าน้อง ๆ หนู ๆ มาเห็นต้องแฮปปี้กันสุด ๆ หรือใครที่อยากลองอาหารจีนที่นี่ก็มีให้บริการเช่นเดียวกันค่ะ คุ้มขนาดนี้ถ้ามีโอกาสได้นอนพักหลายคืนน้ำหนักน่าจะขึ้นแบบไม่ต้องสงสัยอย่างแน่นอน

นีงาตะ
นีงาตะ

หลังจากที่อิ่มท้องกันแล้ว ค่ำคืนนี้เราจะยังไม่จบกันแค่นี้นะคะ เพราะอันดับต่อไปเราจะพาคุณไปรู้จักกับโปรเจ็กต์ลับของรีสอร์ทนั่นก็คือ “โปรเจ็กต์โต๊ะหัวใจ” ที่จะจัดให้เฉพาะแขกที่เข้ามาพักเพียงคืนละ 1 กลุ่มเท่านั้น (ต้องจองล่วงหน้า)

นีงาตะ

โดยโปรเจ็กต์นี้เหมาะสำหรับคู่รักมาก ๆ เลยค่ะ เพราะคุณจะได้จิบไวน์ใต้แสงเทียนในยามค่ำคืนท่ามกลางแสงสีจากไฟประดับรูปหัวใจและบรรยากาศสีขาวโพลนจากปุยหิมะอันสุดแสนโรแมนติก โปรเจ็กต์นี้มีข้อดีคือแขกสามารถเลือกจะจัดหรือดีไซน์โต๊ะได้ด้วยตนเองค่ะ ซึ่งจะมีพนักงานของเตรียมอุปกรณ์ให้ล่วงหน้าและคอยซัพพอร์ต เหมาะสำหรับคนที่มีแพลนจะขอแฟนแต่งงานมาก ๆ

นีงาตะ

สำหรับโปรเจ็กต์นี้จะจัดบริเวณลานกว้างตรงโซนด้านนอกที่พัก แขกที่จองไว้จึงสามารถรับประกันเรื่องความเป็นส่วนตัวได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามอากาศด้านนอกค่อนข้างหนาวมาก สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คืออย่าลืมแต่งชุดหนา ๆ ทำร่างกายให้อบอุ่นนะคะ

– Day 2 – นีงาตะ (Niigata)

สัมผัสประสบการณ์เก็บเมเปิ้ลไซรัป ทำแพนเค้ก ตั้งแคมป์บนยอดเขา

นีงาตะ

สำหรับกิจกรรมแรกของเช้าวันที่ 2 เราจะมุ่งหน้าไปที่จุดตั้งแคมป์ยาบุโกะซากิ (Yabukozaki) กันค่ะ โดยจุดหมายแรกของเราก็ยังคงอยู่ที่เมือง Tokamachi เหมือนเดิมอีกเช่นเคย กิจกรรมในช่วงเช้านี้เป็นสิ่งที่เราค่อนข้างตื่นเต้นมาก เพราะไม่เคยมีโอกาสได้ลองไปตั้งแคมป์ในช่วงฤดูหนาวท่ามกลางหิมะมาก่อน แถมยังมีให้เดินเข้าป่าไปเก็บ “เมเปิ้ลไซรัป” หรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่า “น้ำเชื่อม” เพื่อนำมาใช้ราดตอนทำแพนเค้กอีกด้วย เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างแปลกใหม่และยังไม่มีที่ไหนจัดมาก่อน

สำหรับคนที่ไม่มีรถยนต์ก็สามารถใช้บริการรถรับส่งได้ โดยจุดรับส่งคือสถานีรถไฟมัตสึได (Matsudai Station) ช่วงเวลา 9:00 น. เช้าค่ะ กิจกรรมนี้จะมีไกด์และเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำตลอด ที่สำคัญใครที่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ เพราะเจ้าหน้าที่ที่จัดกิจกรรมนี้สามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่องมาก

นีงาตะ
นีงาตะ

อันดับแรก เมื่อเดินทางมาถึงจุดรวมตัวแล้ว ไกด์จะสาธิตวิธีการใส่รองเท้า Snowshoes เป็น อุปกรณ์ที่ติดไว้กับรองเท้าสำหรับใส่เดินบนหิมะโดยเฉพาะ เนื่องจากเราอยู่บนภูเขา หิมะบางจุดจึงยังมีสภาพเป็นผิวนุ่มยังไม่แข็งตัวเท่าไหร่ ถ้าเป็นไปได้อย่าลืมใส่รองเท้าบูทที่มีความยาวถึงเข่ามานะคะ เพราะบางจุดถ้าเราเผลอเหยียบลงไปแล้วอาจจะจมลงไปเลยก็มี

หลังจากที่ใส่รองเท้า Snowshoes เสร็จแล้ว ไกด์จะพาเราเดินเข้าไปในป่าค่ะ ระหว่างทางก็จะคอยอธิบายให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการเก็บไซรัปตลอด แม้ว่าพอรองเท้า Snowshoes จะทำให้เดินค่อนข้างยากสักเล็กน้อย แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลยค่ะ

นีงาตะ
นีงาตะ

พอเราไปถึงต้นเมเปิ้ลไกด์จะสาธิตวิธีการเก็บก่อน โดยการใช้สว่านเจาะไปที่ต้นไม้ จากนั้นรอให้น้ำหล่อเลี้ยงในเนื้อเยื่อของต้นไม้ค่อย ๆ ไหลออกมา และนำสายยางไปต่อเพื่อทำการกลั่นเก็บเข้าไปในถังที่เตรียมไว้สำหรับกระบวนการทำเมเปิ้ลไซรัป ในตอนนั้นเรามีโอกาสได้ชิมน้ำหล่อเลี้ยงด้วยค่ะ ตอนแรกนึกว่ารสชาติจะหวานเหมือนน้ำเชื่อม…แต่เปล่าเลย รสชาติจืดสนิท!

พอเก็บน้ำหล่อเลี้ยงได้ประมาณนึงแล้ว เราจะเดินกลับไปยังโซนตั้งแคมป์ที่ทางเจ้าหน้าที่จะเตรียมเตาและอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ บอกเลยว่าจุดที่เราตั้งแคมป์นั้นวิวสวยมาก ๆ เพราะอยู่บนยอดเขาเลยได้เห็นทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศา เห็นแล้วตะลึงกับความอลังการนี้จริง ๆ ค่ะ คุ้มค่ามาก ๆ ที่ได้มาเพราะภาพของจริงสวยกว่าในรูปที่เราถ่ายออกมามาก ๆ

นีงาตะ
นีงาตะ

เจ้าหน้าที่จะต้อนรับเราด้วยน้ำชาค่ะ หลังจากที่เราถอดรองเท้า Snowshoes แล้ว เจ้าหน้าที่จะสาธิตวิธีการทำแพนเค้กและคอยเตรียมอุปกรณ์ให้เรา มื้อนี้ไม่ได้มีแค่แพนเค้กเพียงอย่างเดียวนะคะ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะเตรียมแอปเปิ้ลย่างร้อน ๆ ราดด้วยเมเปิ้ลไซรัปหวาน ๆ ให้ด้วย ยิ่งทานคู่กับแพนเค้กฝีมือตัวเองท่ามกลางวิวราคาหลักล้านแล้วความอร่อยคูณไปอีกล้านเท่าเลยค่า

นีงาตะ
นีงาตะ
  • หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://homehome.jp/en/tours/maple-daycamp-2/ (ภาษาอังกฤษ) ※ สามารถจองออนไลน์ได้
  • ช่วงเวลาเปิดให้บริการ : กลางเดือนมกราคม – ปลายเดือนกุมภาพันธ์ (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
  • ระยะเวลากิจกรรม : 9:00 น. – 12:00 น. (รอบเช้า) และ 13:00 น. – 16:00 น. (รอบบ่าย)
  • โลเคชั่นจุดตั้งแคมป์ Yabukozaki : https://goo.gl/maps/cBNakWryhy5DoM8d6

ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า ชมวิวพาโนรามาจาก Yuzawa Kogen

นีงาตะ

จุดหมายต่อไปเราจะย้ายเมืองกันค่ะ โดยเมืองต่อไปที่เราจะไปก็คือเมืองยูซาว่า (Yuzawa) ที่คาดว่าคนไทยน่าจะรู้จักกันดี เพราะเป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟ Echigo-Yuzawa นั่นเองค่ะ ที่สำคัญบริเวณรอบสถานียังล้อมรอบไปด้วยโรงแรมและลานสกีชื่อดังมากมายที่เดินทางสะดวกสุด ๆ เพียงเดินเท้าไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว ทำให้ลานสกีดังกล่าวเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างประเทศ และหนึ่งในลานสกีที่ว่าที่เรามุ่งหน้าไปวันนี้ก็คือลานสกียูซาว่าโคเกน (Yuzawa Kogen)

นีงาตะ

Yuzawa Kogen สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟ Echigo-Yuzawa โดยใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่สะดวกกับการนั่งชิงคันเซ็นมาเป็นอย่างมาก แต่สำหรับใครที่อยากตามรอยแพลนเดียวกับเรา หากขับรถยนต์จากเมือง Tokamachi จุดตั้งแคมป์ Yabukozaki ล่ะก็จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงค่ะ

นีงาตะ

ก่อนที่เราจะขึ้นกระเช้าลอยฟ้า เราต้องซื้อตั๋วสำหรับขึ้นกระเช้าลอยฟ้าก่อนนะคะ โดยกระเช้าลอยฟ้าของ Yuzawa Kogen นั้นตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,000 เมตร มีจุดเด่นก็คือเป็นหนึ่งในกระเช้าลอยฟ้าที่มีขนาดใหญ่สามารถจุคนได้มากถึง 166 คนซึ่งเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว ระยะเวลาจากชั้นล่างขึ้นสู่บริเวณยอดเขาโดยใช้เวลาเพียง 7 นาทีเท่านั้นเองค่ะ

นีงาตะ
นีงาตะ

และทิวทัศน์ด้านบนก็ไม่ทำให้เราผิดหวังจริง ๆ ค่ะ งดงามสมคำร่ำลือ ใครที่ไม่เคยเห็นหิมะหรือชื่นชอบหิมะล่ะก็จะต้องชอบที่นี่มากแน่ ๆ ด้วยความที่บริเวณนี้เป็นลานสกี ทำให้คนส่วนใหญ่มักใส่ชุดสกีแบกอุปกรณ์จัดเต็ม แต่สำหรับนักท่องเที่ยวคนไหนที่พาเด็กเล็กมาและไม่ได้มีจุดประสงค์จะมาเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด ที่นี่ก็มีโซนของเล่นสำหรับเด็กเล็กให้บริการหรือร้านอาหารอิตาเลียนแสนอร่อยด้วยเช่นกันค่ะ

นีงาตะ
นีงาตะ
  • หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://www.yuzawakogen.com/th/ (ภาษาไทย)
  • เวลาเปิดให้บริการ : 08:30 น. – 17:00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
  • โลเคชั่นลานสกี Yuzawa Kogen : https://goo.gl/maps/mkrA9ArFEPkBAamZ6

พาเก็บสตรอว์เบอร์รีสัญลักษณ์ของผลไม้เมืองหนาว ณ Yuzawa Ichigo Mura

นีงาตะ

หากเอ่ยถึงผลไม้เมืองหนาว หลาย ๆ คนต้องนึกถึง “สตรอว์เบอร์รี” กันใช่ไหมคะ สำหรับแลนด์มาร์กต่อไปเราจะพาทุกคนไปเก็บสตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์เอจิโกะฮิเมะ (Echigo Hime) ซึ่งมีจุดเด่นคือผลใหญ่ รสชาติหวานฉ่ำน้ำ เดิมที Echigo เป็นชื่อเก่าของจังหวัด นีงาตะ (Niigata) และ Hime แปลว่า “องค์หญิง” ดังนั้นชื่อของสายพันธุ์นี้จึงมีความหมายว่า “องค์หญิงแห่งเอจิโกะ” นั่นเองค่ะ

ฟาร์มสตรอว์เบอร์รียูซาว่าอิจิโกะมุระ (Yuzawa Ichigo Mura) แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากลานสกี Yuzawa Kogen เท่าไหร่นัก หากขับรถยนต์จะใช้เวลาเพียง 10 นาทีค่ะ สำหรับช่วงเดือนมกราคมจะยังไม่ได้จัดเป็นแบบบุฟเฟต์ (บุฟเฟต์จะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน) ดังนั้น จะเป็นในรูปแบบเก็บแล้วนำไปชั่งน้ำหนักเพื่อจ่ายเงินค่ะ โดยราคาอยู่ที่ 100 กรัม/280 เยน (รวมภาษีแล้ว)

นีงาตะ
นีงาตะ

ขั้นตอนแรกคือเราต้องล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เสียก่อน เนื่องจากเป็นช่วง COVID-19 จากนั้นก็ใส่ถุงมือและทางเจ้าหน้าที่จะมีกรรไกร ตะกร้าและกล่องพลาสติกใสให้ ที่สำคัญห้ามกินก่อนจ่ายเงินเด็ดขาด! ปกติแล้วเราจะเคยชินกับการเก็บแล้วกินเลย แต่สำหรับกรณีไม่ใช่คอร์สบุฟเฟต์จะต้องนำมาชั่งน้ำหนักและชำระเงินให้เรียบร้อยก่อนถึงจะทานได้นะคะ

นีงาตะ
นีงาตะ

และเราไม่ผิดหวังกับไซส์และรสชาติของสตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์นี้เลยค่ะ อร่อยมาก ๆ หอมหวานฉ่ำน้ำสุด ๆ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ แต่ที่ญี่ปุ่นนิยมกินสตรอว์เบอร์รีคู่กับนมข้น ซึ่งก็จะให้รสชาติความอร่อยที่แตกต่างไปอีกแบบ

  • หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : http://www.yuzawajyuki.co.jp/ichigo/ (ภาษาญี่ปุ่น)
  • ค่าเข้าสถานที่ : 150 เยน/คน
  • เวลาเปิดให้บริการ : 10:00 น. – 15:30 น. (ปิดฟาร์มเวลา 16:00 น.)
  • โลเคชั่นฟาร์มสตรอว์เบอร์รี Yuzawa Ichigo Mura : https://goo.gl/maps/cUdGZDe2giiqMaWQA

อบอุ่นไปกับบรรยากาศที่พักสไตล์บ้านพักตากอากาศ COMEDOR AO.

นีงาตะ

สำหรับค่ำคืนนี้เราจะมุ่งหน้าไปสู่ที่พักใกล้ลานสกีกันค่ะ โดยสถานที่ที่เราเลือกในครั้งนี้มีชื่อว่า COMEDOR AO. เป็นที่พักขนาดกระทัดรัดสไตล์บ้านพักตากอากาศ ซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมเรียกกันว่าเป็นสไตล์ “Pension” มีออนเซ็นให้บริการภายในที่พัก แถมที่นี่ก็มีให้บริการเช่าชุดสกีและอุปกรณ์ครบครันอีกด้วย

นีงาตะ
Credit Photo : www.iwa-ppara.com

ที่พักที่เราเลือกวันนี้อยู่ใกล้กับลานสกีที่มีชื่อว่าอิวะปาระ (Iwappara Ski Resort) ค่ะ สามารถเดินเท้าได้โดยใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที สำหรับลานสกีดังกล่าวนี้จะมีโรงแรมน้อยใหญ่ เรียงรายอยู่ตามเนินสกีทำให้สะดวกสบายแก่ผู้ที่มาเข้าพักมาก ๆ เนื่องจากเรียกได้ว่าคุณสามารถกระโดดออกจากประตูโรงแรมก็ไถลสกีกันได้เลย เล่นเสร็จก็ไถลสกีมาถึงหน้าโรงแรมได้แบบสบาย ๆ 

โชคดีมากในวันที่เราเข้าพักไม่มีแขกกลุ่มอื่นเลยทำให้ได้ความเป็นส่วนตัวสุด ๆ เหมือนจองบ้านทั้งหลัง นอกจากนี้เจ้าของที่พักคู่สามีภรรยาก็ใจดี ให้บริการดีมาก ในส่วนของห้องพักก็จะมีทั้งแบบ Western Style และแบบ Japanese Style เลย ห้องพักเองก็มีขนาดกว้างขวางและแต่ละห้องก็จะตกแต่งแตกต่างกันออกไป

นีงาตะ

ในโซนของห้องอาหารก็ได้ตกแต่งทั้งหมดด้วยไม้ทำให้ได้บรรยากาศที่อบอุ่นเข้ากับวิวหิมะตกโปรยปรายข้างนอกเป็นอย่างมาก สำหรับมื้ออาหารนั้นเจ้าของจะปรุงสดใหม่ให้เราเมนูต่อเมนูโดยการใช้วัตถุดิบสดใหม่ ท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ แม้จะเป็นที่พักขนาดกระทัดรัดถ้าเทียบกับโรงแรมทั่วไป แต่ถ้าใครอยากสัมผัสบรรยากาศอบอุ่นเหมือนได้อยู่บ้านพักของคนญี่ปุ่นล่ะก็ไม่ควรมองข้ามที่นี่เลยค่ะ

นีงาตะ

แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกพักโรงแรมแถวลานสกีนี้ก็มีข้อควรระวังอย่างนึงคือ เนื่องจากตัวที่พักส่วนมากจะอยู่ใกล้เขตลานสกีมาก จนสามารถเรียกว่าอยู่ในลานสกี ดังนั้นเราจะต้องมีอุปกรณ์สำคัญก็คือ “รองเท้าที่สามารถเดินบนหิมะได้” เพื่อเข้ามาตัวโรงแรม

และที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือเรื่อง “สัมภาระ” ค่ะ หากเป็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ๆ คงไม่สะดวกที่จะลากบนลานสกี ดังนั้นเราขอแนะนำให้คุณนำสัมภาระมาเฉพาะที่จำเป็น ส่วนกระเป๋าใบใหญ่สามารถฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ตามสถานีรถไฟได้ ซึ่งในสถานีรถไฟ Echigo-Yuzawa ก็มีบริการรับฝากสัมภาระเช่นเดียวกันค่ะ

– Day 3 – นีงาตะ (Niigata)

กลุ่มคนรักการเล่นสกีและสโนวบอร์ดห้ามพลาดกับลานสกี Iwappara Ski Resort

นีงาตะ
Credit Photo : www.iwa-ppara.com

ที่นี่ลานสกีขนาดใหญ่อีกแห่งในเมือง Yuzawa จังหวัด นีงาตะ (Niigata) ค่ะ เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่โด่งดังมากๆเรื่อง Ski Resort เนื่องจากมีลานสกีทั้งหมด 11 แห่งด้วยกัน และ 1ในนั้นคือลานสกีนาเอบะ (Naeba) และลานสกีกาล่า-ยูซาวะ (Gala-Yuzawa) ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทยนั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ อีกความโดดเด่นน่าทึ่งของเมืองนี้คือแม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีประชากรเพียงแค่ 80,000 กว่าคน แต่ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 4 ล้านคนเดินทางมาเที่ยวกันอย่างคึกคักเลยค่ะ

นีงาตะ
Credit Photo : www.iwa-ppara.com

สำหรับลานสกีนี้อยู่ในทำเลที่ดีมาก ๆ วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟใช้เวลาเพียง 15 นาทีโดยรถยนต์ หรือใครที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถใช้บริการรถรับ-ส่ง Shuttle Bus ฟรีตรงไปสู่ลานสกี โดยสามารถขึ้นรถได้จากสถานีรถไฟ Echigo-Yuzawa ฝั่งประตูทางออกตะวันออก (East) ด้วยเหตุนี้นักท่องเที่ยวจึงสามารถแวะเวียนมาได้ทั้งแบบเช้า-เย็นกลับจาก Tokyo หรือจะพักค้างคืนแช่ออนเซ็นสบาย ๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ 

นีงาตะ
Credit Photo : www.iwa-ppara.com

จุดเด่นของลานสกีนี้ คือมีสโลปลู่สกีที่กว้างและยาวมาก ๆ โดยสโลปที่ยาวที่สุดนั้นมีความยาวถึง 4 กิโลเมตรเลยทีเดียว! นอกจากนี้ยังมีหลายคอร์สให้เล่น ตั้งแต่ระดับที่ชันมากๆสำหรับมือโปร ไปจนถึงโสลปที่เรียบง่ายเหมาะสำหรับผู้เริ่มผึกหัด รวม ๆ มีมากถึง 20 คอร์สเลยค่ะ

นีงาตะ
Credit Photo : www.iwa-ppara.com

หากใครได้ไปเยือนในวันที่อากาศโปร่งใส เราจะได้เห็นทิวทัศน์เมืองที่เต็มไปด้วยหิมะสีขาวและเห็นทิวเขาหิมะยาวสุดสายตาที่โอบล้อมเมืองยูซาว่าแบบพาโนรามากันเลย และหากโชคดีอาจได้เห็นทะเลหมอกท่ามกลางเมืองหิมะอีกด้วยนะคะ! น่าสนใจสุด ๆ ไปเลย!

นีงาตะ
Credit Photo : www.iwa-ppara.com

สำหรับใครที่มีเด็กเล็กก็ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะที่นี่มีโซนสำหรับเล่นหิมะที่กว้างมาก ๆ สามารถสนุกได้ทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่กันแบบไม่เบื่อได้ทั้งวัน เช่น จักรยานหิมะ ห่วงยางและอื่น ๆ อีกมากมาย

  • หน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://www.iwa-ppara.com/ (ภาษาญี่ปุ่น)
  • ค่าบัตรลิฟต์สกีแบบ 1 วัน : ผู้ใหญ่ 4.500 เยน 
  • ค่าเข้าสวนสนุกเล่นหิมะ : คนละ 500เยน (เด็กและผู้ใหญ่ราคาเดียวกัน) 
  • เวลาเปิดให้บริการ : 08:00 น. – 19:00 น. (เวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับฤดูกาล)
  • โลเคชั่นลานสกี Iwappara Ski Resort : https://goo.gl/maps/mHyyvgeP2UR3W2FbA

เป็นอย่างไรบ้างคะ คงมีหลาย ๆ คนที่อ่านบทความนี้จบแล้วรู้สึกคิดถึงประเทศญี่ปุ่นมากขึ้นกันอยู่ใช่ไหมคะ หวังว่าบทความนี้จะทำให้คุณได้เต็มอิ่มกับกิจกรรมฤดูหนาวในญี่ปุ่นนะคะ จังหวัด นีงาตะ (Niigata) นั้นยังมีเสน่ห์และสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายที่ไม่แพ้กับที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ อาหารหรือผู้คนที่จะทำให้ทริปของคุณนั้นพิเศษยิ่งขึ้นไปอีกขั้น และสำหรับใครที่กำลังแพลนจะเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น หรืออยากลองสัมผัสกับบรรยากาศวิถีชีวิตและผู้คนในต่างจังหวัดที่แตกต่างไปจาก Tokyo หรือ Osaka ล่ะก็ต้องมาที่นี่เลยค่ะ

อ่านรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นเมืองอื่นๆ ได้ที่นี่เลยจ้า : https://go-graph.com/

Share this story
Share on facebook
Share on twitter
Share on google
Share on linkedin
Share on pinterest
Scroll Up
logo